การจัดการสุขภาวะและสวัสดิการโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางManagement of Elderly Well-being and Welfare of Elderly School through Monas fery – Centered. which temples were central.


1.บทคัดย่อ การวิจัย เรื่อง : การจัดการสุขภาวะและสวัสดิการโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง นี้ มีวัตถุประสงค์ (๑) เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินการของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง (๒) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง และ (๓) เพื่อการเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ขั้นตอนการวิจัย ได้แก่ การศึกษาในเชิงเอกสาร (Documentary Study) และ การศึกษาในภาคสนาม (Field Study) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จำนวน ๕๐ รูป/คน ได้แก่ เจ้าอาวาส ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการ บริหารโรงเรียน ผู้แทนชุมชน ครู วิทยากร และนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุวัดทัศนาราม บ้านกองแล ตำบลปง และ โรงเรียนผู้สูงอายุวัดธรรมมิการาม บ้านสบเกี๋ยง ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบสนทนากลุ่มเฉพาะ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการสรุปตามสาระสำคัญด้านเนื้อหาที่กำหนดไว้ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ นำเสนอผลการศึกษาค้น คว้าเชิงพรรณาวิเคราะห์ ผลการวิจัย พบว่า ๑. กระบวนการดำเนินการของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง เป็นไปตามหลักภาวนา ๔ ได้แก่ กายภาวนา : ด้านการพัฒนากาย, จิตภาวนา : ด้านการพัฒนาจิตใจ, สีลภาวนา : ด้านการพัฒนาสังคม, ปัญญาภาวนา : ด้านการพัฒนาปัญญา ๒. แนวทางการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ ด้านร่างกาย เช่น การจัดอาหารเพื่อสุขภาพ, ด้านจิตใจ เช่น การให้ความรู้ที่ผู้สูงอายุต้องการ, ด้านสัมพันธภาพทางสังคม เช่น การจัดการสุขภาวะด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม, ด้านปัญญา/อารมณ์ เช่น กิจกรรมนันทนาการ การเรียนรู้เทคโนโลยีสมัยใหม่ ๓. การเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการนักเรียนโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ, เครือข่ายความร่วมมือทางพระพุทธศาสนา, เครือข่ายความร่วมมือทางศาสนาและวัฒนธรรมคำสำคัญ : การจัดการ, สุขภาวะ, สวัสดิการ, ผู้สูงอายุ, โรงเรียนผู้สูงอายุ Research Title : Management of Elderly Well-being and Welfare of Elderly School through Monas fery – Centered. which temples were central.Researcher : Assistant Professor Kanong Wangfaikaew,

Section/Department : Mahachulalongkornrajavidyalaya Phayao Campus.Year : 2019Research Grant : Mahachulalongkornrajavidyalaya Phayao Campus.

Abstract

The objectives of this research, Management of Elderly Well-being and Welfare of Elderly School through Monas fery – Centered. , were 1) to study the process of elderly school which temples were central, 2) to study the ways of managing elderly health and welfare of elderly school using temples to be central, 3) to building of an area network to manage elderly health and welfare of elderly school using temples to be central. Research methodologies were documentary study and field study. Additionally, there were 50 key informants who included abbot, administrator of provincial administrative, committee of school administrative, community representative, teacher, lecturer, and senior citizen student in wat Thatsanaram elderly school (Bangongrea, Tambon Pong, Phayao) and the student of Watthammigaram elderly school (Bansobgang, Tambon Kunkua, Phayao). Research tools were interview and focused group interview. The information was analyzed by summary a key fixed content. In part of statics, percentage were used for presentation as well as descriptive study.  Result reveled that: 	1. The elderly school which temples were a central of the process. The process was following Bhavana 4 which were Guybhavana: physical development, Jitbhavana: mental development, Silabhavana: social development, Panyabhavana: intellectual development. 	2. The ways of managing elderly health and welfare of elderly school using temples to be central. They were divided into 4 parts which were included physical such as food management for health, mental such as giving needed information for elderly students, social relationship such as social health and environmental management, and emotional intelligence such as recreation and new technology learning.  	3. The building of an area network of elderly school to manage elderly students’ health and welfare using temples to be central. The building of an area network was included academic cooperation network, cooperation network of Buddhism, and religious and culture cooperation network.

Keyword : Management, Well-being, Welfare, Elderly, Elderly School

๑.บทนำ จากรายงาน สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ (situation of the Thai elderly ๒๐๑๕) พบว่า ประเด็นประชากรที่ประเทศต่างๆ ในโลกพูดถึงกันมากในสหัสวรรษที่ ๒๐๐๐ นี้ ได้แก่การสูงวัยของประชากร โครงสร้างอายุของประชากรโลกและของประเทศต่างๆ กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่มีอายุสูงขึ้น ปรากฏการณ์ทางประชากรนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากอัตราเกิดของประชากรทั่วโลกได้ลดต่ำลง ในขณะที่ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น การสูงวัยของประชากรย่อมมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงอายุมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ แล้ว อันเป็นผลจากการที่อัตราเกิดของคนไทยลดลงอย่างมากและชีวิตของคนไทยที่ยืนยาวขึ้น สังคมไทยได้รับรู้และตระหนักถึงสถานการณ์การสูงวัยของประชากรพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่สังคมยังไม่ตระหนักชัดและยังได้รับข้อมูลไม่มากนัก คือ ภาพสังคมสูงอายุไทยในอนาคตนับจากนี้เป็นต้นไป โครงสร้างของประชากรไทยจะสูงอายุขึ้นอย่างเร็วมาก คลื่นประชากรรุ่นที่เกิดในช่วงปี ๒๕๐๖-๒๕๒๖ หรือที่เรียกว่า “ประชากรรุ่นเกิดล้าน” ซึ่งมีอายุ ๓๐-๕๐ ปีในปี ๒๕๕๖ กำลังเคลื่อนตัวกลายเป็นประชากรสูงอายุกลุ่มใหญ่ในอีก ๑๐-๒๐ ปีข้างหน้า ทำให้ประเทศไทยกลายเป็น “สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์” อีกเพียงไม่ถึงสิบปีข้างหน้า ประมาณปี ๒๕๖๑ จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากกว่าเด็ก และประชากรสูงอายุจะมีสัดส่วนประมาณ ๑ ใน ๕ ของประชากรทั้งหมด ในขณะที่แนวโน้มผู้สูงอายุอยู่คนเดียวหรืออยู่ตามลำพังกับคู่สมรสเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีผลต่อการให้การดูแลผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ อายุยิ่งสูงยิ่งเจ็บป่วย โดยเฉพาะเจ็บป่วยด้วยโรคไร้เชื้อ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคเหล่านี้ล้วนมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ทำให้มีภาวการณ์พึ่งพาต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องและระยะยาว ผู้สูงอายุ

จำนวนมากมีปัญหาข้อเข่าเสื่อม และครึ่งหนึ่งของผู้สูงอายุมีฟันแท้เหลือน้อยกว่า ๒๐ ซี่งทำให้ไม่สามารถเคี้ยวอาหารได้ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน การที่ประชากรวัยสูงอายุมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประเทศตองมีรายจ่ายด้านสวัสดิการเพื่อผู้สูงอายุเพิ่มสูงขึ้น ครอบครัวตองแบกรับภาระในการดูแลผู้สูงอายุมากขึ้น ขณะที่ผู้สูงอายุเองเมื่อมีอายุยืนยาวขึ้นก็ยิ่งต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนรายไดหรือมีรายไดไมเพียงพอแกการดำรงชีพ รวมถึงความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ ความพิการหรือทุพพลภาพ นอกจากนี้ สภาพครอบครัวไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จากที่มีคนหลายรุนอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน กลายเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีเฉพาะสามีภรรยา หรือพ่อแม่ลูกมากขึ้น ทำให้ผู้สูงอายุต้องอยู่กันตามลำพัง ขาดผู้ดูแล โดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงา และอาจเกิดความรู้สึกว่าชีวิตไรความหมาย สถานการณของผู้สูงอายุไทยจึงน่าวิตก การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุจึงควรดำเนินการควบคูกับมาตรการอื่นๆ ของรัฐ เพื่อให้ผู้สูงอายุไดรับการดูแลอย่างทั่วถึง ซึ่งผู้มีบทบาทสำคัญไดแก สมาชิกในครอบครัว ชุมชน และท้องถิ่น โดยเฉพาะเทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล ที่มีภารกิจโดยตรงในการดูแลผู้สูงอายุ รวมทั้งส่งเสริมสนับสนุนและแสวงหาความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีพื้นที่ในการเข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู การถ่ายทอดภูมิปัญญา หรือการพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ซึ่งเป็นการยกระดับการจัดสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุในชุมชน เพื่อให้ผู้สูงอายุมองเห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเอง และชุมชนประจักษ์ในศักยภาพและพลังของผู้สูงอายุ ส่งผลให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี และมีความสุข เพื่อให้การจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุในสังคมไทย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน จัดการศึกษาขึ้นสำหรับผู้สูงอายุอีกแผนกหนึ่ง เรียกว่า “โรงเรียนผู้สูง อายุ” เป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะ และการศึกษาตามอัธยาศัยของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจและมี ความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะชีวิตที่จำเป็น โดยวิทยากรจิตอาสาหรือจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุจะได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมแก่บุคคลอื่นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน
โรงเรียนผู้สูงอายุ จึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะ และการศึกษาตามอัธยาศัยของผู้สูงอายุ กิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุจะเป็นเรื่องที่ผู้สูงอายุสนใจและมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต ช่วยเพิ่มพูนความรู้ ทักษะชีวิตที่จำเป็น โดยวิทยากรจิตอาสาหรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันก็เป็นพื้นที่ที่ผู้สูงอายุจะได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่งสมแก่บุคคลอื่นเพื่อสืบสานภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน การจัดการศึกษาของโรงเรียนผู้สูงอายุ เป็นการจัดการศึกษาตามอัธยาศัยอีกรูปแบบหนึ่งที่ต้องการให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่มีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิต เกิดจากแนวคิดที่ตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ และพลังของผู้สูงอายุ โดยการสร้างพื้นที่ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ บนพื้นฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย การเกิดขึ้นของโรงเรียนผู้สูงอายุยังสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และพระราชบัญญัติผู้สูงอายุแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๖ และแผนระดับชาติหลายฉบับ ที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาศักยภาพของบุคคลอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ การดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุแบบมีส่วนร่วม โดยทุกภาคส่วน “ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้าง” และมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน การจัดการเรียนรู้ให้ผู้สูงอายุเพื่อให้ผู้สูงอายุ มีความสุข เกิดทักษะในการดูแลตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผลจากการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุพบว่า ผู้สูงอายุที่อยู่ในชุมชน ได้เข้ามามีส่วนร่วม มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในวัยเดียวกันและคนต่างวัย ได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกของกลุ่ม ทำให้สุขภาพกายแข็งแรง จิตใจคลายเหงา และมีจิตปัญญา รู้เท่าทันและเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามวัย ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคีเครือข่าย สามารถนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นไปเป็นแนวทางในการสร้างโรงเรียนผู้สูงอายุในชุมชน และเกิดช่องทางการบูรณาการงานด้านผู้สูงอายุ ระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน ภาคส่วนอื่นในท้องถิ่นและส่วนกลาง ในการร่วมพัฒนางานเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุ การจัดกิจกรรมของโรงเรียนผู้สูงอายุ จะกำหนดตารางกิจกรรมในแต่ละสัปดาห์ไว้ชัดเจน ระยะเวลาเปิดเรียนอาจเป็นตลอดปีหรือเปิดเป็นช่วงเวลาตามหลักสูตรที่จัดอบรม ส่วนใหญ่จะจัดกิจกรรมสัปดาห์ละ ๑ วัน โดยมีวัตถุประสงค์ ได้แก่ เพื่อเสริมสร้างการพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ตลอดชีวิต เสริมสร้างสุขภาพที่ดีของผู้สูงอายุทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสร้างสรรค์ประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม เสริมสร้างคุณค่าทางภูมิปัญญาของผู้สูงอายุให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับ และส่งเสริมภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้ดำรงสืบทอดไป โดยคาดว่าผู้สูงอายุจะได้รับประโยชน์จากโรงเรียนผู้สูงอายุ ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และด้านจิตปัญญา กล่าวคือ ด้านสุขภาพร่างกาย ทำให้มีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง ลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วย ลดระยะเวลาการพึ่งพาผู้อื่น อายุยืน ด้านจิตใจ ช่วยให้คลายเหงา จิตใจกระชุ่มกระชวย สดชื่น รู้สึกภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่า ความสามารถของตนเอง มีมุมมองเชิงบอกต่อตนเอง ด้านสังคม มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนวัยเดียวกันและคนต่างวัย ได้รับการยอมรับในฐานะสมาชิกของกลุ่ม และด้านจิตปัญญา รู้เท่าทันและเข้าใจสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้น สามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมตามวัย นอกจากนั้น โรงเรียนผู้สูงอายุยังเป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม ในลักษณะอื่นๆ คือ เป็นพื้นที่เรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่น ให้ดำรงสืบทอดเป็นเอกลักษณ์ของชุมชน เป็น “เวที” ที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุมีส่วนร่วมในการทำประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม รวมทั้งอาจเป็นแรงผลักดันให้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในชุมชน ถึงแม้จะมีรูปแบบที่หลากหลายในการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุ แต่เนื่องจากผู้สูงอายุมีลักษณะที่แตกต่างจากวัยอื่นที่อาจต้องนำมาพิจารณาประกอบการจัดการศึกษา ได้แก่ ผู้สูงอายุส่วนมากมีความสามารถในการจำการเรียนรู้ช้าลง ผู้สูงอายุต้องการเวลาในการเรียนมากกว่าปกติ นอกจากนั้นผู้สูงอายุมีจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ที่แน่นอน ทำให้ผู้สูงอายุจะเรียนเฉพาะในสิ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้ทันที ประการที่สำคัญ ผู้สูงอายุพร้อมที่จะเรียนหากเรียนตรงกับที่ต้องการ ดังนั้นการจัดการศึกษาต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของผู้เรียนที่เป็นผู้สูงอายุในทุกขั้นตอน โดยมีผู้เสนอว่าการจัดการศึกษาสำหรับผู้สูงอายุควรคำนึงถึงหลักการ ได้แก่ การจัดการศึกษาควรเน้นสิ่งที่ผู้สูงอายุเห็นว่าเกิดประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้ทันทีทันใด คำนึงถึงข้อจำกัดด้านการเรียนรู้ ซึ่งต้องให้เวลาในการเรียนรู้สำหรับผู้สูงอายุมากกว่าปกติ เรียนตรงกับความต้องการและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม ผู้สูงอายุต้องการมีส่วนร่วมด้วยในกระบวนการเรียนรู้ การจัดตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุได้มีการจัดตั้งและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ต่างจังหวัดเนื่องจากถือว่าเป็นพื้นที่ที่เผชิญหน้ากับปัญหาของผู้สูงอายุมานานแล้ว เพราะประชากรวัยแรงงานย้ายถิ่นฐานเข้าเมืองเพื่อหาเลี้ยงชีพ ละทิ้งผู้เฒ่าคนแก่ และเด็กไว้ที่บ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคภัยไข้เจ็บ โรคเรื้อรัง เมื่อไม่มีคนดูแลทำให้สุขภาพยิ่งแย่ลง และทำให้เกิดผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ซึมเศร้าจำนวนมาก
ตัวอย่างการจัดตั้งและดำเนินการโรงเรียนผู้สูงอายุ ได้แก่ โรงเรียนผู้สูงอายุของเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มีการสำรวจพื้นที่และแยกแยะลักษณะผู้สูงอายุเพื่อระบุปัญหาแยกวิธีการแก้ไขนำมาสู่การเตรียมความพร้อมในชุมชนการตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ จะเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้สูงอายุเองทั้งสุขภาพร่างกาย ลดการเจ็บป่วย ลดการพึ่งพาด้านจิตใจ ลดความเหงา เพิ่มคุณค่าตนเองด้านสังคมได้มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันด้านจิตปัญญา สามารถปรับตัวดำเนินชีวิตได้ ซึ่งผู้สูงอายุเป็นผู้มีภูมิปัญญาและวัฒนธรรมท้องถิ่นสามารถเป็นส่วนช่วยชุมชนและสังคมได้ด้วยการเข้ามาร่วมเป็นจิตอาสา โดยจะกำหนดหลักสูตรไว้ ๕ รายวิชาคือ ๑) การพยาบาลและสาธารณสุขเพื่อให้ผู้สูงอายุใช้ดูแลตนเอง ๒) ด้านของจิตใจเช่นการรวมกลุ่มเข้าวัด ๓) เรื่องจิตอาสาเพื่อให้ผู้สูงอายุรู้สึกได้ถึงคุณค่าของตนเอง ๔) สุขภาพจิตเป็นกิจกรรมเพื่อให้เกิดความสุขแจ่มใส และ ๕) เป็นวิชาเลือกเช่นการเรียนคอมพิวเตอร์ เปตอง วารีบำบัด ซึ่งเป็นการเรียนตามความต้องการผู้สูงอายุ โรงเรียนผู้สูงอายุของเทศบาลตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ได้สร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองอีกครั้งให้กับผู้สูงอายุ โดยทุกวันเสาร์สมาชิกในโรงเรียนผู้สูงอายุจะรวมตัวกันออกเยี่ยมผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงเพื่อให้กำลังใจสร้างความรู้สึกว่าสังคมไม่ทอดทิ้งกัน และยังทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้ รู้สึกว่าต้องดูแลตนเองเพื่อไม่ให้กลายเป็นผู้ติดบ้านติดเตียง ซึ่งการจัดตารางการสอน ก็จะเน้นวิธีการดูแลตนเองกินอย่างไร ดูแลตัวเองอย่างไรทั้งกายและใจ
นายวิศาล วิมลศิลป์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย อธิบายว่า ปัญหาในผู้สูงอายุไม่ใช่แค่สุขภาพกายเท่านั้น ในพื้นที่ตำบลไกรนอก มี ผู้สูงอายุ ๘๓๑ คน พบว่า ในพื้นที่มีอัตราการฆ่าตัวตายทุกปีปีละ ๒ - ๓ ราย ซึ่งสูงกว่าอัตราการฆ่าตัว ตายเฉลี่ยของประเทศ สาเหตุเนื่องจากผู้สูงอายุในพื้นที่ต้องรับภาระการดูแลครอบครัว เพราะคนวัยหนุ่มสาวเดินทางเข้าเมืองไปทำงานแล้วทิ้งลูกหลานไว้ ซึ่งก่อนหน้าก็เคยมีการทำกิจกรรมในพื้นที่แต่ผู้สูงอายุไม่ให้ความสนใจนักเมื่อปรับเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบของโรงเรียนมีคาบวิชามีหลักสูตรก็ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการทำกิจกรรม และเน้นการพัฒนาศักยภาพการฝึกสมองมากขึ้น รวมทั้งการอธิบายเรื่องสิทธิต่างๆ ที่ผู้สูงอายุต้องได้รับจากรัฐ
จากความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาดังที่กล่าวมา คณะผู้วิจัยซึ่งเป็นคณาจารย์ในสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา จึงเห็นความสำคัญในการดำเนินการจัดการศึกษาของโรงเรียนผู้สูงอายุ ในประเด็นเกี่ยวกับการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง โดยการนำผู้สูงอายุ องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมคิด วิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางในการจัดระบบสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยคณะผู้วิจัยเชื่อว่าจะสามารถพัฒนาการเสริมสร้างสุขภาวะผู้สูงอายุให้มีสมรรถภาพร่างกายที่แข็งแรง คล่องแคล่ว มีวิถีชีวิตที่รื่นรมย์ สนุกสนาน พึงพอใจในชีวิต มีความภาคภูมิใจในตนเอง รับรู้-เข้าใจความรู้สึกของตนเอง รู้จักควบคุมอารมณ์ และสามารถจัดการกับสภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถพัฒนาระบบการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุและสามารถเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป3.วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3.๑ เพื่อศึกษากระบวนการดำเนินการของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง 3.๒ เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง 3.๓ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง4.ขอบเขตของการวิจัยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) โดยการศึกษาจากเอกสารต่างๆ (Documentary Research) และการวิจัยในภาคสนาม โดยกำหนดขอบเขตการวิจัย ดังต่อไปนี้ ๔.๑ ขอบเขตด้านเนื้อหา ศึกษาเนื้อหาจากเอกสาร ตำราทางวิชาการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยมุ่งประเด็นที่จะศึกษา ดังนี้ ๑) ศึกษากระบวนการดำเนินการของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ กรอบแนวคิดโรงเรียนผู้สูงอายุ ตัวแบบ (Model) โรงเรียนผู้สูงอายุ วัตถุประสงค์ของโรงเรียน ประโยชน์ที่ได้รับ ขั้นตอนการดำเนินงาน และโครงสร้างโรงเรียนผู้สูงอายุ เป็นต้น ๒) แนวทางการพัฒนาระบบการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ การบริหารจัดการด้วยหลัก ๕ ก (กลุ่ม, กรรมการ, กติกาหรือข้อตกลง, กิจกรรม, กองทุน) ปัจจัยแห่งความสำเร็จของการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ และหลักสูตรการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ เป็นต้น ๓) วิเคราะห์การเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุที่เหมาะสมในการดำเนินงานและการบริหารจัดการโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ๔.๒ ขอบเขตด้านพื้นที่ ได้แก่ โรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นที่จังหวัดพะเยา จำนวน ๒ โรงเรียน ประกอบด้วย ๑) โรงเรียนผู้สูงอายุวัดทัศนาราม บ้านกองแล ตำบลปง อำเภอปง จังหวัดพะเยา ๒) โรงเรียนผู้สูงอายุวัดธรรมมิการาม บ้านสบเกี๋ยง ตำบลขุนควร อำเภอปง จังหวัดพะเยา
๔.๓ ขอบเขตด้านประชากร ได้แก่ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informants) จำนวน ๕๐ รูป/คน ประกอบด้วย ๑) สัมภาษณ์เชิงลึก (Indepth Interview) ได้แก่ เจ้าอาวาส คณะสงฆ์ ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ผู้แทนชุมชน กรรมการบริหารโรงเรียน โรงเรียนผู้สูงอายุวัดทัศนาราม และโรงเรียนผู้สูงอายุวัดธรรมมิการาม อำเภอปง จังหวัดพะเยา โรงเรียนละ ๕ รูป/คน รวมจำนวน ๑๐ รูป/คน ๒) สนทนากลุ่มเฉพาะ (Focus Group Discussion) ได้แก่ ครูผู้สอน และนักเรียนสูง อายุ โรงเรียนผู้สูงอายุวัดทัศนาราม และโรงเรียนผู้สูงอายุวัดธรรมมิการาม อำเภอปง จังหวัดพะเยา โรงเรียนละ ๒๐ รูป/คน รวมจำนวน ๔๐ รูป5.บทสรุป ผลการวิจัย เรื่อง “การจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง” มีดังนี้ ๕.๑ กระบวนการดำเนินการของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ๑. การจัดตั้ง ดำเนินการโดย วัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การรวมตัวกันของผู้สูงอายุในชุมน แล้วพัฒนามาเป็นโรงเรียนผู้สูงอายุ ๒. การดำเนินงาน มีคณะกรรมการดำเนินงาน มีการรับสมัครผู้เข้าเรียนตามระยะเวลา และเรียนตามหลักสูตรที่กำหนด ๓. หลักสูตร เป็นไปตามหลักการตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลผู้เจริญแล้ว ๔ คือ ภาวิตกายบุคคล : ด้านสุขภาวะทางกาย , ภาวิตสีลบุคคล : ด้านสุขภาวะสัมพันธภาพทางสังคม , ภาวิตจิตบุคคล : ด้านสุขภาวะทางจิตใจ, ภาวิตปัญญาบุคคล : ด้านสุขภาวะทางปัญญา
๔. การจัดการเรียนการสอน เป็นไปตามหลักภาวนา ๔ คือ กายภาวนา : ด้านการพัฒนากาย, สีลภาวนา : ด้านการพัฒนาสัมพันธภาพสังคม, จิตภาวนา : ด้านการพัฒนาจิตใจ, ปัญญาภาวนา : ด้านการพัฒนาปัญญา ๕. โครงการ/กิจกรรม ได้แก่ ด้านการพัฒนาร่างกาย เช่น การออกกำลังกายในรูปแบบต่างๆ, ด้านการพัฒนาสัมพันธภาพทางสังคม เช่น การจัดงานวันกตัญญูกตเวทีแก่ผู้สูงอายุ, ด้านการพัฒนาจิตใจ เช่น ฟังเทศน์ ฟังธรรม,ด้านการพัฒนาปัญญา เช่น การเรียนรู้ทักษะชีวิตสำหรับผู้สูงอายุที่จำเป็น ๖. ผลการดำเนินงาน มีเครือข่ายที่เข้าร่วมในการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ มีกิจกรรมให้แก่ผู้สูงอายุปฏิบัติตลอดหลักสูตร ๗. แนวทางการดำเนินงาน ด้านสุขภาวะทางกาย (กายภาวนา) ควรให้การศึกษา อบรมและให้ข้อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้, ด้านสุขภาวะสัมพันธภาพทางสังคม (สีลภาวนา) ควรกิจกรรมที่ทำให้ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถในฐานะที่เป็นคลังสมอง และภูมิปัญญาของชุมชน, ด้านสุขภาวะทางจิตใจ (จิตภาวนา) ควรจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ศึกษาหลักธรรมทางศาสนา, ด้านสุขภาวะทางปัญญา (ปัญญาภาวนา) ควรจัดกิจกรรมที่ทำให้ผู้สูงอายุมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่นๆ สนับสนุนให้มีอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้ ๕.๒ แนวทางการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ๑. การวิเคราะห์ประเด็นการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ๑.๑ การจัดการสุขภาวะผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง มีแนวทางการพัฒนา คือ ด้านสุขภาวะทางกาย ได้แก่ ระบบการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ และการวางแผนด้านการรักษาพยาบาลยามเจ็บไข้ได้ป่วย, ด้านสุขภาวะสัมพันธภาพทางสังคม ได้แก่ การใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน การจัดการดูแลที่พักอาศัยและสภาพแวดล้อมรอบตัวให้สะอาดและน่าอยู่, ด้านสุขภาวะทางจิต ได้แก่ การปฏิบัติตนให้เป็นคนที่มีเกียรติและเป็นที่เคารพรักของลูกหลานและคนในชุมชนอยู่เสมอ การมีส่วนช่วยแบ่งภาระในการดูแลลูกหลานและคนในครอบครัว, ด้านสุขภาวะทางปัญญา ได้แก่ การนันทนาการ ทัศนศึกษาและเสริมสร้างทักษะชีวิต ๑.๒ การจัดสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง มีแนวทางการพัฒนา คือ ด้านร่างกาย ได้แก่ การให้ผู้สูงอายุรับประทานอาหารที่มีคุณค่าและโภชนาการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ จัดหน่วยบริการแพทย์ทางเลือกแก่ผู้สูงอายุ, ด้านสัมพันธภาพทางสังคม ได้แก่ ผู้สูงอายุได้แสดงความสามารถในฐานะคลังสมองและภูมิปัญญาของชุมชน การเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุได้รับการยกย่องในฐานะผู้มีประสบการณ์ชีวิตและผลงาน เป็นปูชนียบุคคลของชุมชน, ด้านจิตใจ ได้แก่ การจัดให้ผู้สูงอายุได้มีส่วนร่วมในชุมชนเพื่อให้เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุ การคัดกรองและประเมินสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ, ด้านปัญญา ได้แก่ สนับสนุนให้มีอาชีพเสริมเพื่อสร้างรายได้แก่ผู้สูงอายุ ให้ผู้สูงอายุมีความมั่นใจและมั่นคงในการดำเนินชีวิตไม่เป็นภาระของสังคม การบำเพ็ญประโยชน์ในหมู่บ้านและชุมชน ๒. แนวทางในการพัฒนาระบบการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ประกอบด้วย ๒.๑ แนวทางการพัฒนาระบบการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ดังนี้ ด้านร่างกาย ได้แก่ ควรจัดตารางการออกกำลังกายที่เหมะสมกับผู้สูงอายุในโรงเรียน จัดหลักสูตรการดูแลสุขภาพเพื่อให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุในโรงเรียน ควรจัดตารางการตรวจสุขภาพในโรงเรียนผู้สูงอายุประจำสัปดาห์, ด้านสัมพันธภาพทางสังคม ได้แก่ ควรจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกันของผู้สูงอายุในโรงเรียน ยกย่องและเชิดชูผู้สูงอายุที่ได้รับรางวัลหรือมีประสบการณ์และผลงานดีเด่น และควรจัดตั้งกลุ่มคลังสมองหรือภูมิปัญญาท้องถิ่นในโรงเรียนผู้สูงอายุ, ด้านจิตใจ ได้แก่ ควรจัดกิจกรรมทัศนศึกษาให้ผู้สูงอายุได้ท่องเที่ยวและพักผ่อน ควรจัดกิจกรรมการคัดกรองและประเมินสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ, , ด้านปัญญาได้แก่ ควรจัดกิจกรรมที่ทำให้ผู้สูงอายุได้ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และได้ทำงานที่เหมาะสม ควรจัดตั้งชมรมหรือกลุ่มผู้สูงอายุในโรงเรียน ให้มีกิจกรรมเพื่อชุมชนและช่วยเหลือพึ่งพาซึ่งกันและกันของผู้สูงอายุ ๒.๒ แนวทางการพัฒนาระบบสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ดังนี้ ด้านร่างกาย เช่น การจัดกิจกรรมด้านอาหารและโภชนาการ เพื่อให้ผู้สูงอายุในโรงเรียนได้มีการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรมด้านการออกกำลังกายที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพร่างกายของผู้สูงอายุและบูรณาการกับกิจกรรมด้านอื่นๆ, ด้านสัมพันธภาพทาง เช่น การจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้จากผู้สูงอายุที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น จัดกิจกรรมยกย่องผู้สูงอายุที่มีผลงานเป็นที่ยอมรับและยกย่องผู้สูงอายุที่เป็นปูชนียบุคคลในสังคม, ด้านจิตใจ เช่น การจัดกิจกรรมในชุมชนที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษาและร่วมกิจกรรม การคัดกรองและประเมินสุขภาพจิตผู้สูงอายุ เพื่อให้คำปรึกษาปัญหาด้านสุขภาพจิตและภาวะซึมเศร้าแก่ผู้สูงอายุ, ด้านปัญญา เช่น การจัดเนื้อหาการอบรมให้ความรู้ด้านอาชีพเสริมและจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุได้ทำอาชีพเสริมไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนผู้สูงอายุ การร่วมพัฒนาบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของผู้สูงอายุ การให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะที่ถูกวิธี ๕.