หนังสือเรื่อง The Serendipity Mindset : The Art and Science of Creating Good Luck (2020) เขียนโดยศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ Christian Busch แห่ง New York University และ LSE บอกว่ามนุษย์พัฒนาตนเองให้เป็นมีโชคง่ายได้ เพราะโชคในชีวิตไม่ใช่เรื่องบังเอิญทั้งหมด
คุณสมบัติสำคัญได้แก่ การมองโลกแง่ดี (optimism), ใจเปิด (open-minded), อยากรู้อยากเห็น (curiosity), อดทนมานะพยายาม (perseverance), และ ปรับตัว (adaptability) เป็นต้น
สมรรถนะสำคัญคือ ความเป็นคนช่างสังเกต และความสามารถในการเชื่อมโยงประเด็น ที่ฝรั่งเรียกว่า connect the dots เพื่อสามารถจับประเด็นสำคัญที่พบโดยไม่คาดฝัน (the unexpected) และเชื่อมโยงสู่คุณค่าที่กำลังแสวงหาได้
ผมตีความว่า โชคดีโผล่ออกมาเป็นครั้งคราวเสมอ ขึ้นอยู่กับตัวเรามีสติตั้งมั่นมองเห็นหรือไม่ และเมื่อมองเห็น เชื่อมโยงสู่คุณค่าที่ต้องการได้หรือไม่ โชคจึงได้แก่ผู้มีเป้าหมายแน่วแน่ในชีวิต และเป้าหมายยิ่งใหญ่เพื่อสังคมมีพลังมากกว่าเป้าหมายเพื่อตนเองเท่านั้น
ผู้เขียนแนะนำให้ฝึกฝนตนเองให้มีพลังโชคโดยเขียนไดอารี่ การค้นพบโดยไม่คาดหวัง ที่เขาเรียกว่า serendipity journal เพื่อฝึกเชื่อมโยงประเด็น
ทำให้ผมยิ่งเห็นความสำคัญของ การเรียนรู้ระดับเชื่อมโยง ที่ผมกำลังรณรงค์ให้การศึกษาไทยไปถึงระดับนี้ โดยเรากำลังจัด PLC Coaching ชุมนุมครูเพื่อศิษย์ สร้างการเรียนรู้สู่ระดับเชื่อมโยง ออนไลน์ ที่ดูตัวอย่างได้ที่ (๑)
กล่าวใหม่ว่า คนที่เป็นคนผิวเผิน เพราะถูกฝึกมาจากโรงเรียนให้เรียนโดยใช้ความจำ จะเป็นคนโชคดีได้ยาก เพราะจะเป็นคนที่ไม่มีความช่างสังเกต และไม่มีทักษะในการเชื่อมโยงประเด็น
อธิบายว่า การเรียนรู้มี ๓ ระดับ คือระดับผิว (superficial), ระดับลึก (deep), และระดับเชื่อมโยง (transfer) การศึกษาต้องฝึกนักเรียนให้เรียนไปถึงระดับเชื่อมโยง รายละเอียดอ่านได้จาก บล็อก ชุด ครูเพื่อศิษย์ สอนสู่รู้เชื่อมโยง (๒)
หนังสือแนะนำให้เราเปิดหรือขยายพื้นที่สร้างสรรค์ (creative space) ให้แก่ตนเอง โดยการใคร่ครวญสะท้อนคิดประจำวัน ตั้งคำถามต่อกิจกรรมในวันที่ผ่านมา ว่าน่าจะทำได้ดีกว่าเดิมในแง่ใดบ้าง มีการใช้เวลาอย่างคุ้มค่าหรือไม่ มีวิธีดำเนินการเพื่อประหยัดเวลาให้มีเวลาเพื่อการสร้างสรรค์ ได้อย่างไร
นอกจากนั้น เขายังแนะนำให้หมั่นทำแผนผังเครือข่ายบุคคลของตนเอง เพื่อหาทางสร้างความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ และผมขอเพิ่มเติมว่า น่าจะทำแผนผังเครือข่ายเป้าหมายในชีวิต เพื่อทำความชัดเจนในเป้าหมายที่ทรงคุณค่า และความเชื่อมโยงสู่ประเด็นต่างๆ ที่ผมขอเรียกว่า Values Mapping
เทคนิคสำคัญที่เขาแนะนำคือ ฝึกฟังข้อคิดเห็นของคนอื่น ที่มีความคิดแตกต่าง หรือมองต่างมุมกัน เพื่อตกผลึกสู่แนวคิดใหม่ๆ รวมทั้งฝึกให้คุณค่าแก่คำแนะนำป้อนกลับ (feedback) โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำแนะนำป้อนกลับเชิงลบ ที่คนเรามักไม่ได้ยิน
ความบังเอิญ หรือโชค เป็นสิ่งที่ต้องการเวลาบ่มเพาะ คนที่มีความอดทนมานะพยายามมุ่งมั่นอยู่กับเรื่องนั้นๆ เท่านั้นที่จะมีโชค คนจับจดจึงยากที่จะมีโชค
ตัวอับโชคทั้งสี่ได้แก่ (๑) ไม่เชื่อว่ามีสิ่งที่ไม่คาดหวังเกิดขึ้นอยู่เนืองๆ (๒) เชื่อและทำตามคนส่วนใหญ่ (๓) เชื่อในความมีเหตุผลล้วนๆ (๔) ยึดติดวิธีการที่คุ้นเคย
เมื่อพูดถึงเรื่องผลงานสร้างสรรค์ ผมจึงบอกว่า “เทวดา” มาช่วยผมบ่อยๆ ทั้งๆ ที่ผมเชื่อว่าไม่มีเทพเจ้า
วิจารณ์ พานิช
๓ ต.ค. ๖๓