(โรอัลด์ ดาร์ล,2543,13)
แม่มด : The Witches หนังสือที่ได้รับรางวัล วิลเบรด (Whitbread ) ในปี 1983 โดยสมาคมผู้จัดจำหน่ายหนังสือแห่งประเทศอังกฤษ The Witches ได้รับอีกหนึ่งรางวัล คือ รางวัลหนังสือดีเด่นของนิวยอร์กไทมส์ ผลงานของบรมครูวงการวรรณกรรมเยาวชนสากล โรอัลด์ ดาร์ล ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานก่อนนอนที่มีแม่มดและเวทมนต์ และกลวิธีการแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ของผู้เขียนที่มักจะสอดแทรกเหตุการณ์ในวัยเด็กหรือนำต้นแบบตัวละครมาจากคนใกล้ชิดในชีวิตจริง เช่น ใช้ตัวละคร คุณยาย ใน “แม่มด ” ดำเนินเรื่อง สะท้อนให้เห็นความรัก ความห่วงใยของคนในครอบครัว และยังเป็นตัวละครที่ได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากแม่ของเขา คำอุทิศของหนังสือเล่มนี้มอบให้กับ ลิซซี่ ภรรยาของเขา เหล่านี้ล้วนเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่แสดงให้เห็นว่าผู้เขียนซาบซึ้งความรักของครอบครัว จึงได้นำความรักเหล่านี้มาแต่งแต้มและเสริมจินตนาการเกี่ยวกับโลกของเวทมนต์ เป็นการเพิ่มอรรถรสให้เรื่องราวของ “แม่มด”สามารถที่จะดึงดูดความสนใจของนักอ่านทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ จนได้รับความนิยมตีพิมพ์ซ้ำมากกว่า 20 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี
แม่มด : The Witches เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่อาศัยอยู่กับยายที่นอร์เวย์ หลังจากพ่อแม่ของเขาเสียชีวิต ยายของเขาเป็นผู้ที่รอบรู้เรื่องของแม่มด จึงมักเล่าเรื่องเกี่ยวกับแม่มดให้เด็กชายฟังเสมอ ยายเล่าว่า แม่มดเกลียดเด็กและจะทำทุกวิถีทางที่จะกำจัดเด็กๆให้หมดไป ยายจึงบอกวิธีการสังเกตคนที่เป็นแม่มดให้เขารู้ไว้ หลังจากเขาย้ายมาอยู่กับยายที่นอร์เวย์ไม่นาน ยายก็ได้รับพินัยกรรมพ่อของเด็กชายที่ระบุความต้องการให้เขากลับไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ทั้งสองจึงต้องย้ายไปตามพินัยกรรมของพ่อ เมื่อถึงช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เพราะอาการป่วยของยาย ทั้งสองจึงต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางไปนอร์เวย์เป็นการไปพักผ่อนที่โรงแรมที่เมืองบอร์ทมัธ ระหว่างที่เขาเล่นกับหนูที่ยายให้เป็นของขวัญอยู่ในโรงแรมอย่างเพลิดเพลินนั้น เด็กชายก็พบว่าได้ติดอยู่ในวงล้อมการประชุมของเหล่าแม่มดทั่วทั้งอังกฤษและได้ยินแผนการร้ายมากมายที่เหล่าแม่มดจะใช้จัดการเด็กๆ แต่เด็กชายถูกแม่มดจับได้และบังคับให้กินยาที่ทำให้กลายเป็นหนู เด็กชายพยายามตั้งสติและหาทางกลับไปหายายเพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ยายฟัง “แน่ละ งานชิ้นสำคัญของหลาน คือ ต้องทำลายแม่มดในสถานที่นี้ให้หมดสิ้น นั่นละ จึงจะเป็นอวสานอย่างแท้จริงขององค์การนี้ทั้งหมด”(หน้า 232) ทั้งสองต่างช่วยกันคิดแผนการที่จะจัดการแม่มดเหล่านั้นให้หมดไป ไม่ใช่แค่ในโรงแรมนี้ แต่ต้องกำจัดแม่มดที่ยังกระจายอยู่ทั่วโลกเพื่อไม่ให้เป็นภัยกับเด็กๆต่อไป
วรรณกรรมเยาวชน แม่มด : The Witches เรื่องนี้ใช้ตัวละคร แม่มด สะท้อนให้เห็นความเป็นจริงในสังคมมนุษย์ตามสำนวน “สวยแต่รูป จูบไม่หอม” ดังจะเห็นได้ว่า แม่มดนั้นแม้จะสามารถดำรงตนอยู่ในร่างที่งดงามเพียงใด ก็ไม่สามารถควบคุมจิตใจที่โหดร้ายที่จ้องจะกำจัดเด็กๆของตนไว้ได้ ย่อมแสดงให้เห็นธาตุแท้ของตนออกมาไม่วันใดก็วันหนึ่ง และเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมมักจะตัดสินใครที่รูปลักษณ์ภายนอก จึงทำให้แม่มดในเรื่องนั้นสามารถอยู่ในสังคมได้นานโดยไม่ถูกจับได้หรือกำจัดให้หมดไป เหมือนสังคมในโลกของความเป็นจริงที่มีตัวอย่างให้เห็นคือจิตใจความเป็น “แม่มด”นั้นยังคงแอบแฝงอยู่ในรูปพฤติกรรมของคนในสังคม แม้จะทำความผิดแต่ถ้ารูปลักษณ์ หน้าที่ เกียรติยศมีมากพอ สิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยบรรเทาความผิดนั้นให้ดูเบาลงจนอาจหาที่ผิดไม่ได้ แต่บุคคลเหล่านี้ไม่อาจปฏิเสธกฎแห่งกรรมได้ สักวันผลของการกระทำย่อมจะปรากฏให้สาธารณชนได้เห็น ผู้เขียนยังแฝงทรรศนะเกี่ยวกับความรักของคนในครอบครัว ที่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายเพียงใด สิ่งเดียวที่จะคอยหล่อเลี้ยงกำลังใจให้ผ่านเรื่องราวเหล่านั้นไปได้ ก็คือกำลังใจจากครอบครัว ทางด้านเนื้อหา ผู้แต่งใช้เนื้อหาเกี่ยวกับเวทมนต์และจินตนาการ การต้องคำสาป ซึ่งเป็นส่วนช่วยกระตุ้นความสนใจให้แก่เด็กและเยาวชน มีกลวิธีการแต่งที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์คือการถ่ายทอดประสบการณ์วัยเยาว์มาช่วยในการสร้างสรรค์ผลงาน การใช้ภาษาคือเน้นบทที่มีบทสนทนามากกว่าบทพรรณนา ซึ่งนอกจากจะทำให้อ่านได้ง่าย ไม่น่าเบื่อแล้วยังช่วยดึงความสนใจให้เด็กและเยาวชนหันมาอ่านหนังสือเล่มอีกด้วย
วรรณกรรมเยาวชน แม่มด : The Witches เป็นหนังสือที่สะท้อนสังคมที่ยึดการตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอก มีเนื้อหา ภาษาตลอดการดำเนินเรื่องที่ไม่ซับซ้อน นับเป็นวรรณกรรมอีกเล่มที่เยาวชนไทยและชาวไทยทุกคนควรอ่าน เพื่อช่วยให้เสริมความเข้าใจและปลูกฝังค่านิยมเกี่ยวกับการตัดสินคนและซาบซึ้งไปกับความรักของครอบครัวและนำไปปรับใช้กับทัศนคติ มุมมองและพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้ดียิ่งๆขึ้นไป
