ครูยอด
นาย วิสุทธิ์ เหล็กสมบูรณ์

วัยรุ่นสร้างตัวตนผ่านดนตรี แต่ผู้ใหญ่สร้างตัวตนจากเวที : เส้นขนานของการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน?


การรับฟังความเห็นจากเยาวชน บ่อยครั้งจึงเป็นอะไรที่ไปติดแหง็กอยู่ที่จำนวนตัวเลขผู้เข้าร่วม แล้วเราก็คิดแบบสำเร็จรูปเลยว่าอันนั้นใช่ นั่นเป็นความต้องการของวัยรุ่น แต่พอไปทำจริงๆกลับไม่ใช่ เคยสังเกตไหมครับ พอเราเอาข้อมูลไปทำเป็นแผน วัยรุ่นก็บอกเลยว่านี่มันไม่ใช่อย่างที่ผู้ใหญ่คิด คนเป็นผู้ใหญ่ก็งง อ้าว ก็สำรวจแล้ว ประชุมแล้ว ทำแล้วออกมาไหงบอกไม่ใช่ ผมอยากจะบอกว่า จริงๆภายใต้จำนวนตัวเลขเหล่านั้นมันมีรหัสความหมายอะไรที่ซ่อนอยู่ มีมโนทัศน์อะไรที่ Drive หรือขับเคลื่อนพวกเขา อันนี้สำคัญมาก

ผู้ใหญ่หลายคนเชื่อว่า ถ้าจัดประชุมเชิญเด็กเข้ามา จะเป็นการระดมความเห็น การอบรม การเข้าค่าย การทำ Focus Group สัมภาษณ์เชิงลึก หรืออะไรต่อมิอะไรก็ตามแต่ จะช่วยให้เราเข้าใจเด็กวัยรุ่นได้

ผมอยากจะบอกว่า ไม่จริงซะทีเดียวครับ

คืออาจจะมีส่วนจริงบ้าง ถ้าเด็กวัยรุ่นจริงใจกับเรา ศรัทธาเรา

แต่ที่ไม่จริงก็มีอยู่มาก และผู้ใหญ่อย่างเรา ถึงจะเป็นพ่อแม่ นักวิชาการ นักพัฒนาด้านเด็กเยาวชนก็มักจะหลงคิดว่าข้อมูลที่เราได้จากเวทีพบปะเหล่านั้นนั่นมันใช่

ผมก็เคยคิดอย่างนั้นครับ และต่อมาก็ค่อยๆเรียนรู้ว่าตัวเองคิดผิด

การที่เราจะเข้าใจใครสักคน (ไม่ต้องคิดว่าจะเป็นหลายๆคน เป็นกลุ่มวัยรุ่นในชุมชนหรืออำเภอจังหวัดนะครับ เอาแค่ใกล้ตัวสุดนี่ก็ลูก ก็หลานตัวเองก่อน เอาเข้าจริง เราเข้าใจเค้า "อย่างที่เค้าเป็น"ไหม?)

สำหรับผมนี่ ถ้าลูกส่ายหัว บอกพ่อไม่เข้าใจนี่ แสดงว่าพ่อยังสอบไม่ผ่านนะ

คิดอย่างนี้ทำให้เราเจียมตัว ไม่ประมาทไปนึกว่าเรารู้มาก จริงๆแล้วมันมีช่องว่างในการเรียนรู้ชีวิตจิตใจโลกทัศน์ของวัยรุ่นตลอดจนคนรุ่นใหม่อยู่มหาศาลครับ

.............................................................................

ผมได้แรงบันดาลใจจากการฟัง podcast “ปลดล็อคกับหมอเวช” ซึ่งเป็นรายการที่จิตแพทย์คุยวิเคราะห์เรื่องราวต่างๆให้ฟังด้วยภาษาง่ายๆเชื่อมกับเหตุการณ์ร่วมสมัย

ตอนที่ผมฟังล่าสุดนี่ชื่อตอนว่า “วัยรุ่นค้นหาตัวเอง ผ่านผลงานดนตรีวง BTS”

อืมมม.....น่าสนใจแฮะ เราก็ทำกระบวนการด้านการมีส่วนร่วมของเด็กวัยรุ่นบ่อยๆ อย่างนี้ต้องฟัง

ฟังแล้วก็ปังเลย..... เออใช่ พักหลังมานี่เราวนอยู่กับข้อมูลและการจัดกระบวนการแบบเวทีมากไป ถึงจะพยายามให้เป็นเวทีแบบไม่เป็นทางการ แต่มันก็มีข้อจำกัดมาก

ประเด็นสำคัญคือ เราจะเข้าใจการมีส่วนร่วมของวัยรุ่นได้อย่างไร ถ้าเราไม่เรียนรู้มิติชีวิตด้านอื่นๆที่แวดล้อมประกอบสร้างความเป็นตัวตน (Self) ของเขา

การรับฟังความเห็นจากเยาวชน บ่อยครั้งจึงเป็นอะไรที่ไปติดแหง็กอยู่ที่จำนวนตัวเลขผู้เข้าร่วม แล้วเราก็คิดแบบสำเร็จรูปเลยว่าอันนั้นใช่ นั่นเป็นความต้องการของวัยรุ่น แต่พอไปทำจริงๆกลับไม่ใช่ เคยสังเกตไหมครับ พอเราเอาข้อมูลไปทำเป็นแผน วัยรุ่นก็บอกเลยว่านี่มันไม่ใช่อย่างที่ผู้ใหญ่คิด คนเป็นผู้ใหญ่ก็งง อ้าว ก็สำรวจแล้ว ประชุมแล้ว ทำแล้วออกมาไหงบอกไม่ใช่

ผมอยากจะบอกว่า จริงๆภายใต้จำนวนตัวเลขเหล่านั้นมันมีรหัสความหมายอะไรที่ซ่อนอยู่ มีมโนทัศน์อะไรที่ Drive หรือขับเคลื่อนพวกเขา อันนี้สำคัญมาก แต่ผู้ใหญ่อย่างเราไม่มีเวลา (หรืออีกนัยยะคือ ไม่ตระหนักหรือใส่ใจพอที่จะ Slow Down และเปิดใจเรียนรู้)

.................................................................................................................

ในทางมานุษยวิทยา เป็นธรรมเนียมของเราเลยครับว่าจะเก็บข้อมูลในเรื่องใด เราต้องไปทำความเข้าใจมุมมองของคนในสังคมนั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เสียงเงียบเหล่านั้นได้สื่อสะท้อนออกมา

การทำความเข้าใจมุมมองของคนใน พูดง่ายๆคือ พยายามใช้ชีวิตอย่างเขา ซึ่งไม่มีทางเหมือน 100% แต่ทำได้แค่ 30% นี่ก็เก่งแล้ว

อย่างใน Podcast ที่คุณหมอเล่ามาว่าไปชมคอนเสริต์วง BTS ที่เป็นบอยแบนด์เกาหลีกับลูก ดูสารคดีของวงนี้ ศึกษาเรื่องราวต่างๆของวงในขวัญใจลูกวงนี้ ทำให้คุณหมอเข้าใจลูกมากขึ้น ถึงตัวตน วิธีคิด โลกทัศน์ในการปฏิรูปสิ่งต่างๆ ที่ลูกซึมซับจากการฟังบอยแบนด์ที่มีแนวเพลงเพื่อชีวิตที่มีชื่อเสียงก้องโลกอยู่ขณะนี้

มาถึงจุดนี้ ผมนึกย้อนไปถึงสมัยวัยรุ่น ที่เรามีวงดนตรีในดวงใจ เช่น ไมโคร คาราบาว พงษ์สิทธิ์ อัสนี ฤทธิพร เหล่านี้เป็นสิ่งแวดล้อมที่ประกอบสร้างตัวตนของเราขึ้นมาในช่วงแห่งการแสวงหาไอดอลนั้น และยังมีอิทธิพลต่อเนื่องมาเป็นตัวเราอย่างทุกวันนี้

อืม ลูกชายวัยรุ่นตอนต้น ลูกสาวที่เป็นเด็กโต เขาชอบฟังเพลงอะไร ผมก็มักจะเปิดฟังกับเขา บางทีก็ให้เขาแนะนำเพลงที่อยากฟังให้ ก็มีหลายแนวครับ เวลานั่งรถไป เราก็เปิดเพลงคุยกันเรื่องศิลปิน เรื่องเนื้อหา ความไพเราะ ฯลฯ เราก็เรียนรู้กันและกันไปผ่านเพลงที่เราร่วมกันเลือกโดยไม่รู้ตัว

พอมาฟัง Podcast คุณหมอเวช ก็เลยจับแนวคิดได้ เออ นี่มันใช่เลย กุญแจของการมีส่วนร่วมของเด็ก วัยรุ่น และเยาวชน คือความเข้าใจ คือเข้าถึงชีวิตพวกเขาซึ่งมีองค์ประกอบหลายด้าน ที่ไม่ใช่แค่การแสดงความคิดเห็นในที่ประชุม แต่มันรวมถึงไลฟ์สไตล์ ดนตรี กีฬา อาหาร งานอดิเรก สังคมเพื่อนฝูง ความใฝ่ฝัน ความกลัวลึกๆ

ยังมีบทบาททางเพศสภาพ อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ ฯลฯ อีกมากมายที่ถ้าเราไม่เปิดใจเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ ก็ยากที่จะเข้าใจความหมายที่พวกเขาสื่อ

การมีส่วนร่วมของวัยรุ่น (จริงๆรวมถึงคนทุกกลุ่มด้วยนะครับ) ต้องการความเข้าใจที่ลึกซึ้ง จะเข้าใจต้องใช้ชีวิต หรือเราเองต้องปรับตัวไปใช้ชีวิตในแบบของเขาบ้าง ไม่ใช่ตั้งโต๊ะแล้วถามๆๆ อันนั้นวัยรุ่นเซ็ง แถมเราเองก็ไม่ได้พัฒนาอะไรเลย

อย่าเพิ่งรีบเชื่อนะครับ ผมอยากให้ฟัง Podcast ที่ผมบอกไว้นี่ ค้นดูชื่อรายการและชื่อตอนในกูเกิ้ลก็ได้ครับ แล้วลองใคร่ครวญด้วยตัวท่านเอง ไม่ต้องมองไกล มองภาพสะท้อนจากลูกๆหลานๆที่มีต่อเราๆท่านก็ได้

ส่วนผมตอนนี้ฟัง Black Pink กับลูกๆจนติดหูละ พอผมถามเจ้าคนโตว่ารู้จักวง BTS ไหม เค้าบอกรู้จักสิพ่อ ตอนนี้แนวเพลงลูกทุ่งเพื่อชีวิตอย่างผมคงต้องเริ่มหา BTS มาฟังและเรียนรู้อีกวงแล้วล่ะครับ

-ขอบคุณภาพ วง BTS จากเว็บ https://game.mthai.com/mobile-...ครับ

หมายเลขบันทึก: 682870เขียนเมื่อ 25 กันยายน 2020 12:43 น. ()แก้ไขเมื่อ 25 กันยายน 2020 12:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี