ในเพศสมณะเพศ การทำใจให้มีความสุขก็จะใช้สมาธิ ทำจิตให้ตั้งมั่น อาจจะใช้วิธีบริกรรม หรือนำวัตถุ อารมณ์สำหรับยึดเหนี่ยว หรือที่เรียกว่า “กสิณ” มาใช้บริกรรมเพื่อเป็นกลอุบายให้จิตสงบ หรือทำให้ใจเป็นสุข ในด้านอารมณ์นั้น รูป และเสียง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะทำให้ใจไม่ตั้งมั่น หรือหวั่นไหวได้ง่าย จึงสอนให้ภิกษุในฐานะเพศบรรพชิตซึ่งถือพรหมจรรย์ พึงสังวร ระมัดระวังจิตให้หนักแน่น พยายามฝึกจิต เห็นรูปสวย ๆ งาม ๆ ก็เพียงสักว่ารูป สักว่าเสียง พยามพยายามระวังจิตไม่ให้ปรุงแต่งนอกเหนือไปจากนั้น ในเพศฆราวาส วิธีการสร้างสุข หรือนำวัตถุ อารมณ์มาเป็นสื่อ ภาษาพระเรียกว่า “กสิณ” ในชีวิตฆราวาส อะไรก็ได้ที่จะทำให้ใจเราเป็นสุข ไม่มีข้อห้าม หลายคนจะใช้เสียงเพลงเป็นสื่อเพื่อทำให้ใจสงบหรือเกิดปิติสุข ก็แล้วแต่จริต ของแต่ละคนร้องเพลงคาราโอเกะตามร้านอาหารบ้าง หรือร้องที่บ้านบ้าง (แต่ก็พยายามเรื่องการส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน
การสร้างสุขจากเสียงเพลง
ดร.ถวิล อรัญเวศ
สุดยอดปรารถนา คือความสุข คนเราเกลียดทุกข์ พยายามจะหาทางพ้นทุกข์ ไม่ว่าจะพ้นถาวร หรือชั่วคราวก็ตาม
การสร้างสุขให้กับตนเอง สามารถทำได้หลายวิธี โดยเฉพาะการฝึกจิตใจให้รู้จักพอเพียงฝึกให้จิตมีความแจ่มใส
เป้าหมายของการปฏิบัติธรรมในทางพระพุทธศาสนา คือ “การดับทุกข์” หรือ “สร้างสุข”นั้นเอง
การดับทุกข์ และสร้างสุขในเพศฆราวาส กับเพศบรรพชิต ก็อาจจะไม่เหมือนกันเลยทีเดียวเพราะฆราวาสเพียงถือศีล 5 และปฏิบัติตามคิหิปฏิบัติ ก็ถือว่าสุดยอดหรือเพียงพอแล้วแต่สำหรับบรรพชิต สามเณร ถือศีล 10 ภิกษุถือศีล 227 ภิกษุณี ถือศีล 311 แม่ชีถือศีล 8 เพราะท่านกล่าวว่า “การบวชนั้นทำได้ยากหรือปฏิบัติได้ยากกว่าฆราวาส”เพราะมีวินัยเข้ามาเกี่ยวข้อง
การดำรงชีวิตก็ต่างกัน ฆราวาสรับประทานอาหารได้ไม่จำกัดกาลเวลา แต่นัก บวช เชน ภิกษุสามเณรฉันอาหารได้ไม่เกินเที่ยงวัน ไม่เช่นนั้นก็ผิดวินัยสงฆ์หรือเป็นอาบัติแล้ว และการบวชนั้นประพฤติพรหมจรรย์ คือละเว้น
การสัมผัสกับเพศตรงข้าม สิ่งสวยๆ งามๆ เจริญตาเจริญใจ ให้ละเว้น บรรพชิต ไม่ให้นั่งในที่ลับตา (ภายในห้องสองต่อสอง) ที่ลับหู (เห็นได้แต่อยู่ไกลไม่ได้ยินเสียงว่าคุยอะไรกัน) ถ้าภิกษุรูปใดละเมิดในวินัยก็มีกฎเหล็กคุ้มครองสตรี หรือสีกา ถ้าเธอโจทก์เช่นใด ภิกษุก็ยืนตามนั้น จะปฏิเสธไม่ได้ เพราะวินัย ไม่ให้นั่งในที่ลับตาและที่ลับหูอยู่แล้ว เว้นแต่มีอยู่ด้วยกันหลายคน ก็ไม่เป็นอาบัติ (เกินสองคนขึ้นไป)
ในเพศสมณะเพศ การทำใจให้มีความสุขก็จะใช้สมาธิ ทำจิตให้ตั้งมั่น อาจจะใช้วิธีบริกรรม หรือนำวัตถุ อารมณ์สำหรับยึดเหนี่ยว หรือที่เรียกว่า “กสิณ” มาใช้บริกรรมเพื่อเป็นกลอุบายให้จิตสงบ หรือทำให้ใจเป็นสุข
ในด้านอารมณ์นั้น รูป และเสียง ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่อาจจะทำให้ใจไม่ตั้งมั่น หรือหวั่นไหวได้ง่าย จึงสอนให้ภิกษุในฐานะเพศบรรพชิตซึ่งถือพรหมจรรย์ พึงสังวร ระมัดระวังจิตให้หนักแน่น พยายามฝึกจิต เห็นรูปสวย ๆ งาม ๆ ก็เพียงสักว่ารูป สักว่าเสียง พยามพยายามระวังจิตไม่ให้ปรุงแต่งนอกเหนือไปจากนั้น
ในเพศฆราวาส วิธีการสร้างสุข หรือนำวัตถุ อารมณ์มาเป็นสื่อ ภาษาพระเรียกว่า “กสิณ” ในชีวิตฆราวาส อะไรก็ได้ที่จะทำให้ใจเราเป็นสุข ไม่มีข้อห้าม
หลายคนจะใช้เสียงเพลงเป็นสื่อเพื่อทำให้ใจสงบหรือเกิดปิติสุข ก็แล้วแต่จริต ของแต่ละคนร้องเพลงคาราโอเกะตามร้านอาหารบ้าง หรือร้องที่บ้านบ้าง (แต่ก็พยายามเรื่องการส่งเสียงรบกวนเพื่อนบ้าน
โลกของเราเกิดมากี่ปี และจะดำรงไปอีกกี่ปี ไม่มีใครทราบได้แน่นอนสมัยก่อนพุทธกาล ชาวอินเดียว มีความเชื่อสองฝ่าย คือ เชื่อว่า “ตายแล้วเกิด”อีกฝ่ายเชื่อว่า “ตายแล้วสูญ”
แต่คนเชื่อว่า “ตายแล้วสูญ” อาจจะทำให้เกิดการเห็นแก่ตัว สามารถประกอบกรรมชั่วได้โดยง่าย เพียงขอให้ตนเองสุขในชาตินี้ ก็พอแล้ว คนอื่นช่างหัวมัน ไม่สนใจ จึงพยายามแสวงหาความสุขสำหรับตนเอง ในทางดีบ้าง ทางชั่วบ้าง เพราะไม่กลัวบาปกลัวกรรม ตายแล้วสูญ ไม่เห็นต้องกลัวอะไร จึงมีคนเห็นแก่ตนเอง เช่น ทำอาชีพในทางไม่สุจริต หรือทำการทุจริตโดยไม่กลัวบาปกรรมจะส่งผลแก่ตน
ในทางพุทธศาสนา สอน ให้เรา ละชั่ว ทำดี และทำใจให้ผ่องใส และเชื่อว่า ตายแล้วเกิดไม่ใช่ตายแล้วสูญ เพราะเวลาเราหมดอายุขัย วิญญาณที่มีสิงกับร่างกายเรา จะล่องลอยออกไปประดุจเราฝัน มีสองอย่างที่จะนำเราไป คือ กรรมดี นำไปสู่ทางที่สุข หรือไปสู่สุคติ (ไปดี) และถ้าทำกรรมชั่ว จะนำไปสู่ทุคติ (ไปชั่ว) อาจจะไม่ได้เกิดเป็นคน อาจจะเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานส่วนคนทำดี อาจจะได้ไปเกิดในที่ดี มีบุญหนุนส่งเวลาเติบโตทำอะไรก็ไม่ติดขัด เพราะมีบุญกรรมที่ทำไว้แต่ชาติปางก่อนหนุนนำ
ทุกวันนี้ สภาพสังคมกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ทรัพยากรก็นับวันจะลดน้อยลงชีวิตของแต่ละคนก็ล้วนต้องดิ้นรน แข่งขันมากขึ้น เพื่อความอยู่รอด ในที่สุด เมื่อคนเราลืมความดีงาม เหตุผลอาจอยู่ที่สภาพสังคมที่ปิดล้อม เป็นที่มาของความคิดหรือความเชื่อที่ว่า
“ผู้ที่มีทุกอย่างพร้อม จึงจะมีความสุข”
ความจริงแล้ว ไม่ใช่ เพราะเศรษฐีหลายคนก็มีทุกข์
เวลาตายไปลูกหลานก็แย่งชิงสมบัติกันจนถึงกับฆ่ากันตายก็มีข่าวเสมอดังนั้น เมื่อโลกผันแปรไปมาก ชีวิตอาจจะพบความทุกข์นานาประการ ก็อาจจะหาวิธีสร้างสุข เข้าวัดปฏิบัติธรรมบ้าง ใช้ดนตรีและบทเพลง บ้างการร้องเพลงก็เสมือนกับการทำสมาธิ พราะใจจดต่อกับเนื้อเพลง ไม่คิดไม่ในเรื่องอื่นไม่เช่นนั้น จะจำเนื้อเพลงไม่ได้ดังนั้น การสร้างสุขได้ด้วยเสียงเพลง อาจจะฟังหรือร้องเพลง ก็สามารถทำให้ชีวิตมีความสุขเหมาะสมกับสภาพบริบทของฆราวาสได้ ขอให้เราใช้ชีวิตที่ประกอบด้วยคุณธรรมจริยธรรม ใช้ใจเขาสู่ใจเรา ตนรักสุขเกลียดทุกข์ฉันใด คนอื่น ก็รักสุขเกลียดทุกข์ฉันนั้น
สุขจากการรฟัง เรียกว่า "สุตามยสุขา"
คือความสุขเกิดจากการฟัง เช่น ฟังเสียงเพลงที่ผู้ร้องร้องมีลีลา จังหวะ ทำนอง และน้ำเสียงที่ฟังแล้วพาสบายหู ดูสบายตา และพาสบายใจซึีงนักร้องแต่ละคนได้สร้างสรรค์ผลงานไว้ดังตัวอย่าง เช่น
แม่พิมพ์ของชาติ - ฝน ธนสุนทร
https://youtu.be/FbLLethGic8ฝากดิน - ฝน ธนสุนทร
https://youtu.be/hSH1dU3TH7kตัวไกลใจเหงา - ฝน ธนสุนทร
https://youtu.be/IbNUye12WP8ฝากเพลงถึงเธอ ฝน ธนสุนทร
https://youtu.be/T9MMO7sLL5cสาว ม.ปลายยังอายฮัก ข้าวทิพย์ ธิดาดิน
https://youtu.be/tZSmfAu6MZ8สายตาพิฆาต ข้าวทิพย์ ธิดาดิน
https://youtu.be/x1b16ZXJa5Iลำเลาะทุ่ง - ไมค์ ภิรมย์พร
https://youtu.be/3Bv4VC2-0Ckไทดำรำพัน - อ.ศรเทพ ศรทอง
https://youtu.be/zPzRLq0574I หมอลำกลอนจีนตอนใต้สิบสองปันนา
https://youtu.be/Q6xTJt26rmY卓依婷 愿嫁汉家郎 เทพธิดาดอย
https://youtu.be/j4fHbaNugMM卓依婷 愿嫁汉家郎 เทพธิดาดอย
https://youtu.be/j4fHbaNugMM 愿嫁汉家郎lhttps://youtu.be/Wk_vJFru6hg เทพธิดาดอย
愿嫁汉家郎หลินหลินอินไทยแลนด์ / เทพธิดาดอยจีนhttps://youtu.be/bnzsuhtBvpMรักฉันนั้นเพื่อเธอ
ไทย
https://youtu.be/MOe5zk4DOUo
https://youtu.be/_Ulu2qAVxMs
https://youtu.be/cPSC_fx6pic
จีน
https://youtu.be/PVXbS0D-dME
เกาหลี
https://youtu.be/R4WYSQuhIVE
ญี่ปุ่น
https://youtu.be/IzqHzKJ2020
https://youtu.be/nV_E4IIsTHw



