ในวันที่ 19 สิงหาคม ปี 2020 มีกลุ่มนักเรียนประมาณ 300 คน จากหลายโรงเรียนรวมตัวกัน ณ กระทรวงศึกษาธิการ

พวกเขาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปการศึกษา  และไม่ให้ใช้อำนาจนิยมในโรงเรียน ปัญหาอื่นๆ เช่นการข่มขู่ และ การทำร้าย โดยพวกคุณครูและเจ้าหน้าที่ในโรงเรียน รวมทั้งการละเมินทั้งทางอารมณ์และทางร่างกาย, การไม่ให้พูดหรือแสดงออกเนื้อหาทางการเมือง, การกดบังคับเรื่องสิทธิปัจเจกบุคคล, และการห้ามอิสรภาพในการพูดต้องถูกยกเลิกด้วย

กลุ่มของนักเรียนที่เรียนตนเองว่า นักเรียนเลว เป็นผู้นำการประท้วง ครั้งแรกที่พวกเขาขึ้นมาหน้าหนึ่งคือการประท้วงเรื่องกฎการไว้ผม

นี่เป็นพัฒนการอันล่าสุดในสัปดาห์ของการประท้วงตลอดทั้งประเทศ ที่นักเรียนมัธยมชูนิ้วสามนิ้วเพื่อการสรรเสริญ, ใส่ริบบิ้นสีขาว, สัญลักษณ์ของประชาธิปไตยในขณะที่พวกเขาร้องเพลงชาติ

เราคุยกับ “หนิง” นักเรียนอายุ 16 ปี ที่เป็นสมาชิกของกลุ่มนักเรียนเลว

สำหรับเยาวชนแล้ว การเมืองหมายถึงอะไร?

ฉันมองว่าการเมืองเหมือนกับชีวิต มันเป็นลมหายใจที่เราหายใจอยู่ทุกวัน พวกคนโตมักจะกล่าวว่าการเมืองนั้นโหดร้าย และเด็กๆไม่ควรยุ่งกับการเมือง แต่การเมืองยังอยู่กับพวกเราตั้งแต่วันแรกที่เราเกิด และจะอยู่คู่กับเราจนเราตายจากไป

ยกตัวอย่างเช่น ระบบการศึกษาเป็นการเมือง เราต้องอยู่ในระบบการศึกษาอย่างน้อย 15 ปี มันเป็นปีที่พวกเราเรียนรู้ เจริญเติบโต และค้นหาสิ่งต่างๆ

แต่พวกเขาปฏิบัติกับเราอย่างกับผ้าขาวที่ย้อมสีแบบเดียวกัน พวกเขาไม่ยอมรับความหลากหลาย

คุณคุยอะไรกับรัฐมนตรีศึกษา?

ฉันเป็นหนึ่งในสี่คนที่นั่งคุยกับเขา เขาถามฉันว่าปัญหาคืออะไรบ้าง? ฉันบอกกับเขาว่าหลักสูตรในประเทศไทยล้าสมัย

ครูสอนแต่มุมมองที่ล้าสมัยเกี่ยวกับบทบาทเพศวิถี ประวัติศาสตร์ผูกพันกับชาตินิยม ไม่มีการสอนทักษะการวิพากษ์ใดๆเลย พวกครูมีภาระหน้าที่อื่นๆนอกเหนือจากการสอนจนไม่มีเวลาเตรียมการสอน

วิธีการวัดผลไม่ได้เรื่อง พวกการวัดผลวัดอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว

พวกเขากล่าวหาคุณว่า “ก้าวร้าว” คุณรู้สึกอย่างไร?

ฉันไม่ได้รู้สึกว่าทำอะไรที่ไม่เหมาะสม ผู้ใหญ่บางคนเติบโตมาด้วยวิธีคิดที่เชื่อเรื่องการยอมทำตาม พวกเราไม่โกรธพวกเขา เพราะว่านั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาได้รับการสั่งสอน

พวกเขาไม่ได้ตระหนักรู้เลยว่าพวกเรากำลังทำอะไร (การยืนกระต่ายขาเดียวเรื่องอิสรภาพ และสิทธิมนุษยชน) สิ่งที่พวกเขาเห็นคือพวกเราส่งเสียงดังเมื่อเราประท้วง สำหรับเขานั่นคือความไม่เหมาะสม แต่นั่นเป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝันถึง

พวกพ่อแม่รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?    

พ่อแม่ของฉันเป็นสลิ่ม พ่อแม่ไม่ได้ช่วยฉันเรื่องนี้เลย พวกเขาตัดเบี้ยเลี้ยงฉัน และขู่ว่าจะไม่ให้ฉันไปโรงเรียน และจะไม่ให้ฉันเข้าบ้านอีก หากฉันไม่หยุด

พวกเขามองฉันว่าไม่มีสิทธิเท่ากันกับพวกเขา เป็นแค่เด็กอายุ 16 ปี แต่ฉันจะสู้เรื่องนี้ต่อไป ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

อะไรคือก้าวต่อไป?

จะลองดูว่ารัฐมนตรีศึกษาฯจะทำ หากพวกเขาไม่ยอมปกป้องสิทธิของพวกเรา

หากไม่ปกป้อง เราจะประท้วงต่อไป เราไม่ได้ต้องการให้ทุกๆคนเห็นด้วยกับเรา ทั้งหมดที่เราต้องการคือให้พวกเขาฟังเรา และมีพื้นที่ที่ปลอดภัยจนเราสามารถพูดถึงความคิดเราได้อย่างอิสระ

แปลและเรียบเรียงข้อมูลจาก

Choltanutkun Tun-atiruj. Bad Students: fighting against the culture of fascism

https://thisrupt.co/current-affairs/bad-student-fighting-against-fascism/