ไม่ควรทำความดีเพราะเหตุดังต่อไปนี้ คือทำดีเพราะหิวโหย ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงหรือรางวัล ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ) ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ ตำแหน่งในทางทุจริต ทำดีตามกระแส การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง อย่าเด่น หรือทำเกินหน้าเกินตา ทำอย่างมีสัมมาคารวะ ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน

คนดี 4 โมงเย็น
ดร.ถวิล  อรัญเวศ

    หลวงพ่อเคยถามว่า
"รู้จักไหม
คนดี 4 โมงเย็น ?"
   ตอบท่านไปว่า

"คิดไม่ออก
ครับหลวงพ่อ"

 หลวงพ่อท่านถามต่อว่า

     "เคยไปงานศพไหม?.
ตอนสี่โมงเย็นก่อนจะเผา
เขาจะอ่านความดีของคนตาย
ว่าตอนมีชีวิตอยู่มีอะไรดีบ้าง?

          คนดีแค่ตอน 4 โมงเย็นอย่าเป็นเลย.
เป็นคนดีให้ได้ทุกวันดีกว่า"

           ตอนอยู่ไม่เห็นความดีกัน
จะเห็นก็ตอนตายไปแล้ว
ถึงไม่มีก็หากันมาเล่าจนได้.....

           ให้เป็นคนดีตอนสี่โมงเย็น
แล้วตอนกินได้ไม่ได้เอา
ของอร่อยมาให้กิน แต่พอป่วย
เอาของกินมาเยี่ยมเยอะแยะ 
มันกินไม่ได้หรอกเด้อ  555.....

           ตอนยังมีชีวิตอยู่ ไม่บอกให้
ไปที่ชอบที่ชอบ  แต่พอตอนตาย
บอกคนตายว่า

        “ให้ไปสู่ที่ชอบที่ชอบเถอะ
อย่าได้ห่วงอะไรเลย
พร้อมเอาเงินเหรียย 5 เหรียญ 10 ให้”
        จะไปได้อย่างไรน้อ.......
ตอนตายนี้
เงินก็แค่นี้ !!!

ทำดีอย่างไร ใจจึงจะสุข ? 

การทำความดี

เป็นสิ่งที่ทำได้โดยยาก

ตรงกับการทำความชั่ว

ย่อมทำได้โดยง่าย

ตามหลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา

แม้จะมีมากถึง 84,000

พระธรรมขันธ์ก็จริง

แต่ถ้าสรุปโดยย่อ

ก็มีเพียง 3 ประการ

คือ ละชั่ว ทำดี

และทำใจให้ผ่องใส เท่านั้น

     ในการทำความดี ถ้าเราทำดี

เพื่อความดีจริง ๆ  ก็จะพบแต่ความสุขใจ

แต่ถ้าเราคิดจะทำความดี เพราะมีเงื่อนไข

หรือเหตุปัจจัยอะไรที่แอบแฝงอยู่จาก

การกระทำนั้น บางครั้งก็อาจจะทำให้เรา
ต้องเกิดความทุกข์ใจได้
หรืออาจจะทำให้การทำความดีนั้นสะดุดไปได้

     ดังนั้นจึงไม่ควรทำความดีเพราะเหตุดังต่อไปนี้
คือทำดีเพราะหิวโหย  ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงหรือรางวัล 
ทำดีเพราะอยากได้ความรักจากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ) 
ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ  ตำแหน่งในทางทุจริต  ทำดีตามกระแส 

       การทำความดีบางครั้ง ต้องระมัดระวัง อย่าเด่น
หรือทำเกินหน้าเกินตา ทำอย่างมีสัมมาคารวะ
ไม่คิดแข่งใคร ไม่ยกตนข่มท่าน 

ขอฝากแนวทาง
การทำความดีมีอรรถาธิบาย ดังนี้

1. ทำดีเพราะหิวโหย

    คือทำดีเพราะอยากให้คนเขาว่าเราดี
ความหิวโหยนี้ ท่านเปรียบดังกับเปรต
หรืออสุรกายที่กำลังหิวโหย
อยากได้ส่วนบุญส่วนกุศลที่คน
หรือญาติกำลังจะอุทิศไปให้
เมื่อถึงวันพระต้องมารอคอย
รอรับส่วนบุญส่วนกุศล
แต่ถ้าไม่ได้ก็จะทุกข์ทรมาน
หรือไม่ก็เที่ยวหลอกหลอนคน
ให้หวาดกลัวก็มี 


2. ทำดีเพื่ออยากได้ชื่อเสียงรางวัล

    ถ้าไม่ได้รางวัล ไม่ประกาศชื่อเสียง
ให้ก็ไม่อยากทำ ท่านเปรียบเหมือนเด็กน้อย
ต้องคอยให้รางวัล ให้ดาว
หรือสิ่งของเพื่ออยากให้เขาทำดีต่อ ๆ ไป
ถ้าไม่ได้รางวัล ก็ไม่อยากทำความดีนั้น

3. ทำดีเพราะอยากได้ความรัก
จากสาวสวย (หรือหนุ่มหล่อ)

      ท่านเปรียบกับชายหนุ่มที่เห็นสาวสวย
อยากได้ความรักจากเธอ ก็แสร้งทำความดี
ต่อหน้าก็มี แต่ถ้าเผลอหรือลับหลัง
ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ไม่ได้เกิดจากน้ำใสใจจริง
หรือไม่เสมอต้นเสมอปลาย ต่อหน้าเป็นอีกอย่าง
ดังคำที่ว่า “ต่อหน้ามะพลับ 
ลับหลัง ตะโก”

    
พอลับหลังเธอ ก็เป็นอีกอย่าง อย่างนี้ต้องระวัง
ให้มากนะครับ คนเราจะเป็นคู่รักกันจริง ๆ
ต้องทำความดีเสมอต้นเสมอปลาย
ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
จึงจะยั่งยืน มั่นคงดังเสาหิน หรือ
ดังวิสัยทัศน์ที่ว่า “มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน”

4. ทำดีเพื่อหวังลาภ ยศ
ตำแหน่งในทางทุจริต

      ท่านเปรียบกับคนที่อยากได้ยศ
ตำแหน่งสูงขึ้น แต่ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์
ไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องเอาด้วยมนต์
ไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องเอาด้วยกล
ไม่ได้ด้วยกล ก็ต้องเอาด้วยคาถา
หรือเสน่ห์ เช่น ต้องให้สินจ้าง รางวัล
สินบนหรือวัตถุอย่างอื่น ๆ
ไม่ได้เกิดจากผลงานของตนเอง
แต่ประการใด ข้อนี้ ต้องช่วยกันต่อต้าน
ถ้าอยาก
ให้คนดีจริง ๆ มีที่ยืน อย่าปล่อยให้
คนชั่วลอยนวล เพราะคนไม่ดีมา
ครองบ้านครองเมือง ท่านว่า
จะเป็นอันตรายอย่างใหญ่หลวง
ต่อชาติบ้านเมือง

5. ทำดีตามกระแส

            ท่านเปรียบกับคนทำดีตามแฟชั่น
หรือทำดีเอาหน้า อยากให้คนเห็นว่าเรารวย
ไปกู้เงินหรือสร้างหนี้สินเพื่อทำบุญเอาหน้า
ทำเอิกเกริกใหญ่โต ไม่คุ้มค่า แถมทุกข์ตามมา
ไม่ควรทำ แต่ควรทำแบพอเพียง
ตามฐานานุรูปจะสุขใจ
ไม่ควรคิดทำบุญเอาหน้า หรือคิดว่าตนเอง
มีเกียรติศักดิ์ศรีสูงส่ง ต้องไม่เป็นรองใคร
พึงทำความดีโดยไม่ต้องคิดว่าเราจะได้อะไร
ทำความดีโดยไม่หวังว่าจะได้อะไรนั้นแหละ
ท่านจะได้อะไร

       หลายอย่างที่เป็นคุณงามความดีในชีวิตเรา
ต้องสร้างสมเอง เพราะบุญๆ นี้ไม่มีการปันแจก
แหกไม่ได้ดังไม้ผ่ากลาง อยากได้ต้องทำเอง

      มีข้อคิดการทำความดี
หลวงวิจิตรวาทการ
ได้ประพันธ์ไว้ว่า

"อันที่จริง คนเขา อยากให้เราดี

แต่ถ้าเด่น ขึ้นทุกที เขาหมั่นไส้

จงทำดี แต่อย่าเด่น จะเป็นภัย

ไม่มีใคร อยากเห็นเรา เด่นเกิน"

    ท่านเพียงให้ข้อคิดว่า
การทำความดีบางครั้ง

ต้องระมัดระวัง อย่าเด่น
หรือทำเกินหน้าเกินตา

ทำอย่างมีสัมมาคารวะ
ไม่คิดแข่งใคร

ไม่ยกตนข่มท่าน

ขอฝากแนวทาง
การทำความดี

อย่าริหัด ผัดวัน ประกันพรุ่ง

ว่าเริ่มรุ่ง เราจะสู้ มิรู้ถอย

ผลวันหน้า อย่าเฝ้าหวัง เพียงแต่คอย

อย่าปล่อย วันเวลา ล่วงไปฟรี

จงรีบหมั่น ขยันไว้ ในวันนี้

เพื่อโชคดี มีชัย ในวันหน้า

วันนี้เราเหน็ดเหนื่อย เมื่อย กายา

วันข้างหน้า เราคงพบโชค ประสบชัย

ครับ การทำความดีบางครั้ง

ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าเด่นมาก ถ่อมตน คนรัก

อวดนัก คนชัง อย่าอยากเด่นดังจนเกินตัว

   

คนดี 4 โมงเย็น

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี

นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

อันวัวควาย ตายแล้ว เหลือเขาหนัง

อันช้างตายยัง เหลืองา เป็นศักดิ์ศรี

คนเรานี้ตายแล้ว เหลือไว้ แต่ชั่วดี

คุณความมดี ประดับไว้ ในโลกา

เมื่อเจ้ามา เจ้ามีอะไร มากับเจ้า

เจ้าจะมัว โลภมาก ไปถึงไหน

เวลาตาย ไม่เห็น เอาอะไรไป

ติดตามได้ แต่บาปบุญ ของคุณเอง

พรรณไม้ดอก แม้โตได้วันละนิด

ยังความงาม พาจิตใจให้สดใส

ก่อนเหี่ยวแห้ง หมู่ภมรได้ชื่นใจ

ดูดเกสรบินร่อนไป เลี้ยงรวงรัง

อันมนุษย์ เกิดมาอยู่ คู่กับโลก

มีสุขทุกข์โศก โรคภัย ตายแล้วเผา

ก่อนจะดับ ลับโลกไป เพราะมัจจุราชมารับเอา

ท่าน เราและเขา ควรปลูกฝังความดีไว้ ให้โลกชม

       ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ทุกท่าน ครับผม