ศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา ท้วมสุข ไม่มีความเกษียณจากการเป็นกัลยาณมิตร


ศาสตราจารย์ งานสอน งานวิจัย

ด็อกเตอร์ งามวิไล สารสนเทศ

กุลธิดา หนุนปัญญา ทั่วคามเขต

ท้วมสุข ดวงเนตร ผู้มีธรรม

กาสะลอง ช่อแรก เป็นต้นเค้า

จึ่งเร่งเร้า รุดสร้าง ทางคูนค้ำ

ให้บ้านดี น่าอยู่ คู่คุณธรรม

นำรุ่นน้อง เด่นล้ำ ความเด่นดี

เน้นวิชาการ งานคน ให้ข้นเข้ม

เน้นเกษม สร้างสุข รักศักดิ์ศรี

เน้นพี่น้อง ผองครู คู่สุนทรีย์

เน้นให้มี ความรู้ คู่ปัญญา

แม้จะเป็น ผู้บริหาร งานผู้นำ

แต่ก็มี คุณธรรม นำข้างหน้า

ด้วยท่านเป็น แบบอย่าง “เพลงศรัทธา”

จึงได้เห็น คุณค่า ความเป็นคน

แม้ท่านเป็น ศาสตราจารย์ ก็ยังช่วย

ท่านอำนวย ให้น้องศิษย์ พิชิตผล

เก่งการเรียน เพียรการงาน ผสานผองชน

จึ่งได้ยล ความสำเร็จ เพชรน้ำงาม

มิละทิ้ง ความเป็นพี่ ที่เป็นครู

จึ่งได้อยู่ คู่ศรัทธา น่าเกรงขาม

กุลธิดา งามเด่น ทุกโมงยาม

กาสะลอง ขาวเด่นงาม มอดินแดง

ขอขอบคุณ ที่หนุนนำ ให้ทำดี

ขอบารมี เจ้าพ่อมอ อำนวยแสง

ขอให้มี ความสุข ทุกเช้าแลง

ขอให้แกร่ง กายจิต มิตรศรัทธา

แม้เกษียณ การงาน ชาญหนังสือ

แต่ท่านคือ กัลยาณมิตร จิตอาสา

ยังบอกกล่าว ผองมิตร ของท่านว่า

เกษียณงาน ไม่เกษียณค่า ความเป็นคน  

30 กันยายน 2563 วันสิ้นปีงบประมาณ อีกวาระหนึ่งก็ถือว่าเป็นวันสิ้นสุดการทำงานในระบบราชการหรือหน่วยงานในกำกับของรัฐที่ยังอิงอยู่กับปีงบประมาณ จึงเห็นภาพของการจัดกิจกรรมเพื่อแสดงมุทิตาจิตแก่ผู้เกษียณมากมายหลายวาระ ผมจึงถือโอกาสไปขอพบ อ.ตู่ ศาสตราจารย์ ดร.กุลธิดา ท้วมสุข คณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และถือโอกาสไปแสดงความยินดีในหลาย ๆ วาระในคราวเดียวกัน ทั้งเหตุของการได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์ ทั้งวาระของการเกษียณอายุ รวมถึงการหมดวาระการบริหารงานคณะในตำแหน่งคณบดี การไปคราวนี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ เรื่องหนึ่งในชีวิตของอาจารย์ตู่ในความคิดผม แต่ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง แม้ของฝากที่ติดถือไปแสดงมุทิตาต่ออาจารย์ตู่จะน้อยนิด แต่อยากจะมอบเพื่อขอบพระคุณท่านที่กรุณาดูแล ให้กำลังใจ และชี้นำทางให้อยู่บ่อยครั้ง ทั้งในฐานะรุ่นพี่ มข. 12 ที่ดูแลน้อง ๆ มาอย่างดี ในฐานะรองอธิการบดีที่เคยได้ร่วมทำงานต่าง ๆ และผมก็ได้รับความเมตตาจากอาจารย์ในหลายเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อครั้งที่ต้องเป็นที่ปรึกษาองค์การนักศึกษา ท่านก็กรุณาให้คำแนะนำและให้การสนับสนุน และเมื่อครั้งที่ท่านมาบริหารงานคณะ ส่วนผมไปช่วยภารกิจที่สำนักวัฒนธรรม พร้อม ๆ กับการทำหน้าที่อื่นด้วยนั้น ท่านก็กรุณาส่งเสริม สนับสนุนค่อนข้างมาก ให้ภารกิจต่าง ๆ  สำเร็จ ลุล่วง และอีกหลายคราวผมก็อาสาไปช่วยภารกิจของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ด้วยเช่นกัน จึงได้มีโอกาสพบปะและทำภารกิจให้สำเร็จ งดงาม และในอากาสนี้เอง ท่านและทีมบริหารคณะก็ได้เสนอชื่อผมเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเพื่อรับรางวัลเชิดชูเกียรติของมหาวิทยาลัย ฯ จนผมได้รับรางวัลดังกล่าว ก็ยังรู้สึกขอบพระคุณท่านและคณะที่ได้เล็งเห็นความสำคัญของคนทำงาน เพื่อให้มีกำลังใจได้ทำงานทำหน้าที่อาสาต่อไป

ในวันที่ไปพบท่าน 30 กันยายน 2563  ท่านบอกว่าน่าจะเป็นคนสุดท้ายที่จะได้ถ่ายรูปกับห้องคณบดี ที่ป้ายชื่อและตำแหน่ง เพราะเดี่ยวเขาก็จะมาเปลี่ยนป้ายเป็นคณบดีคนใหม่ และตอนบ่ายก็จะไปร่วมงานเกษียณของมหาวิทยาลัย จึงน่าจะเป็นคนสุดท้าย.... และก็เป็นจริงอย่างท่านว่า เพราะหลังจากนั้นไม่ถึงชั่วโมง ก็ทราบว่าช่างมาเปลี่ยนป้าย จึงเป็นคนสุดท้ายแบบพิเศษ

อาจารย์พี่ตู่ ก็ชวนคุยนิดหน่อย แต่คำสำคัญสองประโยคที่อยากจะบันทึกไว้เพื่อเตือนใจตนเอง เรื่องแรกคือท่านพูดถึงเรื่องการเป็นกัลยาณมิตรระหว่างกัน โดยเฉพาะที่แก้วน้ำที่ระลึกที่เขียนว่า Never retire from being friends ท่านแปลเป็นไทยว่า “เพื่อนไม่มีเกษียณ” อันน่าจะหมายถึง มิตรภาพระหว่างกัลยาณมิตรจะไม่มีวันเกษียณหรือไม่มีวันหมดอายุ และก็เชื่ออย่างนั้น เพราะท่านก็พูดด้วยว่า “อาจารย์ยอดก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เราคุยกันนอกรอบได้ในหลาย ๆ เรื่อง”  นอกรอบและรอบนอกในความคิดผม ก็คงเป็นเรื่องการเมือง ศาสนา วัฒนธรรม และความเป็นไปของสังคม จึงรู้สึกขอบพระคุณอาจารย์พี่ตู่ที่ทำให้เห็น “ศรัทธา” ของความเป็นกัลยาณมิตร ด้วยท่านเองก็ชื่นชอบและมักจะร้องเพลง “ศรัทธา” เพื่อให้เห็นว่า หากมีศรัทธานำทาง ภารกิจต่าง ๆ  ย่อมจะงดงาม

 ส่วนอีกเรื่องที่จะขอบันทึกไว้คือ ท่านกล่าวว่า “อาจารย์ยอดทำอะไรเยอะแยะมากมายโดยเฉพาะเรื่องนอกเหนือจากหน้าที่”  หากได้ยินแบบไม่มีสติไตร่ตรองก็อาจจะแอบเคืองกันไปหน่อยว่าอาจารย์ท่านตำหนิหรือเปล่าว่า งานตัวเองไม่ทำ ไปหาทำเรื่องอื่นมากมาย แต่หากคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดอะไร เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คงด้วยมีจิตสาธารณะ(มากไป) จึงอาสาไปทำงานต่าง ๆ มากมายหลายมิติ จนลืมทำหน้าที่บางอย่างของตนให้ดี ซึ่งก็มีผลมาจนถึงทุกวันนี้ แต่หากจะมองแง่ดี ท่านก็คงจะชื่นชมว่าเรามีจิตอาสาไปช่วยเหลือภารกิจมากมายหลายภาระ แต่ก็รู้สึกขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้แง่คิดที่งดงาม ทำให้ได้ไตรตรองตนเองอีกวาระหนึ่งว่า “หน้าที่” ควรจะเป็นเรื่องสำคัญ “บทบาท” เป็นตัวแสดงหรือดำเนินเรื่อง เพื่อให้กิจการงานสำเร็จตามเป้าหมาย อย่างไร? เพราะอาจารย์ท่านได้พิสูจน์ให้เห็นอย่างดงามว่า แม้อาจารย์จะทำงานบริหารมากอย่างยาวนาน โชกโชน และเต็มที่ แต่เรื่องวิชาการอาจารย์ก็มิได้ละทิ้ง ทั้งการสอน ตำรา งานวิจัย จนทำให้แม้ในระหว่างที่บริหารงานก็ยังมีผลงานจนได้ “ศาสตราจารย์” ซึ่งถือเป็นเรื่องท้าทายและยากยิ่งในสายวิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่อาจารย์ปฏิบัติให้เห็นได้อย่างดงาม ทั้งปริยัติและปฏิบัติ....

ขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาในทุก ๆ โอกาสครับ

ยอด

8 ตุลาคม 2563

หมายเลขบันทึก: 683661เขียนเมื่อ 8 ตุลาคม 2020 15:21 น. ()แก้ไขเมื่อ 8 ตุลาคม 2020 15:21 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี