เมื่อคนเรายึดติดระเบียบจนลืมปรับเปลี่ยนบทบาทชีวิตที่เป็นระบบ เช่น ครู อาจารย์ นักบำบัด ผู้ปกครอง ผู้ดูแล เรากำลังขาด "ผู้ฝึกใจ" ให้หัวใจของความเป็นมนุษย์คืนกลับมาโดยไม่ตีตรา ไม่ตัดสิน และไม่เปรียบเทียบ

เมื่อทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับการฝึก "ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต" เช่น ในฐานะบทบาทอาจารย์ ผมกำลังปรับเปลี่ยนเป็นบทบาทนักกิจกรรมบำบัดมาช่วยเหลือลูกศิษย์ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต หลังจิตแพทย์วินิจฉัยจากโรคจิตเภทปรับเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ พร้อมให้การรักษาด้วยยาจิตเวช 

แต่การฝึก "ผู้ดูแลที่พร้อมจะฝึกฝนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัญหาสุขภาพจิต" นั่นไม่ง่าย เพราะ :-

  • ผู้ดูแลกำลังสับสนระหว่างบทบาทหน้าที่ในงานประจำกับบทบาทหน้าที่ใหม่ - ต้องการใช้เวลาในการ "ตั้งสติ" ยับยั้งชั่งใจ ให้ควบคุมอารมณ์อย่างยืดหยุ่นและมั่นคง 
  • ผู้ดูแลเองก็กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตที่สะสมความเครียดจากการฝืนทนคนในครอบครัวที่เค้ารัก แต่ผิดคาดและไม่คาดคิดว่า "คนที่เค้ารักกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต"
  • ผู้ดูแลเองก็ไม่รู้ ไม่มั่นใจ และไม่เชื่อมั่นในสมรรถนะแห่งตนว่า "จะดูแลให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวังแท้จริงได้อย่างไร" เช่น จะเรียนจบไหม จะทำงานอะไรได้มั่นคง จะป่วยเข้าโรงพยาบาลซ้ำอีกไหม จะพิการทางจิตไหม ฯลฯ

ใน 5 นาที ต่อไปนี้ ลองทบทวนว่า "เรามีความพร้อมที่จะเป็น นักฝึกใจ ให้คนอื่น ได้หรือไม่ และได้อย่างไร" 

  • เราทำการช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินได้แค่ไหน เช่น ผู้ป่วยกังวลจนตัวสั่น หัวใจเต้นเร็ว ร้องไห้ฟูมฟาย และอยากทำร้ายตัวเอง เป็นต้น
  • เราทำการรับฟังอย่างลึกซึ้งโดยไม่คิดแทนผู้ป่วยได้แค่ไหน เรารับฟังโดยไม่ตัดสินด้วยน้ำเสียงที่คิดไปเองว่าอ่อนโยน ซึ่งจำเป็นต้องผ่านการรับฟังเพื่อเป็นนักอ่านใจด้วยการเจริญสติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20 ชั่วโมง
  • เราทำการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องมากกว่า 100 ราย ในบทบาทผู้ฝึกใจ ตั้งแต่ นักให้คำปรึกษา นักบำบัด นักปรับพฤติกรรม จนถึง นักออกแบบทักษะชีวิตจริง ให้ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิต โดยเฉพาะการ "ฝึกปล่อยวาง" เมื่อคนรอบข้าง มีเวลาไม่ยืดหยุ่น มีระเบียบไม่สร้างสรรค์ มีปัญหาไม่คิดบวก มีคนเก่งไม่เห็นใจ
  • เราเคยมีประสบการณ์ชีวิตที่มีศักยภาพในการเป็น "ผู้ฝึกใจตัวเอง" พร้อมจะเรียนรู้ฝึกทักษะชีวิจจริงเพื่อมีจิตอาสาทำความดี มีอารมณ์ยืดหยุ่นมั่นคง มีน้ำเสียงอ่อนโยนจริงใจ มีจิตวิทยาคิดบวก มีความสามารถในการดูแลตนเองด้วยการสงวนพลังงานชีวิตเพียงพอ ได้แก่ การจัดการทางการเงินพอดี-การจัดการเวลาพอควร-การจัดการความรักความเข้าใจภายในครอบครัวตนเองพอเหมาะ  โดยเฉพาะมีสติ (รู้ทัน) และสัมปชัญญะ (รู้จริง) ในการเป็นผู้แก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนด้วยความเครียดบวก - จัดการความเครียดลบให้เป็นระบบอย่างรวดเร็ว ดังภาพข้างล่าง
  • แผนภาพข้างล่างคือ กระบวนการฝึกเจตจำนง หรือ การรู้จริงในความคิดความเข้าใจ (ความตั้งใจ ความสนใจ ความสำคัญ) ในคุณค่าของความเป็นคน ให้มีจิตมุ่งมั่นพัฒนานิสัยและบทบาทชีวิต (พฤตินิสัย) ของตนเองอย่างเปิดใจ พร้อมอดทน พยายาม อึด ฮึด สู้ ให้ชีวิตมีความหมาย/ความดีงามอย่างแท้จริง

เรามาเริ่มต้นเป็นนักฝึกใจในการฝึกทักษะการประกอบกิจกรรมการดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะ ผ่าน เสียงบำบัด กันเถอะครับ ลองอ่านบันทีกนี้