ต้องขออภัยคุณสมศักดิ์ เพื่อนในกลุ่มผู้ใช้เตาแบบถังครึ่ง และเหล่าบรรดาศิษย์น้อยใหญ่ของ อ.กิตติ เลิศล้ำ นะครับ เพราะผมบอกในกลุ่มไลน์ว่า จะสรุปถึง ทฤษฎีที่ไม้กลายเป็นถ่าน ให้อ่านในบันทึกที่ ๔ นี้ ... แต่ติดพันกับเตาอิวาซากิ จึงขอผลัดไปบันทึกหน้านะครับ 

ท่านใดที่เก่งภาษาอังกฤษ โปรดอ่านศึกษาเองที่นี่เถิดครับ และถ้าให้ดีเมื่ออ่านบันทึกนี้แล้วมีความเห็นอย่างไร เติมไว้ในข้อความเห็นจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านคนต่อ ๆ ไปครับ 

กระบวนการเผาถ่านไม้ไผ่และถ่านไม้ด้วยเตาอิวาซากิไม่แตกต่างกันในวิธีการและขั้นตอน แต่แตกต่างกันในรายละเอียดและเทคนิค เช่น ต้องเผาไม้ที่ห้องเผา ๒-๓ ชั่วโมงสำหรับไม้ไผ่ แต่ต้องเผานาน ๕-๖ ชั่วโมงสำหรับการทำถ่านไม้ 

การเตรียมไม้ไผ่และจัดเรียงลงถัง

  • การเตรียมไม้ไผ่ 
    • ตัดไม้ไผ่ยาวไม่เกิน ๘๐ เซนติเมตร (ไม่เกินความยาวของถังอบ) ถ้าจะให้ดีให้ตัดสั้นกว่า ๔๐ เซนติเมตร หรือให้สั้นที่สุดเท่าที่ต้องการขนาดของถ่าน
    • ไม้ไผ่มีรู มีปล้อง และมีข้อ ต้องเจาะรูที่ข้อไม้ไผ่ หรือใช้เลื่อยตัดไม่ให้มีรู ไม่เช่นนั้น ไม้ไผ่จะแตกในเตา หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือ ตัดข้อออก แล้วแยกไม้ไผ่เป็นซี่ ๆ ๒ -๖ ซี่  แต่ถ้าหากไม่กังวลถึงการแตกของข้อไม้ไผ่ก็สามารถใส่ไปในเตาทั้งข้อปล้องได้  
  • การจัดเรียงไม้ไผ่
    • สามารถวางเรียงได้ทั้งแบบนอนและแบบตั้ง
    • เหลือช่องว่างไว้ด้านบนใกล้ฝาครอบ ๕ เซนติเมตร เว้นเป็นช้องไฟลของอากาศภายในถัง 
    • ปิดฝาครอบบนแล้วกลบด้วยดินหน้าอย่างน้อย ๑๐ เซนติเมตร 

การจุดเตา

  • ต่อท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐ เซนติเมตร ๒ ท่อน (ยาวท่อนละ ๙๐ เซนติเมตร) ที่เตรียมไว้ เพื่อช่วยลดแรงดันอากาศภายในถัง 
  • ไม้ที่ใช้ที่เตาจุดเตาควรจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒ เซนติเมตร และยาวไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร หากเป็นไม้สนซีดาร์ จะใช้ประมาณ ๒๐ กิโลกรัมสำหรับเผาถ่านไม้ไผ่ และ ๔๘ กิโลกรัมสำหรับเผาถ่านไม้ ถ้าไม้ที่ใช้จุดนี้ยาวกว่า ๔๒ เซนติเมตร ฟืนนั้นอาจติดไฟนอกห้องเผา ซึ่งจะทำให้ทิศทางการไฟลเวียนของอากาศไหลออกหน้าเตา ทำให้อุณหภูมิในเตาลดลง 
  • หลังจากจุดไฟในเตาแล้ว ต้องดูแลไม่ให้ไฟดับและไม่ให้แรงเกินไปให้เกิดการสิ้นเปลือง ไม่มีประสิทธิภาพ

การดูแลเตาเผา

  • การดำเนินการเผาควรจะใช้ ๒ คน สลับกันดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าโหมไฟแรงเกินไป หรือปล่อยให้อากาศไหลเข้าเตาเผามากเกินไป จะทำให้ไม้ไผ่ในเตาอบเกิดการติดไฟ (เกิดการสันดาป)  ให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม้จะต้องกลายเป็นถ่ายด้วยกระบวนการอบไอน้ำ (Steaming) ดังนั้น ถ้าผู้เผาถ่านใจร้อน จะทำให้ล้มเหลว 
  • อุณหภูมิของควันที่ปากปล่อง อุณหภูมิในเตา และสีของควัน มีความสัมพันธ์กัน  ควันจะเริ่มเปลี่ยนจากขาวขุ่น เป็นฟ้าใส (๗๕๐-๙๐๐ องศาฯ) และม่วงใส (๑,๐๐๐ องศาหรือมากกว่า) เมื่ออุณหภูมิขึ้น

