การดำเนินงานพื้นที่ต้นแบบชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ

การพัฒนาให้ประชาชนและชุมชนสามารถพึ่งตนเองด้านสุขภาพได้เป็นกลยุทธ์ในการพัฒนาให้ประชาชนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนจนนำไปสู่สุขภาวะ โดยยึดหลักการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและจัดปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีให้แก่ประชาชน ด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชนภายใต้ทรัพยากรในชุมชนที่มีอยู่ในรูปแบบของ “โรงเรียนสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ” และ “หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ”โดยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชนควบคู่กับระบบบริการสาธารณสุขไปพร้อมกันทั้งตำบลเพื่อก่อเกิด เป็นต้นแบบชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้แก่พื้นที่ที่มีการพัฒนาเป็นต้นแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งจะเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นพี่เลี้ยงด้านการปลูกฝังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพให้แก่พื้นที่อื่นต่อไป

               พื้นที่เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย วัยทำงานและผู้สูงอายุ อายุ 15 ขึ้นไป ในหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ บ้านแข้ หมู่ 14 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

                   พื้นที่เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชน อายุ 7-14 ปี ในโรงเรียนสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ โรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฏร์วิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ

                                     

“ชุมชนรอบรู้สุขภาพ เมื่อชุมชนเป็นเจ้าของ”

บ้านแข้ หมู่ที่ 14 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล ผักปัง มีจำนวนหลังคาเรือน 465 หลังคาเรือน ประชากรทั้งหมด 1220 คนชาย 605 คนหญิง 615 คน ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม

                   หมู่บ้านที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ  อยู่ห่างจากโรงพยาบาลประมาณ 2.5 กม.ประชากร 1220…คน มีหลังคาเรือน…465หลังคาเรือนมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ร่วมรับผิดชอบ 1 แห่งคือ องค์การบริหารส่วนตำบลผักปัง 

                   การเข้าร่วมเวทีวิเคราะห์ปัญหาด้านสุขภาพและสาเหตุของการเจ็บป่วยของคนในหมู่บ้านร่วมกับแกนนำในชุมชนพบว่าประชาชนในหมู่บ้านมีปัญหาด้านสุขภาพ คือ เป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเนื่องจากชาวบ้านไม่เข้าใจในด้านบริโภคยังไม่ลดหวาน มัน เค็ม กินอาหารรสจัด พักผ่อนน้อย คิดมาก นอนไม่หลับ อสม.ลงสำรวจชาวบ้าน เป็นความดันโลหิตสูงกัน การคัดกรองเบาหวานกับความดันโลหิตสูงพบว่ามีรายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีและมีอีกหลายคนที่เสี่ยงจะเป็นเบาหวาน กับโรคความดัน นอกจากนั้นยังพบปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพชาวบ้านยังใช้สารเคมีอยู่มากเช่นการใช้สารเคมีในพืชไร่พบสารพิษตกค้างในร่างกายเพราะไม่ค่อยป้องกันตัวเอง ไม่สวมถุงมือ ไม่ใช้ผ้าปิดจมูกทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งและระบบทางเดินหายใจ ไตวาย นอกจากนั้นยังพบอาการปวดกระดูก ปวดข้อในผู้สูงอายุ ชาวบ้านไม่ค่อยออกกำลังกาย การนั่งนาน ๆ ทำให้ร่างกายอ่อนแอเด็กเล็กส่วนใหญ่อาศัยอยู่กับปู่ย่า ตายายเพราะพ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด            

          จากข้อมูลที่ได้ผู้นำชุมชนโดยนายอนงค์ เจริญคุณ กลุ่ม อสม. กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุ เด็กและเยาวชน ข้าราชการที่เป็นลูกหลานในหมู่บ้านได้ร่วมกันขับเคลื่อนชุมชนเพื่อนำไปสู่การมีความรอบรู้เรื่องสุขภาพของคนในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์อยากให้คนในชุมชนมีสุขภาพดี แข็งแรง ปลูกผักกินเอง     กินอาหารปรุงสุกปลอดสารพิษ ลดการใช้สารเคมี การออกกำลังกายมีสุขภาพจิตดีมีความร่วมมือด้านกิจกรรมเพื่อสุขภาพชุมชนมีสิ่งแวดล้อมที่สะอาด คัดแยกขยะ อยากให้ยาเสพติดหมดไปจากชุมชนเด็กวัยรุ่น เยาวชน ในหมู่บ้านไม่มั่วสุม อยากให้สถาบันครอบครัวอยู่ดีมีสุข การดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนพอเพียง ซึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ เข้าร่วมเป็นทีมส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนมีการคืนข้อมูลสถานะสุขภาพการเข้าร่วมประชุมกับแกนนำและประชาชนในหมู่บ้าน

                   เมื่อผู้นำชุมชน แกนนำกลุ่มต่างๆ และ อสม.ได้รับรู้ข้อมูลการเจ็บป่วยและพบว่าประชาชนในหมู่บ้านมีความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายด้านแล้ว จึงได้มีการประชุมกัน ทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชนเองโดยมีทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ อบรมนักสื่อสารสุขภาพ และเป็นผู้หนุนเสริมขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นองค์การบริการส่วนตำบลผักปัง เริ่มส่งเสริมให้มีการปลูกผักกินเอง รอบหมู่บ้านทุกซอยทุกหน้าบ้าน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชน นวัตวิถีแหล่งเรียนรู้ให้กับหมู่บ้านอื่นๆ กลุ่มแม่บ้านมีการขับเคลื่อนเรื่องวิสาหกิจในชุมชน เรื่องครัวสะอาดอาหารปลอดภัยทั้งในระดับครอบครัว ไม่กินปลาดิบ ลดการใช้ถุงพลาสติกในการบบรรจุอาหาร เป็นการลดขยะ ลดเครื่องปรุงรส หวานมัน เค็ม ในอาหาร งดเหล้าในงานขาวดา สร้างกฎกติกาชุมชนในการห้ามพ่นยาฆ่าหญ้าในบริเวณหมู่บ้าน การจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน การสำรวจลูกน้ำยุงลายสม่ำเสมอ การรณรงค์คัดแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง การส่งเสริมให้รางวัลแก่ครอบครัวและบุคคลต้นแบบด้านสุขภาพ การส่งเสริมด้านเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชน นวัตวิถีการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนเพิ่มรายได้ พัฒนาลานหน้าหอประชุมหมู่บ้านเป็นแหล่งออกกำลังกายสำหรับคนในหมู่บ้าน กลุ่มผู้สูงอายุส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและวิสาหกิจชุมชนเพิ่มรายได้ กลุ่มเยาวชนก็ได้มีการรวมกลุ่มเรียนรู้การดำเนินงานของผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน มีการจัดเวทีเยาวชนแข่งขันเต้นแอโรบิกเพื่อเสริมสร้างทักษะชีวิตแก่เยาวชนเป็นการป้องกันปัญหายาเสพติดโดยไม่ใช้งบประมาณจากราชการแต่มีผู้ใหญ่ใจดีในชุมชนเป็นคนดูแลค่าใช้จ่าย

                   หมู่บ้านยังมีพัฒนาชุมชนช่วยเหลืองบประมาณฝึกอาชีพและสนับสนุนเมล็ดผัก กล้าไม้ มอบให้กับหลังคาเรือนเพื่อปลูกต่อไป ทางหมู่บ้านกำลังการพัฒนาสวนปลูกผักชุมชน ผู้นำชุมชนต้นแบบ แกนนำต่างๆ และ อสม.ต้นแบบได้พยายามถ่ายทอดความรู้การป้องกันตนเองห่างไกลโรคเรียนรู้ให้ข้อมูลสุขภาพของตนเองอย่างต่อเนื่องใช้หลักการสื่อสารสุขภาพในชุมชน ชุมชนรอบรู้สุขภาพที่ดำเนินการโดยชุมชนเองและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยสนับสนุน เพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพ และมีโครงการจากหมู่บ้านเอง เช่นโครงการแกนนำสุขภาพครอบครัว ชุมชน นวัตวิถี ชุมชนน่าอยู่ ชุมชนพอเพียง เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนรอบรู้สุขภาพ ธนาคารหมู่บ้าน การส่งเสริมสุขภาพและเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุ โครงการปุ๋ยชีวภาพ

การส่งเสริมการออกกำลังกาย แม่บ้านอาหารปลอดภัย การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง     ซึ่งกิจกรรมทั้งหมดเจ้าหน้าที่เป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษา สนับสนุนส่งเสริม ชุมชนเป็นผู้ดำเนินการเอง

                   นอกจากนั้นยังมีโรงเรียนบ้านแข้ (เจริญราษฎร์วิทยา)ส่งเสริมให้นักเรียน เรียนรู้ในชุมชนนักเรียนแกนนำ ทางโรงพยาบาลได้ประสานทางผู้บริหารและครูในการต่อยอดขับเคลื่อนกระบวนการสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียน เพื่อพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพเด็ก ซึ่งทางโรงเรียนมีทุนเดิมในการขับเคลื่อนงานเหล่านี้อยู่แล้วและเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่หน่วยงาน /ชุมชน/โรงเรียนอื่นๆในอำเภอ

                   ปัจจัยที่ทำให้การขับเคลื่อนประสบผลสำเร็จมีความต่อเนื่องและยั่งยืนจำนวนผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูงรายใหม่ลดลง เนื่องจากในชุมชนมีทีมนำชุมชน ทีม อสม. ที่เข้มแข็ง มีจิตสาธารณะ มีการประเมินผลการทำงานของชุมชนเองและพัฒนาต่อยอด ชุมชนให้ความร่วมมือพร้อมที่จะเรียนรู้อย่างต่อเนื่องมี การประสานงานกับทางโรงเรียนเป็นแบบแนวราบเพราะมีความสนิทสนมคุ้นเคยกับครูทุกคน โรงเรียนมีผู้บริหารที่มองการไกล มองเชิงระบบ องค์กรปกครองท้องถิ่น และคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นทั้งสองแห่งให้การสนับสนุนส่งเสริมต่อเนื่อง ทีมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลทำหน้าที่เป็นผู้คอยให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุน คืนข้อมูลสุขภาพแก่ชุมชน

  ส่วนที่ 1  ข้อมูลทั่วไปของชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพที่ส่งเข้าประกวด

     1.ชื่อ หน่วยบริการปฐมภูมิและองค์รวม ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ

                   จำนวนโรงเรียนระดับประถม/ขยายโอกาส           13                แห่ง   

                   จำนวนหมู่บ้าน                                         17                แห่ง

                   ประชากรวัยเรียน  ๕-14 ปี                           1782            คน

                   ประชากรวัยทำงาน  15-๕๙ ปี                       8934            คน

                   ประชากรวัยสูงอายุ  60ปีขึ้นไป                       3344            คน

          ข้อมูล ณ วันที่ 7 กรกฎาคม 2563

2.ชื่อโรงเรียน โรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา)  หมู่ที่  14 ตำบลผักปัง  อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

2.1  โรงเรียนระดับประถมศึกษา/ขยายโอกาส

2.2  โรงเรียนเข้าร่วมโครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ

          2.3  ถ้าเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับ ทอง

2.4  จำนวนนักเรียน จำนวน  174  คน  ชาย  64  คน    หญิง  88  คน

2.5  การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในโรงเรียน

          -  การจัดพื้นที่โรงอาหารมีแกนนำ อย.น้อย

          -  การจัดพื้นที่การคัดแยกขยะ ปรับภูมิทัศน์ ลานออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น

          -  สถานที่แปรงฟัน อ่างล้างมือ 

          -  สุขาน่าใช้

อันดับ

ปัญหาสุขภาพ

พฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัญหา

1

ด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย

บริโภคอาหารหวานมันเค็มขนมกรุบกรอบ     ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

2

ด้านฟันผุ

ไม่ชอบแปรงฟัน ทานขนมน้ำหวาน

3

ด้านขยะในโรงเรียน

ไม่ทิ้งขยะลงถัง ทิ้งขยะผิดที่

4

ด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์

อุบัติเหตุภายในโรงเรียน สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

3.  ชื่อหมู่บ้านแข้  หมู่ที่ 14 ตำบลผักปัง  อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ

3.1  จำนวนครัวเรือนของหมู่บ้าน  465  หลังคาเรือน  ประชากรทั้งหมด  1,220  คน

          ชาย  605  คน   หญิง  615  คน

          จำนวนประชาชน 15- 59 ปี      510    คน     

          จำนวนประชาชน 60 ปีขึ้นไป      179    คน

3.2  สถานะด้านสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้าน

          3.2.1  อัตราป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน  109  ราย ดังนี้

                   กลุ่มอายุ 15-39 ปี จำนวน 1 ราย         กลุ่มอายุ 40-49 ปี  จำนวน 9 ราย

                   กลุ่มอายุ 50-59 ปี จำนวน 26 ราย        กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 73 ราย

          3.2.2  อัตราป่วยรายใหม่ของโรคความดันโลหิตสูง ปี 2563 จำนวน 17 ราย

          3.2.3  อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวาน  จำนวน  71  ราย ดังนี้

                   กลุ่มอายุ 15-39 ปี จำนวน 0 ราย         กลุ่มอายุ 40-49 ปี  จำนวน 11 ราย

                   กลุ่มอายุ 50-59 ปี จำนวน 21 ราย        กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 39 ราย

          3.2.4  อัตราป่วยรายใหม่ของโรคเบาหวาน                    จำนวน 5 ราย

          3.2.5  อัตราป่วยด้วยโรคมะเร็ง                                 จำนวน 1 ราย

          3.2.6  อัตราป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด                จำนวน 0 ราย

          3.2.7  ตรวจคัดกรองสารเคมีตกค้างในร่างกายเสี่ยง           จำนวน 15 ราย

3.3  ข้อมูลความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ของประชาชนในหมู่บ้านกลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป อสม.และผู้สูงอายุ จำนวน 50 ราย  โดยใช้แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ฉบับปรับปรุงปี 2561 พัฒนาโดยกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข

                    การสำรวจครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส ของประชาชนกลุ่มวัยทำงาน เก็บข้อมูลระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน 2562 กลุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มอย่างง่ายตามสัดส่วนจากกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ในหมู่บ้านแข้  หมู่ที่ 14 ตำบลผักปัง  อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ2ส ของกลุ่มวัยทางานอายุ 15-59 ปี ของกองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติทดสอบเพียร์สันไคสแควร์ ผลพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ย 49.46 และพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.2ส อยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ย 21.78 ซึ่งผลการศึกษานี้จะใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้านแข้ หมู่ที่ 14 ตำบลผักปัง  อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ ต่อไป

3.4  การส่งเสริม

          1) การจัดสภาพแวดล้อม/ปัจจัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

มีธนาคารชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง วิสาหกิจชุมชน สถานที่ออกกำลังกายชุมชน  สถานที่ออกกำลังกายโรงเรียน

         2) มีการจัดตั้งกลุ่มชมรมในหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานตามภาระกิจและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับกลุ่มสมาชิกในชมรม

         3) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพได้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ปกครองชุมชนและนักเรียนในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและจัดกิจกรรมสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติ<p>แห่งชาติที่เป็นปัญหาสุขภาพ ตามโครงการส่งเสริมความประพฤติเด็ก เพิ่มความเข้มแข็งให้ครอบครัว
โดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนในพื้นที่กลุ่มหมู่บ้านแข้ (หมู่ ๕, ๑๔) ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ </p>        4) มีการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงและนำผลการเฝ้าระวังมาพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มเสี่ยงต่อสารเคมีในเกษตรกร
       5) หมู่บ้านโรงเรียนมีการคัดเลือกแกนนำด้านสุขภาพและนักเรียนแกนนำสุขภาพ โดยแบ่งหน้าที่กันตามกิจกรรม เช่น กิจกรรมออกกำลังกาย กิจกรรมอสม. กิจกรรมกรรมการหมู่บ้าน<p>        6)  การจัดกิจกรรม/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้  </p><p>ให้แก่ประชาชนทั้งกลุ่มวัยเรียน และกลุ่มวัยทำงานในตำบล เช่น  การจัดป้ายนิทรรศการ  การรณรงค์ ให้ความรู้</p><p>สาธิตกิจกรรมต่างๆ ครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพเป้าหมาย เช่น อาหาร ออกกำลังกาย</p><p>  </p><p>  3.5  ภาคีเครือข่ายที่มีส่วนร่วมในการดำเนินงานในภาพตำบลจำนวน  5  เครือข่าย</p><p>                   ประเภทของภาคีเครือข่าย พัฒนาชุมชน  เกษตรอำเภอ  ท้องถิ่น โรงเรียน โรงพยาบาล</p>
<p>ส่วนที่ 3  สรุปผลการดำเนินงานที่เกิดจากการพัฒนา  </p><p>3.1 ด้านการบริหารจัดการ</p><p>          การขับเคลื่อน และกลไกการทำงาน โดยทิศทางการพัฒนางานสุขศึกษาและสุขภาพภาคประชาชนเพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพโดยมีพี่เลี้ยงให้ความสำคัญกับการผลักดันส่งเสริมระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ชุมชน โรงเรียน  การสร้างการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ซึ่งนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ประกาศนโยบายและการขับเคลื่อนโดยผู้บริหารโรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติได้ให้แนวทางในการขับเคลื่อนความรอบรู้ด้านสุขภาพ</p><p>                   3.1.2)มีนโยบายระดับตำบลในการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีการดำเนินงานสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพในตำบลซึ่งมีความเชื่อมโยงแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ รพ.สต หมู่บ้าน โรงเรียนและการใช้หลักการ บวร บ้านวัดโรงเรียน ในการดำเนินงาน 7 ขั้นตอน สู่หมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค </p><p>                    3.1.2)มีคณะกรรมการหรือคณะทำงานขับเคลื่อนการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพระดับตำบล ประกอบด้วย ผู้บริหารหรือผู้แทน หน่วยปฐมภูมิ เครือข่ายหมู่บ้าน อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. แกนนำหมู่บ้าน ปราชญ์ชาวบ้าน และเครือข่ายโรงเรียน เช่น ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียนแกนนำ</p><p>                    3.1.3)มีระบบข้อมูลสารสนเทศด้านสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ เกี่ยวกับภาวะสุขภาพ ปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพระดับตำบลรวมถึงข้อมูลปัจจัยที่เป็นสาเหตุของพฤติกรรมสุขภาพของประชากรกลุ่มเป้าหมาย ปัญหาสุขภาพในพื้นที่โรงเรียน ภาวะโภชนาการ  อาหารปลอดภัย  ฟันผุ ขยะ  ไข้เลือดออก ปัญหาสุขภาพในพื้นที่ชุมชน โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน อาหารปลอดภัยสารเคมีในเกษตรกร ผู้สูงอายุผู้พิการ ขยะสิ่งแวดล้อม ไข้เลือดออก</p><p>                    3.1.4)มีแผนงาน โครงการหรือกิจกรรมของตำบล ในการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพในชุมชนแบบบูรณาการและเชื่อมโยงกันระหว่าง รพ.สต  หมู่บ้าน  และโรงเรียน</p><p>                    3.1.5)มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมและแลกเปลี่ยนเรียนรู้  ให้แก่ประชาชนทั้งกลุ่มวัยเรียน และกลุ่มวัยทำงานในตำบล เช่น  การจัดป้ายนิทรรศการ  การรณรงค์ ให้ความรู้ สาธิตกิจกรรมต่างๆ ครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพเป้าหมาย เช่น อาหาร ออกกำลังกาย</p><p>          3.2  ด้านกระบวนการดำเนินงาน</p><p>          “ชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ เมื่อชุมชนเป็นเจ้าของ”และโรงเรียนสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>                   3.2.1)มีการจัดตั้งกลุ่มชมรมด้านสุขภาพในชุมชนทั้งในโรงเรียนและหมู่บ้านเป้าหมายมีทะเบียนและจัดกิจกรรมร่วมกันกับกลุ่มสมาชิกเช่นชมรมผู้สูงอายุ วิสาหกิจชุมชน ธนาคารชุมชน ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงโดยชุมชนเป็นเจ้าของ เช่น ธนาคารชุมชน ศูนย์เศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์เรียนรู้สาธารณสุขมูลฐาน ศูนย์เรียนรู้วิสาหกิจชุมชน ลานออกกำลังกายชุมชน ลานออกกำลังกายโรงเรียน</p><p>                   3.2.2)หน่วยปฐมภูมิมีการประเมินและดำเนินการพัฒนาคุณภาพบริการด้านสุขศึกษาตามมาตรฐานระบบบริการสุขภาพด้านสุขศึกษาทั้งในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเชื่อมโยงการพัฒนาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และโรงเรียนสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>                    3.2.3) การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่ มีการสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วนในการขยายหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพลดโรคเบาหวานความดัน ชุมชนนวัตวิถี และส่งเสริมการออกกำลังกาย หมู่บ้านพอเพียง และปลูกผักปลอดสารพิษ ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านสร้างกระแสและเตือนภัยข้อมูลสุขภาพสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้หลากหลายรูปแบบและเหมาะสมกับประชาชนพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านสุขภาพ เช่น ศูนย์เรียนรู้ชุมชนพอเพียง และพัฒนาต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้ระดับอำเภอ จังหวัดโรงเรียนต้นแบบในฝันโรงเรียนดีใกล้บ้าน</p><p>                   3.2.4)มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนมีครัวเรือนต้นแบบและโรงเรียน  มีลานออกกำลังกาย โรงเรียนมีสุขาน่าใช้ สวนสาธารณะหนองผักปังมีสถานที่ออกกำลังกายสำหรับประชาชน ในส่วนครัวเรือนมีบุคคลต้นแบบ และปลูกผักปลอดสารพิษ</p><p>                   3.2.5)การเฝ้าระวังพฤติกรรมสุขภาพตามประเด็นพฤติกรรมสุขภาพในโรงเรียนเป้าหมายสุขบัญญัติแห่งชาติ ในชุมชน ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพ3อ. 2 ส และมีการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ที่สอดคล้องกับแผนงานโครงการ กิจกรรมของตำบล ให้คลอบคลุมทั้งในกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน</p><p>          3.3  ด้านด้านผลผลิตและผลลัพธ์ </p><table> <tbody>

ชื่อชุมชนบ้านแข้ หมู่ 14 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ

ผลการประเมินการพัฒนาตนเอง

1.รพ.สต /หน่วยบริการปฐมภูมิ รพ.ภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ

คะแนนร้อยละที่ได้...84.78.....%

2.โรงเรียนต้นแบบสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ

ระดับดีเยี่ยม

3.หมู่บ้านต้นแบบปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ

ระดับดีเยี่ยม

4.ร้อยละของกลุ่มวัยเรียนมี HL ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป

80.89%

5.ร้อยละของกลุ่มวัยเรียนมี HB ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป

83.87%

6.ร้อยละของกลุ่มวัยทำงานมี HL ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป

72.74%

7.ร้อยละของกลุ่มวัยทำงานมี HB ตั้งแต่ระดับดีขึ้นไป

72.60%

</tbody> </table><p>                   ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพระดับดีและพฤติกรรมสุขภาพระดับดีทั้งในกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน มีนวัตกรรมและผลงานงานเด่น ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนทั้งในกลุ่มวัยเรียนและวัยทำงาน ชุมชน โรงเรียนมีมาตรการ ข้อตกลงร่วมกันของตำบลเพื่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเช่นมาตรการลดการใช้สารเคมี  มาตรการครัวเรือนปลูกผักปลอดสาร การจัดการขยะในชุมชน</p><p>3.4  ด้านผลกระทบ</p><p>                   3.4.1) การมีภาวะสุขภาพของนักเรียนดีขึ้นหรือลดอัตราการเกิดโรคเด็กอ้วนมีน้ำหนักลดลง</p><p>                   3.4.2)อัตราการเกิดโรคฟันผุลดลงอัตราการเกิดโรคอ้วนลดลงเด็กที่มีฟันผุได้รับการส่งเสริมสุขภาพด้านทันตกรรมป้องกันโดยเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข</p><p>          3.5ผลงานที่โดดเด่น/นวัตกรรม
                   3.5.1) โครงการตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน</p><p>                   3.5.2)โครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้าน และชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ</p><p>          3.5.3)โครงการงานบุญงานเศร้า ปลอดเหล้า ปลอดอบายมุขเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสนับสนุนให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สร้างบุญเพิ่มกุศลให้ทั้งเจ้าของงานและผู้เข้าร่วม ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม เป็นแบบอย่างให้ลูกหลานได้ยึดถือปฏิบัติในสิ่งดีงามสืบต่อกันไป</p><p>          3.5.4)โครงการตรวจคัดกรองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมีอันตรายในเกษตรกร “ปรับเปลี่ยนชีวิต ลดสารพิษในเกษตรกร” กิจกรรมการให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้และป้องกันตัวจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช  เจาะเลือดก่อนให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 1 ครั้ง ให้ความรู้และติดตามการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมฯ   จำนวน 3 ครั้ง เจาะเลือดหลังให้ความรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 1 ครั้ง</p><p>นอกจากผลการดำเนินโครงการที่กล่าวมาเบื้องต้น เห็นผลเป็นรูปธรรม สามารถแก้ปัญหาได้จริง ช่วยเหลือราษฎร และเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมหลาย ๆ ด้านแล้ว ยังมีผลอันเป็นนามธรรมที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการแก้ปัญหา และพัฒนาพื้นที่ นั้นก็คือ สามารถสร้างคนดี ส่งเสริมจิตสำนึกที่ดีให้ราษฎร คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน เห็นความสำคัญของการเสียสละเพื่อส่วนรวม ซึ่งแท้จริงแล้วก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ตอบกลับมาหาตนเอง ไม่ถูกสังคมทอดทิ้ง ต่างต้องดูแลช่วยเหลือ พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน</p><p>
</p><p>โรงเรียนต้นแบบการสร้างเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>โรงเรียนบ้านแข้ หมู่ 14 ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เขตสุขภาพที่ 9</p><p>ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปโรงเรียน</p><p>โรงเรียนเข้าร่วม โครงการโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพและเป็นโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพระดับทอง</p><p>จำนวนนักเรียน  จำนวน 174  คน  ชาย  86  คน  หญิง  88  คน</p><p>การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ในโรงเรียน</p><p>            -  การจัดพื้นที่โรงอาหารมีแกนนำ อย.น้อย แกนนำออกกำลังกาย</p><p>          -  การจัดพื้นที่การคัดแยกขยะ ปรับภูมิทัศน์ ลานออกกำลังกาย สนามเด็กเล่น</p><p>          -  สถานที่แปรงฟัน อ่างล้างมือ  สุขาน่าใช้ </p><p>          โรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2481 โดยอาศัยวัดบูรพาบ้านแข้เป็นสถานที่เรียน ต่อมาชาวบ้านได้บริจาคที่ดินให้เพื่อเป็นสถานที่ก่อสร้างอาคารเรียน
เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2501 ได้ย้ายมาทำการเรียนการสอน ณ ที่ปัจจุบัน และได้รับการจัดสรร
งบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน อาคารประกอบ ตลอดทั้งวัสดุ อุปกรณ์ และสื่ออื่น ๆ
จากทางราชการ คณะครู ผู้ปกครองนักเรียนได้ปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนให้เจริญรุดหน้าต่อเนื่องมาเป็นลำดับปัจจุบันโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา) เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ตั้งอยู่หมู่ที่ 14 บ้านแข้ ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชัยภูมิ เขต 2 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ 6 และโรงเรียนในเข้าร่วมโครงการโรงเรียนดีใกล้บ้าน(โรงเรียนในฝัน)รุ่นที่ 2 มีนายพัฒนพงษ์ ทักษะวิเรขะพันธ์ เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน รวมระยะเวลาเปิดทำการสอนมาแล้ว 69 ปี</p>
<p>       ครูแกนนำส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา)</p><p>          นางสาวนงลักษณ์          พิมพ์ศรี           ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ                                                    

</p><p>คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา)</p><p>1.เด็กชายนรภัทร        ชนะเลิศ          ประธานนักเรียน</p><p>2.เด็กหญิงกมลชนก     ราชวงศ์    รองประธาน</p><p>3.เด็กหญิงกุลธิดา        มังดินดำ          รองประธาน</p><p>4.เด็กหญิงพนิดา         มากมา กรรมการ</p><p>5.เด็กหญิงฑิฆัมพร       สวัสดิ์          กรรมการ</p><p>6.เด็กชายธีรวุฒิ         สวัสดิ์ กรรมการ</p><p>ครูและนักเรียนแกนนำส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา)</p><p>1.เด็กหญิงพิมพ์วรา      เพชรภักดี (ป.6) แกนนำนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการ
</p><p>2.เด็กหญิงปุณยาพร     เปลี่ยนพิทักษ์(ป.5) แกนนำนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการ</p><p>3.เด็กชายชนะโชค         อุ่นวงศ์ (ป.6)  แกนนำนักเรียนที่รับผิดชอบโครงการ</p><p>นางสาวนงลักษณ์          พิมพ์ศรี ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ      
</p><p>                                                     
</p><p>วิสัยทัศน์ (VISION)</p><p> โรงเรียนบ้านบ้านแข้(เจริญราษฎร์วิทยา) เป็นองค์การที่จัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้ทุกฝ่าย
มีส่วนร่วม ส่งเสริมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ประชากรวัยเรียนได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึง
และเท่าเทียมเต็มตามศักยภาพ มีคุณลักษณะเป็นคนดี มีความรู้ ความสามารถเสริมสร้างคุณธรรม
จริยธรรมและค่านิยมที่ดีงาม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นมืออาชีพ ส่งเสริมให้ทุกฝ่าย
มีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรทางการศึกษา และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข</p><p>ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2019-07-22 </p><p>พันธกิจ (MISSION STATEMENT)
          1.  พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
          2.  ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้รับการศึกษาหาความรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเยื่อง
          3.  สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีทางการศึกษาและจัดบรรยากาศในโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้
          4.  แสวงหาความร่วมมือจากชุมชนเพื่อพัฒนาการศึกษา
          5.  ส่งเสริมพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา
          6.  จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะด้านดนตรี กีฬา ศิลปะและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข</p><p>เป้าประสงค์ (GOALS)
          1.  นักเรียนวัยเรียนทุกคน ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง
          2.  นักเรียนมีความรู้ มีขีดความสามารถในการแข่งขันทักษะตามถนัด
          3.  นักเรียนมีความรู้พื้นฐานในการศึกษาต่อแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
          4.  นักเรียนได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ
          5.  นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมความเป็นไทยนักเรียนมีความรู้ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี</p><p>ปรัชญาโรงเรียน</p><p>          สะอาดเป็นเลิศ  ประเสริฐวิชา  พัฒนาคุณธรรม  น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง</p><p>ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 2019-07-22 </p><table> <tbody><tr> </tr></tbody> </table><p>ส่วนที่ 3 การพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ</p><table> <tbody>

อันดับ

ปัญหาสุขภาพ

พฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัญหา

1

ด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย

บริโภคอาหารหวานมันเค็มขนมกรุบกรอบ    ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

2

ด้านทันตกรรม ฟันผุ

ไม่ชอบแปรงฟัน ทานขนมน้ำหวาน

3

ด้านขยะในโรงเรียน

ไม่ทิ้งขยะลงถัง ทิ้งผิดที่

4

ด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์

อุบัติเหตุภายในโรงเรียน สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

</tbody> </table><p>                   การดำเนินงานพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติกลุ่มเด็กและเยาวชน ปีงบประมาณ  ๒๕63  พื้นที่เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชน อายุ 7-14 ปี  ในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฏร์วิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2 อำเภอ  ภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ</p><p>                   ปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียนส่วนใหญ่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม     จากรายงานสถานการณ์ของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข ปี 2557 พบว่าปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียนที่สำคัญในด้านโภชนาการ คือ เด็กอายุ 6-12 ปี มีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วนเพียงร้อยละ 60.7 และมีภาวะเริ่มอ้วนและอ้วน ร้อยละ 8.8 ในปี พ.ศ.2556 และเพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 9.5 ในปี    พ.ศ. 2557 เนื่องจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่ถูกต้องทั้งปริมาณและสัดส่วน เคลื่อนไหวออกแรงน้อยในแต่ละวัน รวมทั้งค่านิยม กินอาหารตามวัฒนธรรมตะวันตก คืออาหารขยะ อาหารจานด่วน น้ำอัดลม ขนมกรุบกรอบ ส่งผลให้เด็กไทยมีปัญหาฟันผุ ซึ่งการสำรวจล่าสุดปี 2556 พบว่าเด็ก ป.6 มีความชุกของโรคฟังผุร้อยละ 52 และมีสภาพเหงือกอักเสบร้อยละ 50 นอกจากนี้ยังพบว่า การบาดเจ็บที่เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของเด็กอายุ 5-14 เป็นอุบัติเหตุทางถนนและอุบัติเหตุจากการจมน้ำ ซึ่งพบว่าในปี พ.ศ.2556 พบอัตราการเสียชีวิตของการจมนำเป็น 7.26 ต่อ 100,000 ประชากรซึ่งสูงกว่าทุกกลุ่มอายุ</p><p>                   การเจ็บป่วยและการเกิดปัญหาสุขภาพจะน้อยลง หากทุกคนมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามสุขบัญญัติ 10 ประการ ซึ่งต้องเริ่มต้นปลูกฝังที่เด็ก เยาวชนให้มีการปฏิบัติตัวในการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้อง และปฏิบัติเป็นประจำ เพื่อให้เป็นสุขนิสัยเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่</p><p>                   การดำเนินงานดูแลสุขภาพของเด็กวัยเรียนจำเป็นต้องมีการดำเนินงานควบคู่ทั้งในด้านการแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะประเด็นและการส่งเสริมสุขภาพองค์รวม โดยใช้กลยุทธ์การพัฒนาความรอบรู้และพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทาง สุขบัญญัติแห่งชาติ ภายใต้การดำเนินงานโรงเรียนส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพในองค์ประกอบ ที่ 6 เรื่องสุขศึกษาในโรงเรียนเน้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และการฝึกทักษะสุขบัญญัติ 10ประการ เสริมการเรียนในวิชาสุขศึกษา เพื่อให้เด็กมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>                   การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป้าหมายโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฏร์วิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2  อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ  นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 – 5  จำนวน 45 คน ปี พ.ศ.2563 จากการศึกษาสำรวจก่อนดำเนินกิจกรรมพบว่า เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 76.56 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 57.42           เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 82.31 ค่าเฉลี่ย 41.16  เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยแยกเป็น 6 องค์ประกอบดังนี้        1.ความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพ ระดับถูกต้องบ้าง คิดเป็น ร้อยละ 72.67 ค่าเฉลี่ย 7.27  2.การเข้าถึงข้อมูลและบริการ อยู่ในระดับพอใช้ คิดเป็น ร้อยละ 71.36 ค่าเฉลี่ย 6.42  3.การสื่อสารสุขภาพ  ระดับพอใช้  คิดเป็น ร้อยละ 71.36 ค่าเฉลี่ย 6.42 4.การจัดการตนเอง  ระดับดีมาก  คิดเป็น ร้อยละ 85.80 ค่าเฉลี่ย 15.44 5.การรู้เท่าทันสื่อ        และสารสนเทศ  ระดับดีมาก คิดเป็น ร้อยละ 83.46 ค่าเฉลี่ย 7.51 6.การตัดสินและเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง ระดับพอใช้ คิดเป็น ร้อยละ 71.78 ค่าเฉลี่ย 14.36                                </p><p>                   การดำเนินกิจกรรมการเรียนรู้ในโรงเรียนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ที่จะส่งเสริมให้เด็ก เยาวชนได้มีการเรียนรู้กระตุ้นเตือนให้เกิดความตระหนัก การให้ความสำคัญและใส่ใจในการดูแลสุขภาพในเรื่องต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้เด็ก เยาวชน มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และมีพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสม โดยมีวิธีการและกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการสอน การจัดปัจจัยแวดล้อมและการจัดกิจกรรมด้านสุขภาพต่างๆซึ่งเป็นการสร้างและพัฒนาขีดความสามารถ ทักษะทางด้านการคิดด้วยปัญญา และทักษะปฏิสัมพันธ์ทางสังคม ในการเข้าถึง ทำความเข้าใจ และ ประเมินข้อมูลข่าวสารทางสุขภาพและบริการทางสุขภาพ ที่ได้รับการถ่ายทอดและเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้เกิดการจูงใจตนเองให้มีการตัดสินใจเลือกวิถีทางในการดูแลตนเอง จัดการสุขภาพตนเองเพื่อป้องกันและคงรักษาสุขภาพที่ดีของตนเองไว้ได้อย่างยั่งยืน </p><p>          วัตถุประสงค์</p><p>                   1.เพื่อให้เด็กวัยเรียนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>                   2.เพื่อส่งเสริมสนับสนุนภาคีเครือข่ายให้มีการดำเนินงานเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>          พื้นที่เป้าหมายและกลุ่มเป้าหมาย   กลุ่มเป้าหมาย เด็กและเยาวชน อายุ 7-14 ปี ในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป้าหมายโรงเรียนบ้านแข้(เจริญราษฏร์วิทยา) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิ เขต 2  อำเภอภูเขียว  จังหวัดชัยภูมิ  นักเรียนประถมศึกษาปีที่ 3 – 5  จำนวน 45 คน</p><p>          ตัวชี้วัด </p><p>                   1.โรงเรียนส่งเสริมสุขภาพได้รับการส่งเสริมการดำเนินงานสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ </p><p>                   2. โรงเรียนสุขบัญญัติแห่งชาติต้นแบบในโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป้าหมาย  1  แห่ง</p><p>                    </p><p>แนวทางกิจกรรมการดำเนินงาน</p><p>                   1. ส่งเสริม สนับสนุนการดำเนินงาน สนับสนุนเครื่องมือการดำเนินงานพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติได้แก่คู่มือ แนวทางหลักสูตร การส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สนับสนุนสื่อสุขศึกษาโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพเป้าหมาย  1  แห่ง</p><p>                        2.  โรงเรียนดำเนินงานพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>ตารางแสดงความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายก่อนดำเนินกิจกรรม</p><p>                   จากการศึกษาสำรวจก่อนดำเนินกิจกรรมพบว่า เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ อยู่ในระดับพอใช้ ร้อยละ 76.56 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 57.42   เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 82.31 ค่าเฉลี่ย 41.16  เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยแยกเป็น 6 องค์ประกอบดังนี้    
</p><ol><li>ความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพ      ระดับถูกต้องบ้าง คิดเป็น ร้อยละ 72.67 ค่าเฉลี่ย 7.27
</li></ol><p> 2.การเข้าถึงข้อมูลและบริการ             อยู่ในระดับพอใช้ คิดเป็น ร้อยละ 71.36 ค่าเฉลี่ย 6.42 
</p><p>3.การสื่อสารสุขภาพ                         ระดับพอใช้  คิดเป็น ร้อยละ 71.36 ค่าเฉลี่ย 6.42      
</p><p>4.การจัดการตนเอง                          ระดับดีมาก  คิดเป็น ร้อยละ 85.80 ค่าเฉลี่ย 15.44
</p><p>5.การรู้เท่าทันสื่อ และสารสนเทศ       ระดับดีมาก คิดเป็น ร้อยละ 83.46 ค่าเฉลี่ย 7.51
</p><p>6.การตัดสินและเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง  ระดับพอใช้ คิดเป็น ร้อยละ 71.78 ค่าเฉลี่ย 14.36   </p><p>ส่วนที่ 4 สรุปผลการดำเนินงาน ที่เกิดจากการพัฒนาโรงเรียนส่งเสริมสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>4.1 ด้านการบริหารจัดการ</p><p>          ๑.๑. มีนโยบายในการขับเคลื่อนและผลักดันให้มีดำเนินงานตามแนวทางสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>          ๑.๒. มีคณะกรรมการหรือคณะทำงานในดำเนินงานสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตาม</p><p>สุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียน</p><p>          ๑.๓. มีข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพปัญหาสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของนักเรียน</p><p>          ๑.๔. มีแผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรมสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติ</p><p>แห่งชาติในโรงเรียน

</p><table> <tbody>

อันดับ

ปัญหาสุขภาพ

พฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัญหา

1

ด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย

บริโภคอาหารหวานมันเค็มขนมกรุบกรอบ     ทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่

2

ด้านฟันผุ

ไม่ชอบแปรงฟัน ทานขนมน้ำหวาน

3

ด้านขยะในโรงเรียน

ไม่ทิ้งขยะลงถัง ทิ้งขะผิดที่

4

ด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์

อุบัติเหตุภายในโรงเรียน สิ่งแวดล้อมไม่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

</tbody> </table><p>4.2 ด้านการจัดกิจกรรม</p><p>                    4.๒.๑. มีการจัดกิจกรรมในหลักสูตรการเรียนการสอนกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือช่วงเวลาลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานสุขบัญญัติ๑๐ประการเช่นเสียงตามสายในโรงเรียนการพูดหน้าเสาธงจัดป้ายนิทรรศการความรู้สาธิตกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติจัด</p><p>งานวันสุขบัญญัติแห่งชาติ (๒๘พ.ค. ของทุกปี) </p><p>                    4.๒.๒. มีการจัดตั้งกลุ่มชมรมในโรงเรียนสร้างแกนนำนักเรียนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขบัญญัติทั้ง๑๐ ประการและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันกับกลุ่มสมาชิกในชมรม</p><p>                    4.๒.๓. การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่ายสุขภาพได้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขผู้ปกครองชุมชนและนักเรียนในการแก้ไขปัญหาสุขภาพและจัดกิจกรรมสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติ</p><p>แห่งชาติที่เป็นปัญหาสุขภาพ ตามโครงการส่งเสริมความประพฤติเด็ก เพิ่มความเข้มแข็งให้ครอบครัว
โดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนในพื้นที่กลุ่มหมู่บ้านแข้ (หมู่ ๕, ๑๔) ตำบลผักปัง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ </p><p>                  4.๒.๔. มีการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างเสริมพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติในโรงเรียน(โรงอาหาร ไม่จำหน่ายน้ำหวาน น้ำอัดลม และลูกอม)</p><p>                 4.๒.๕ มีการเฝ้าระวังพฤติกรรมเสี่ยงและนำผลการเฝ้าระวังมาพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพนักเรียนในโรงเรียน(ชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูง เพื่อเฝ้าระวังภาวะโภชนาการ)                    </p><p>                  4.2.6 โรงเรียนมีการคัดเลือกนักเรียนแกนนำด้านสุขภาพและนักเรียนแกนนำสุขบัญญัติ โดยแบ่งหน้าที่กันตามกิจกรรม เช่น กิจกรรม อย.น้อย กิจกรรมแปรงฟันหลังรับประธานอาหาร กิจกรรม 5 ส.</p><p>                 4.2.7 จัดกิจกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพพฤติกรรมสุขภาพที่เป็นปัญหาตามแนวทางการดำเนินงานสุขบัญญัติ โดยอันดับปัญหาที่พบคือด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย  ด้านฟันผุ ด้านขยะในโรงเรียน ด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์  ดังนี้</p><p>                             1. ด้านโภชนาการอาหารปลอดภัย ในการจัดทำอาหารกลางวันสำหรับนักเรียน โรงเรียนมีการจัดรายการอาหารตามนโยบายของ สพฐ. คือให้นักเรียนได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ มีโรงอาหารที่สะอาดอยู่ในการควบคุมตามหลักโภชนาการ เป็นโรงเรียนต้นแบบในฝน โรงเรียนดีใกล้บ้าน รุ่นที่ 2  โรงเรียนมีโครงการสนับสนุน เช่น โครงการอาหารกลางวัน  โครงการย้อนรอยวิถีไทย  โครงการเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้านเชื่อมกับชุมชน   </p><p>                             2. ด้านฟันผุ  โรงเรียนมีโครงการแปรงหลังรับประทานอาหารทุกวัน  มีการใช้เสียงตามสายเปิดเพลงเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีความสนใจที่จะดูแลสุขภาพฟันของตนเองและเป็นคณะกรรมการตรวจประเมินการแปรงฟันทุกวัน ครูอนามัยและครูประจำชั้นเป็นผู้ดูแล</p><p>                             3. ด้านขยะในโรงเรียน  โรงเรียนมีการบริหารจัดการขยะคัดแยกขยะให้เป็นไปตามกระบวนการ วิธีคัดแยก นำขยะที่ใช้แล้วนำมาประดิษฐ์เป็นของใช้ ประดับตกแต่งชั้นเรียน นำกระดาษที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่ และรีไซเคิ้ล</p><p>                            4. ด้านสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์   โรงเรียนจัดสถานศึกษามีภูมิทัศน์ที่สะอาด ตามปรัชญาโรงเรียนว่าสะอาดเป็นเลิศ  ประเสริฐวิชา พัฒนาคุณธรรม น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ได้แบ่งเขตรับผิดชอบให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นเพื่อร่วมกันพัฒนา เรียกว่า ทำเขตสะอาด โดยจะมีคณะกรรมการนักเรียนประเมินทุกเช้า จึงทำให้บริเวณสะอาด และป้องกันอุบัติเหตุภายในโรงเรียน ทำให้โรงเรียนมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน</p><p>                    4.2.8  กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพนักเรียนตามสุขบัญญัติ 10 ประการ  โรงเรียนมีการกำหนดแนวทางในการปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ</p><p>                    4.2.9  โรงเรียนได้บริหารจัดการป้องกันโรคโควิด 19 ตามที่ ศบค.กำหนดให้โรงเรียนหยุดเรียน และเปิดทำการเรียนการสอน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และโรงเรียนได้เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน คือ ให้ความรู้ในการป้องกันโรค เตรียมเจลล้างมือ ล้างมือด้วยสบู่ ห้ามนำมือมาจับใบหน้าขยี้ตา ใส่หน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทางสังคม โรงเรียนจัดทำอ่างล้างมือ และให้นักเรียนนำภาชนะใส่อาหาร จาน ช้อน แก้วน้ำดื่ม นำมาใช้ส่วนตัวไม่ใช้ของกับบุคคลอื่น  
</p><p>การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนเพื่อเอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ</p><p>          การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียนทั้งภายในและบริเวณรอบโรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้เรื่องการดูแลสุขภาพและการปฏิบัติตามวัยของนักเรียนสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนและรอบบริเวณโรงเรียนเป็นปัจจัยสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดพฤติกรรมต่างๆโรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติ เช่น มีอ่างล้างมือและอุปกรณ์การล้างมือ มีสถานที่แปรงฟัน สถานที่ออกกำลังกาย ป้ายกฎจราจร ถังขยะ โดยจัดสภาพแวดล้อมให้มีความสะอาดถูกสุขลักษณะ และการห้ามสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่างๆ เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามขายอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ตีเส้นทางขึ้น –ลงบันได ไว้ให้เห็นชัดเจน</p><p>การขยายสู่ครอบครัวและชุมชนการเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชน</p><p>          การเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนให้มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ ประชุมชี้แจงผู้ปกครองตามโอกาสที่เหมาะสม เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากโรงเรียนไปสู่บ้าน การจัดทำหนังสือหรือเอกสารเผยแพร่ เพื่อขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองในการสนับสนุนการปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติและกิจกรรมโรงเรียน</p><p>การจัดให้ครูอาจารย์กับผู้ปกครอง ได้มีโอกาสพบปะซึ่งกันและกันตามโอกาสอำนวยมีหนังสือชมเชยผู้ปกครองที่ให้ความร่วมมือสายสัมพันธ์โรงเรียนถึงชุมชน</p><p>          การเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนให้มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีความรู้รอบด้านการเรียนรู้ในชุมชน การเรียนรู้จากสิ่งประดิษฐ์ เช่น นวัตกรรมเด็กนักวิทย์  นวัตกรรมหนังสือเล่มเล็ก</p><p>4.3  ด้านผลผลิตและผลลัพธ์</p><p>ผลที่ได้รับจากการพัฒนาโรงเรียนต้นแบบสร้างเสริมสุขภาพสุขบัญญัติแห่งชาติ</p><p>            1.  เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ระดับดีมาก ร้อยละ 80.89 ค่าเฉลี่ย 60.67</p><ol><li>2. เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพ ระดับดีมาก ร้อยละ 83.87  ค่าเฉลี่ย 41.93</li></ol><p>          3.  มีนักเรียนต้นแบบสุขภาพ ต้นแบบออกกำลังกาย  ต้นแบบด้านโภชนาการเหมาะสม ต้นแบบฟันสวย  ต้นแบบอารมณ์แจ่มใส  ต้นแบบครอบครัวอบอุ่น</p><p>          4.   มีนวัตกรรมหรือผลงานเด่นในการสร้างเสริมและปลูกฝังพฤติกรรมสุขภาพตามสุขบัญญัติแห่งชาติสมุดเล่มเล็ก</p><p>          5. โรงเรียนมีการสำรวจสถานการณ์ข้อมูลสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนเพื่อวางแผนการส่งเสริมสุขภาพ แก้ไขปัญหาด้านสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียน </p><p>          6. ผู้บริหารโรงเรียนและคณะครู มีวิสัยทัศน์เรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพของบุคลากรและนักเรียนควบคู่กับมิติด้านการศึกษา </p><p>          7. บุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนได้รับการตรวจคัดกรองภาวะสุขภาพและการส่งเสริมสุขภาพรวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมสุขภาพ </p><p>          8. บุคลากรและนักเรียนในโรงเรียนเข้าถึงข้อมูลทางด้านสุขภาพ เข้าใจและสามารถเลือกตัดสินใจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ </p><p>          9. การมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทั้งด้านสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ผู้ปกครอง ในการสนับสนุนการดำเนินงาน </p><p>          10. มีการเผยแพร่ บอกต่อ กิจกรรมการสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนระหว่างเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง      </p><p>ตารางแสดงความรอบรู้ด้านสุขภาพเด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายหลังดำเนินกิจกรรม</p><p>                   จากการศึกษาสำรวจหลังดำเนินกิจกรรมพบว่า เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมาย 45 คนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 80.89 ค่าเฉลี่ยร้อยละ 60.67   เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีพฤติกรรมสุขภาพตามหลักสุขบัญญัติแห่งชาติ อยู่ในระดับดีมาก ร้อยละ 83.87 ค่าเฉลี่ย 41.93  เด็กวัยเรียนกลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ด้านสุขภาพโดยแยกเป็น 6 องค์ประกอบดังนี้ 1.ความรู้ความเข้าใจด้านสุขภาพ ระดับถูกต้องบ้าง คิดเป็น ร้อยละ 72.67 ค่าเฉลี่ย 7.27  2.การเข้าถึงข้อมูลและบริการ อยู่ในระดับพอใช้ คิดเป็น ร้อยละ 73.09 ค่าเฉลี่ย 6.58  3.การสื่อสารสุขภาพ  ระดับพอใช้  คิดเป็น ร้อยละ 73.33 ค่าเฉลี่ย 6.60       4.การจัดการตนเอง  ระดับดีมาก  คิดเป็น ร้อยละ 86.67 ค่าเฉลี่ย 15.60   5.การรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ          ระดับดีมาก คิดเป็น ร้อยละ 88.89 ค่าเฉลี่ย 8.00 6.การตัดสินและเลือกปฏิบัติที่ถูกต้อง ระดับดีมาก คิดเป็น ร้อยละ 83.11 ค่าเฉลี่ย 16.62  </p><p>          </p><p>4.4.ด้านผลกระทบ</p><p> ๔.๑. การมีภาวะสุขภาพของนักเรียนดีขึ้นหรือลดอัตราการเกิดโรคเด็กอ้วนมีน้ำหนักลดลง</p><p>          ๔.๒ อัตราการเกิดโรคฟันผุลดลงอัตราการเกิดโรคอ้วนลดลงเด็กที่มีฟันผุได้รับการส่งเสริมสุขภาพด้านทันตกรรมป้องกันโดยเจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข</p><p> ผลงานที่โดดเด่น/นวัตกรรม โครงการเศรษฐกิจพอเพียงโดยมีศูนย์เรียนรู้ใกล้บ้านเชื่อมกับชุมชน โครงการอาหารกลางวัน  โครงการย้อนรอยวิถีไทย  ส่งเสริมความประพฤติเด็ก เพิ่มความเข้มแข็งให้ครอบครัวโดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนในพื้นที่กลุ่มหมู่บ้านแข้ </p><p> คณะกรรมการดำเนินงานโครงการฯ โดยมีผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแข้ ตำรวจภูธรอำเภอภูเขียวหัวหน้าหน่วยบริการปฐมภูมิ หมอประจำบ้านตำบลผักปัง ผู้นำหมู่บ้าน และ อสม. เป็นผู้ประสานงานและขับเคลื่อนกิจกรรมในชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมความประพฤติเด็ก ตามรอยพอเพียง เด็กทานอาหารครบ 5 หมู่ ซึ่งมีผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ</p><p>กิจกรรมตามโครงการมีกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมอบรมคือนักเรียน ทุกช่วงชั้นในโรงเรียนบ้านแข้ จำนวน 175 คน เนื้อหาการอบรมเน้นการเรียนรู้จากการฝึกปฏิบัติจริง ภายใต้แนวคิด “วินัยเด็กดีเริ่มที่ตามรอยพอเพียง” มีทีมวิทยากรประกอบด้วยคณะครูโรงเรียนบ้านแข้, คณะกรรมการสภานักเรียนโรงเรียนบ้านแข้, คณะเจ้าหน้าที่ หน่วยปฐมภูมิจากโรงพยาบาลภูเขียว, คณะ อสม.ตำบลผักปัง, คณะผู้ใหญ่บ้าน-ผู้นำชุมชน, องค์การบริหารส่วนตำบลผักปัง และวิทยากรจากสถานีตำรวจภูธรภูเขียว เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต 2 ในระหว่างการอบรม กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจในการเรียนรู้และสนุกสนานกับการร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพตนเอง กิจกรรมทักษะชีวิต เป็นต้น ในอบรม มีการจัดตั้งกลุ่มกิจกรรมเด็กนักเรียนตามความสนใจ และมอบหมายภารกิจดังนี้ ๑. กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม 2.กลุ่มแปรรูปอาหาร๓. การคัดแยกขยะ 4.กลุ่มเด็กนักวิทย์เรียนรู้วิถีชุมชน 5. กลุ่ม อย.น้อย 6. กลุ่มแกนนำเยี่ยมบ้าน ๖. กลุ่มเกษตรกรน้อย ๗. กลุ่มแกนนำออกกำลังกาย ๘. กลุ่มฟันสวยยิ้มใส</p><p> ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินงาน ในระยะเตรียมการก่อนการอบรม คณะกรรมการและผู้ปกครองนักเรียนมีข้อกังวลเกี่ยวกับการลงพื้นที่ดูงานศูนย์เรียนรู้ในชุมชนห่วงความปลอดภัยในการเดินทางดูงาน</p><p> ปัจจัยความสำเร็จ การดำเนินงานของโครงการนี้สำเร็จได้ด้วยความร่วมมือของคณะกรรมการฯ </p><p>การขยายสู่ครอบครัวและชุมชนการเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนการเผยแพร่สุขบัญญัติไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนให้มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพ โดยมีกิจกรรมต่างๆ ดังนี้ ประชุมชี้แจงผู้ปกครองตามโอกาสที่เหมาะสม เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากโรงเรียนไปสู่บ้าน การจัดทำหนังสือหรือเอกสารเผยแพร่ เพื่อขอความร่วมมือไปยังผู้ปกครองในการสนับสนุนการปฏิบัติตามสุขบัญญัติแห่งชาติและกิจกรรมโรงเรียนไปสู่ผู้ปกครองและชุมชนให้มีความเข้าใจและเห็นความสำคัญในการดูแลสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในชุมชน เพื่อปลูกฝังให้เด็กมีความรู้รอบด้านการเรียนรู้ในชุมชน การเรียนรู้จากสิ่งประดิษฐ์      เช่น นวัตกรรมเด็กนักวิทย์ นวัตกรรมหนังสือเล่มเล็ก</p><p>พื้นที่ต้นแบบ ระดับจังหวัดชัยภูมิ ปี 2563</p><p>ต้นแบบชุมชนรอบรู้ด้านสุขภาพ  จังหวัดชัยภูมิ ปี 2563</p><p>
</p><p>
1. ชื่อผู้รับผิดชอบการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานระบบบริการสุขภาพด้านสุขศึกษา</p><p>          1.1ชื่อผู้รับผิดชอบงานสุขศึกษาและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ </p><p>นางสุดารัตน์   หารธงไชย  ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ  โรงพยาบาลภูเขียวเฉลิมพระเกียรติ</p><p>โทรศัพท์ 044-861700-4 ต่อ 606   มือถือ  099-0242456  email :  [email protected]</p>