๓ การเสริมสร้างเครือข่ายโรงเรียนผู้สูงอายุในการจัดการสุขภาวะและสวัสดิการผู้สูงอายุของโรงเรียนผู้สูงอายุ โดยมีวัดเป็นศูนย์กลาง ๑. เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ ได้แก่ ๑) โครงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ระหว่างครูผู้สอน วิทยากร และนักเรียนผู้สูงอยุในโรงเรียนผู้สูงอายุ ๒) จัดการเรียนการสอนเกี่ยวกับเรื่องราวในวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ๒. เครือข่ายความร่วมมือทางพระพุทธศาสนา ได้แก่ ๑) การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานของกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ๒) การจัดพิธีเทศน์มหาชาติกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ๓) การทำบุญสลากภัตรกลุ่มโรงเรียนผู้สูงอายุ ๓. เครือข่ายความร่วมมือทางศาสนาและวัฒนธรรม ได้แก่ ๑) การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม และปลูกจิตสำนึก สร้างค่านิยมและวิถีชีวิตที่ดีงามร่วมกัน ๒) นำทุนทางวัฒนธรรมมาใช้เพื่อสร้างคุณค่าทางสังคมหรือมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ๓) เสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่ออนุรักษ์ สืบทอดวัฒนธรรมของท้องถิ่น ชุมชน และสังคม ให้คงอยู่อย่างมั่นคง

6.บรรณานุกรม ปราโมทย์ ประสาทกุล (บรรณาธิการ), สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. ๒๕๕๘, (กรุงเทพฯ : มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) และสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, ๒๕๕๙), หน้า ๖. มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.), สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. ๒๕๕๖, สนับสนุนโดย คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ กองทุนผู้สูงอายุ, (กรุงเทพฯ : บริษัทอมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พลับชิง จำกัด (มหาชน, ๒๕๕๗), หน้า ๖. กลุ่มอนามัยผู้สูงอายุ สำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, รายงานการสำรวจสุขภาวะผู้สูงอายุไทย ปี ๒๕๕๖ ภายใต้แผนงานส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุและผู้พิการ, (กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ วัชรินทร์ พี.พี., ๒๕๕๖), หน้า ๒.
สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ, คู่มือการดำเนินงานโรงเรียนผู้สูงอายุ. (สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ๒๕๕๖), หน้า ๔.
เรื่องเดียวกัน, หน้า ๓-๔.
เรื่องเดียวกัน, หน้า ๔. วันชัย นารีรักษ์, นายกเทศมนตรีเมืองวังน้ำเย็น อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว, โรงเรียนผู้สูงอายุ ชีวิตใหม่ของคนในชนบท, [ออนไลน์], ใน, http://www.thaihealth.or.th/ สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓.
ขยัน วิพรหมชัย, นายกเทศมนตรีเมืองลำพูน อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน, โรงเรียนผู้สูงอายุ ชีวิตใหม่ของคนในชนบท, [ออนไลน์] , http://www.thaihealth.or.th/ สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓.
วิศาล วิมลศลิป์, อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไกรนอก อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย, โรงเรียนผู้สูงอายุ ชีวิตใหม่ของคนในชนบท, [ออนไลน์], ใน, http://www.thaihealth.or.th/ สืบค้นเมื่อ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๓.

หมายเลขบันทึก: 683493เขียนเมื่อ 6 ตุลาคม 2020 12:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 ตุลาคม 2020 12:51 น. ()สัญญาอนุญาต:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี