การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตาจนเกินไป พึงทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน
ทำดีอย่างไร ใจจึงจะเป็นสุข?
ดร. ถวิล อรัญเวศ
การทำความดี เป็นสิ่งที่ทำได้โดยยากยิ่ง
ตรงกับการทำความชั่ว บ่อมทำได้โดยง่าย
ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนาแม้จะ
มีมากถึง 84,000 พระธรรมขันธ์ก็จริง
แต่ถ้าสรุปโดยย่อก็มีเพียง 3 ประการ เท่านั้น
คือ ละชั่ว ทำดี และทำใจให้ผ่องใส
ในการทำความดีนั้น ถ้าเราทำความดี
เพื่อความดีจริง ๆ ก็จะพบแต่ความสุขใจ
แต่ถ้าเราคิดจะทำความดี เพราะมีเงื่อนไข
หรือเหตุปัจจัยอะไรที่แอบแฝงอยู่จาก
การกระทำนั้น บางครั้งก็อาจจะทำให้ใจเรา
ต้องเกิดความทุกข์ใจได้ หรืออาจจะทำให้
การทำความดีสะดุดได้.....
ดังนั้นจึงไม่ควรทำความดีเพราะเหตุ
ดังต่อไปนี้ คือ
ทำดีเพราะหิวโหย
ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงหรือรางวัล
ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ)
ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ ตำแหน่งในทางทุจริต
ทำดีตามกระแส ฯลฯ
การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง
อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตาจนเกินไป
พึงทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร
ไม่ยกตนข่มท่าน
ขอฝากแนวทางการทำความดี ดัง
มีอรรถาธิบาย ดังนี้
1. ทำดีเพราะหิวโหย
อยากให้คนเขาว่าเราดี
ความหิวโหยนี้ ท่านเปรียบดังกับเปรต
หรืออสุรกายที่กำลังหิวโหยอยากได้ส่วนบุญ
ที่คนหรือญาติกำลังจะอุทิศส่วนกุศลไปให้
เมื่อถึงวันพระมาถึง ต้องมารอคอยรอรับ
ส่วนบุญส่วนกุศล แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์
ทรมานหรือไม่ก็เที่ยวหลอกหลอนคนให้
หวาดกลัวก็มี
2. ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงหรือรางวัล
ท่านเปรียบเหมือนเด็กน้อย ต้องคอยให้รางวัล
ให้ดาวหรือสิ่งของเพื่ออยากให้เขาทำดีต่อ ๆ ไป
ถ้าไม่ได้รางวัล ก็ไม่อยากทำความดีนั้น
3. ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ)
ท่านเปรียบกับชายหนุ่มที่เห็นสาวสวยอยากได้ความรักจากเธอ
ก็แสร้งทำความดีต่อหน้าก็มี แต่ถ้าเผลอหรือลับหลังก็เป็นอีกแบบหนึ่ง
ไม่ได้เกิดจากน้ำใสใจจริง หรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย ต่อหน้าเป็นอีกอย่าง
พอลับหลังเธอ ก็เป็นอีกอย่าง
อย่างนี้ต้องระวังให้มากนะครับ คนเราจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ ต้อง
ทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
จึงจะยั่งยืน มั่นคงดังเสาหิน หรือดังวิสัยทัศน์ที่ว่า
“มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”
4. ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ
ตำแหน่งในทางทุจริต
ท่านเปรียบกับคนที่อยากได้ยศ ตำแหน่งสูงขึ้น แต่
ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยมนต์
ไม่ได้ด้วยมนต์ ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้อง
เอาด้วยคาถา หรือเสน่ห์ เช่น ต้องให้สินจ้าง รางวัล
สินบนหรือวัตถุอย่างอื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากผลงานของ
ตนเองแต่ประการใด
ข้อนี้ ต้องช่วยกันต่อต้าน ถ้าอยากให้คนดีจริง ๆ มีที่ยืน
อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล เพราะคนไม่ดีมาครองบ้านครองเมือง
ท่านว่าจะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวงต่อชาติบ้านเมือง
5. ทำดีตามกระแสแฟชั่น
ท่านเปรียบกับคนทำดีตามแฟชั่น หรือทำดีเอาหน้า
อยากให้คนเห็นว่าเรารวย ไปกู้เงินหรือสร้างหนี้สิน
เพื่อทำบุญเอาหน้า ทำเอิกเกริกใหญ่โต ไม่คุ้มค่า
แถมทุกข์ตามมา ไม่ควรทำ แต่ควรทำแบพอเพียง
ตามฐานานุรูปจึงจะสุขใจ ไม่ควรคิดทำบุญเอาหน้า
หรือคิดว่าตนเองมีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่ง ต้องไม่
เป็นรองใคร พึงทำความดีโดยไม่ต้องคิดว่าเรา
จะได้อะไร ทำความดีโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรนั้นแหละ
ท่านอาจจะได้อะไร…..ก็ได้ เขาเรียกว่า อานิสงส์
หลายอย่างที่เป็นคุณงามความดีในชีวิตเรา
เราต้องสร้างสมเอง เพราะบุญ ๆ นี้ไม่มีการปันแจก
แหกไม่ได้ดังไม้ผ่ากลาง อยากได้ต้องทำเอง
มีข้อคิดการทำความดี หลวงวิจิตรวาทการ
ได้ประพันธ์ไว้ว่า
"อันที่จริง คนเขา อยากให้เราดี
แต่ถ้าเด่น ขึ้นทุกที เขาหมั่นไส้
จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย
ไม่มีใคร อยากเห็นเรา เด่นเกิน"
ท่านเพียงให้ข้อคิดว่า การทำความดีบางครั้ง
ต้องระมัดระวัง อย่าเด่นหรือทำเกินหน้าเกินตาจนเกินไป
พึงทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน
ขอฝากแนวทางการทำความดีไว้ ดังนี้
อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง
ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้ มิรู้ถอย
ผลวันหน้า อย่าเฝ้าหวัง เพียงแต่คอย
อย่าปล่อย วันเวลา ล่วงไปฟรี
จงรีบหมั่น ขยันไว้ ในวันนี้
เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า
วันนี้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อย กายา
วันข้างหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย
ครับ การทำความดีบางครั้ง
ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน
อย่าเด่นมากจนเกินไป ถ่อมตน คนรัก
อวดนัก คนชัง อย่าอยากเด่น อยาก
ดังจนเกินตัว ฅ
ขอให้มีสุขสวัสดิ์
สุขกาย สุขใจ ไร้โรคา
สมหวังในสิ่งพึงปรารถนา
ทุกประการ นะครับ
----------------------