การเก็บน้ำส้มควันไม้

  • เมื่ออุณหภูมิควันที่ปากปล่องถึง ๗๐ องศาเซลเซียส ให้เปลี่ยนไม้ที่เตาเผาให้เป็นไม้ไผ่ทั้งหมด เพื่อจะทำให้ได้น้ำส้มควันไม้จากไม้ไผ่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
  • โดยทั่วไปหลังจากจุดไฟในเตาเผาประมาณ ๔๐-๕๐ นาที อุณหภูมิของควันที่ปากปล่องจะสูงกว่า ๘๐ องศาเซลเซียส  ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ๘๐ องศา เมทานอลจะออกมาจากไม้ไผ่ปนมากับควัน หากเก็บเอาน้ำสัมควันไม้ จะได้น้ำส้มฯ ที่ไม่มีคุณภาพ 
  • เมื่ออุณหภูมิควันปากปล่องถึง ๘๕ องศา ให้เปลี่ยนท่อต่อ ๒ ท่อนออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดเก็บน้ำส้มควันไม้  แล้วเริ่มเก็บน้ำส้มควันไม้จนถึงอุณหภูมิ ๑๒๐ องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิปากปล่องสูงกว่า ๑๕๐ องศาเซลเซียส น้ำมันดินหรือทาร์ (tar) และสารก่อมะเร็ง (carcinogenic) จะปนออกมากับควันด้วย จึงไม่ควรเก็บเป็นน้ำส้มควันไม้ 
  • ท่อเก็บน้ำส้มควันไม้ที่ทำจากท่อสแตนเลส ยาว ๑๐ เมตรขึ้นไป จะทำให้วิธีการเก็บน้ำส้มควันไม้ที่เรียกว่า การกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation) มีประสิทธิภาพดี 
  • แต่หากไม่มีท่อสแตนเลส อาจใช้ไม้ไผ่ (ไผ่ลำใหญ่) แทนได้ โดยนำไม้ไผ่มาผ่าครึ่งซีก ครึ่งหนึ่งคว่ำ อีกครึ่งหงาย เซาะร่องและขัดทำความสะอาดให้ดี แล้วนำมาประกบกัน แต่ไม่ต้องแนบกันสนิท เพื่อให้อากาสภายนอกไหลผ่านท่อได้ การควบเน่นของน้ำส้มควันไม้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น) 
  • อย่างไรก็ตาม การใช้ท่อไม้ไผ่เก็บน้ำส้มควันไม้ จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าการใช้ท่อสสแตนเลสกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ 
  • ถ้าใช้เครื่องวัดค่า pH จะอยู่ในช่วง ๒.๒-๓.๓

การปิดเตา

  • หลังจากเก็บน้ำส้มควันไม้ หากปล่อยให้กระบวนเผาดำเนินต่อไปอีก ๓ ชั่วโมงสำหรับไม้ไผ่ (หรือ ๕ ชั่วโมงสำหรับไม้) ไม้ไผ่จะกลายเป็นถ่าน (cabornization) เปลี่ยนเป็นสีแดง 
  • เมื่อควันเปลี่ยนเป็นสีใสออกฟ้า ๆ  (transparency-blue) ให้รออีก ๕ นาที แล้วให้ปิดปากปล่องหน้าเตาลงครึ่งหนึ่ง แล้วรออีกห้านาที จึงปิดปากเตาด้านหน้าด้วยดิน (ต้องเตรียมดินเหนียวไว้ก่อน) และเอาท่อปล่องควันออก แล้วปิดปากปล่องให้สนิท 
  • ปล่อยให้เตาค่อย ๆ เย็นลง โดยต้องไม่มีอากาศ (ออกซิเจน) ไหลเข้าไปในเตาเด็ดขาด นานกว่า ๔ ชั่วโมง หรืออุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐๐ องศาเซลเซียส โดยปกติควรจะรอข้ามวัน ค่อยมาเปิดเตา

เทคนิคเพิ่มเติม

  • เมื่อควันเปลี่ยนเป็นสีใสออกฟ้า ๆ ซึ่งในเตาจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง ๗๕๐ - ๙๐๐ องศา หากต้องการเพิ่มอุณหภูมิให้ถึง ๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส ให้ต่อท่อปล่องควันขึ้นอีก ๒ ท่อน สีของควันจะเปลี่ยเป็นสีใสม่วง (ใสออกม่วง ๆ) ภายในเวลา ๑ นาที ให้ปิดหน้าเตาและปิดปล่องควันเพื่อดับไฟในเตา 
  • การเพิ่มอุณหภูมิแบบนี้ จะทำให้ไม้ด้านบนกลายเป็นขี้เถ้าบางส่วน 
  • อุณหภูมิปากปล่องอาจสูงกว่า ๘๐๐ องศาเซลเซียสในตอนก่อนปิดเตา ดังนั้นต้องระวังอันตรายอย่างยิ่ง 
  • ในกรณีที่ไม่เก็บน้ำส้มควันไม้ สามารถใช้ท่อปล่อง ๔ ท่อนได้ตั้งแต่เริ่มต้น 

สิ่งที่ผมจับประเด็นในบันทึกนี้ น่าสนใจพิสูจน์ด้วยตนเองเป็นอย่างยิ่งครับ ... ท่านใดลองไปทำแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มไลน์ผู้ใช้ถังแบบถังครึ่งจะดีมากเลยครับ 

บันทึกหน้ามาว่ากันเรื่องทฤษฎีการเปลี่ยนไม้เป็นถ่านครับ