การเผาถ่านแบบถังครึ่ง_๐๔ กระบวนการเผาถ่านด้วยเตาอิวาซากิ

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ต้องขออภัยคุณสมศักดิ์ เพื่อนในกลุ่มผู้ใช้เตาแบบถังครึ่ง และเหล่าบรรดาศิษย์น้อยใหญ่ของ อ.กิตติ เลิศล้ำ นะครับ เพราะผมบอกในกลุ่มไลน์ว่า จะสรุปถึง ทฤษฎีที่ไม้กลายเป็นถ่าน ให้อ่านในบันทึกที่ ๔ นี้ ... แต่ติดพันกับเตาอิวาซากิ จึงขอผลัดไปบันทึกหน้านะครับ 

ท่านใดที่เก่งภาษาอังกฤษ โปรดอ่านศึกษาเองที่นี่เถิดครับ และถ้าให้ดีเมื่ออ่านบันทึกนี้แล้วมีความเห็นอย่างไร เติมไว้ในข้อความเห็นจะเป็นประโยชน์ต่อคนอ่านคนต่อ ๆ ไปครับ 

กระบวนการเผาถ่านไม้ไผ่และถ่านไม้ด้วยเตาอิวาซากิไม่แตกต่างกันในวิธีการและขั้นตอน แต่แตกต่างกันในรายละเอียดและเทคนิค เช่น ต้องเผาไม้ที่ห้องเผา ๒-๓ ชั่วโมงสำหรับไม้ไผ่ แต่ต้องเผานาน ๕-๖ ชั่วโมงสำหรับการทำถ่านไม้ 

การเตรียมไม้ไผ่และจัดเรียงลงถัง

  • การเตรียมไม้ไผ่ 
    • ตัดไม้ไผ่ยาวไม่เกิน ๘๐ เซนติเมตร (ไม่เกินความยาวของถังอบ) ถ้าจะให้ดีให้ตัดสั้นกว่า ๔๐ เซนติเมตร หรือให้สั้นที่สุดเท่าที่ต้องการขนาดของถ่าน
    • ไม้ไผ่มีรู มีปล้อง และมีข้อ ต้องเจาะรูที่ข้อไม้ไผ่ หรือใช้เลื่อยตัดไม่ให้มีรู ไม่เช่นนั้น ไม้ไผ่จะแตกในเตา หรือถ้าจะให้ดีที่สุดคือ ตัดข้อออก แล้วแยกไม้ไผ่เป็นซี่ ๆ ๒ -๖ ซี่  แต่ถ้าหากไม่กังวลถึงการแตกของข้อไม้ไผ่ก็สามารถใส่ไปในเตาทั้งข้อปล้องได้  
  • การจัดเรียงไม้ไผ่
    • สามารถวางเรียงได้ทั้งแบบนอนและแบบตั้ง ดังรูป
    • เหลือช่องว่างไว้ด้านบนใกล้ฝาครอบ ๕ เซนติเมตร เว้นเป็นช้องไฟลของอากาศภายในถัง 
    • ปิดฝาครอบบนแล้วกลบด้วยดินหน้าอย่างน้อย ๑๐ เซนติเมตร 

การจุดเตา

  • ต่อท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑๐ เซนติเมตร ๒ ท่อน (ยาวท่อนละ ๙๐ เซนติเมตร) ที่เตรียมไว้ เพื่อช่วยลดแรงดันอากาศภายในถัง 
  • ไม้ที่ใช้ที่เตาจุดเตาควรจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒ เซนติเมตร และยาวไม่เกิน ๔๐ เซนติเมตร หากเป็นไม้สนซีดาร์ จะใช้ประมาณ ๒๐ กิโลกรัมสำหรับเผาถ่านไม้ไผ่ และ ๔๘ กิโลกรัมสำหรับเผาถ่านไม้ ถ้าไม้ที่ใช้จุดนี้ยาวกว่า ๔๒ เซนติเมตร ฟืนนั้นอาจติดไฟนอกห้องเผา ซึ่งจะทำให้ทิศทางการไฟลเวียนของอากาศไหลออกหน้าเตา ทำให้อุณหภูมิในเตาลดลง 
  • หลังจากจุดไฟในเตาแล้ว ต้องดูแลไม่ให้ไฟดับและไม่ให้แรงเกินไปให้เกิดการสิ้นเปลือง ไม่มีประสิทธิภาพ

การดูแลเตาเผา

  • การดำเนินการเผาควรจะใช้ ๒ คน สลับกันดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะถ้าโหมไฟแรงเกินไป หรือปล่อยให้อากาศไหลเข้าเตาเผามากเกินไป จะทำให้ไม้ไผ่ในเตาอบเกิดการติดไฟ (เกิดการสันดาป)  ให้ระลึกไว้เสมอว่า ไม้จะต้องกลายเป็นถ่ายด้วยกระบวนการอบไอน้ำ (Steaming) ดังนั้น ถ้าผู้เผาถ่านใจร้อน จะทำให้ล้มเหลว 
  • อุณหภูมิของควันที่ปากปล่อง อุณหภูมิในเตา และสีของควัน มีความสัมพันธ์กัน  ควันจะเริ่มเปลี่ยนจากขาวขุ่น เป็นฟ้าใส (๗๕๐-๙๐๐ องศาฯ) และม่วงใส (๑,๐๐๐ องศาหรือมากกว่า) เมื่ออุณหภูมิขึ้น

การเก็บน้ำส้มควันไม้

  • เมื่ออุณหภูมิควันที่ปากปล่องถึง ๗๐ องศาเซลเซียส ให้เปลี่ยนไม้ที่เตาเผาให้เป็นไม้ไผ่ทั้งหมด เพื่อจะทำให้ได้น้ำส้มควันไม้จากไม้ไผ่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์
  • โดยทั่วไปหลังจากจุดไฟในเตาเผาประมาณ ๔๐-๕๐ นาที อุณหภูมิของควันที่ปากปล่องจะสูงกว่า ๘๐ องศาเซลเซียส  ที่อุณหภูมิต่ำกว่า ๘๐ องศา เมทานอลจะออกมาจากไม้ไผ่ปนมากับควัน หากเก็บเอาน้ำสัมควันไม้ จะได้น้ำส้มฯ ที่ไม่มีคุณภาพ 
    • เมื่ออุณหภูมิควันปากปล่องถึง ๘๕ องศา ให้เปลี่ยนท่อต่อ ๒ ท่อนออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดเก็บน้ำส้มควันไม้  แล้วเริ่มเก็บน้ำส้มควันไม้จนถึงอุณหภูมิ ๑๒๐ องศาเซลเซียส ถ้าอุณหภูมิปากปล่องสูงกว่า ๑๕๐ องศาเซลเซียส น้ำมันดินหรือทาร์ (tar) และสารก่อมะเร็ง (carcinogenic) จะปนออกมากับควันด้วย จึงไม่ควรเก็บเป็นน้ำส้มควันไม้ 
    • ท่อเก็บน้ำส้มควันไม้ที่ทำจากท่อสแตนเลส ยาว ๑๐ เมตรขึ้นไป จะทำให้วิธีการเก็บน้ำส้มควันไม้ที่เรียกว่า การกลั่นลำดับส่วน (fractional distillation) มีประสิทธิภาพดี 
    • แต่หากไม่มีท่อสแตนเลส อาจใช้ไม้ไผ่ (ไผ่ลำใหญ่) แทนได้ โดยนำไม้ไผ่มาผ่าครึ่งซีก ครึ่งหนึ่งคว่ำ อีกครึ่งหงาย เซาะร่องและขัดทำความสะอาดให้ดี แล้วนำมาประกบกัน แต่ไม่ต้องแนบกันสนิท เพื่อให้อากาสภายนอกไหลผ่านท่อได้ การควบเน่นของน้ำส้มควันไม้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น) 
    • อย่างไรก็ตาม การใช้ท่อไม้ไผ่เก็บน้ำส้มควันไม้ จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่าการใช้ท่อสสแตนเลสกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ 
    • ถ้าใช้เครื่องวัดค่า pH จะอยู่ในช่วง ๒.๒-๓.๓

        การปิดเตา

        • หลังจากเก็บน้ำส้มควันไม้ หากปล่อยให้กระบวนเผาดำเนินต่อไปอีก ๓ ชั่วโมงสำหรับไม้ไผ่ (หรือ ๕ ชั่วโมงสำหรับไม้) ไม้ไผ่จะกลายเป็นถ่าน (cabornization) เปลี่ยนเป็นสีแดง 
        • เมื่อควันเปลี่ยนเป็นสีใสออกฟ้า ๆ  (transparency-blue) ให้รออีก ๕ นาที แล้วให้ปิดปากปล่องหน้าเตาลงครึ่งหนึ่ง แล้วรออีกห้านาที จึงปิดปากเตาด้านหน้าด้วยดิน (ต้องเตรียมดินเหนียวไว้ก่อน) และเอาท่อปล่องควันออก แล้วปิดปากปล่องให้สนิท 
        • ปล่อยให้เตาค่อย ๆ เย็นลง โดยต้องไม่มีอากาศ (ออกซิเจน) ไหลเข้าไปในเตาเด็ดขาด นานกว่า ๔ ชั่วโมง หรืออุณหภูมิต่ำกว่า ๒๐๐ องศาเซลเซียส โดยปกติควรจะรอข้ามวัน ค่อยมาเปิดเตา

        เทคนิคเพิ่มเติม

        • เมื่อควันเปลี่ยนเป็นสีใสออกฟ้า ๆ ซึ่งในเตาจะมีอุณหภูมิอยู่ในช่วง ๗๕๐ - ๙๐๐ องศา หากต้องการเพิ่มอุณหภูมิให้ถึง ๑,๐๐๐ องศาเซลเซียส ให้ต่อท่อปล่องควันขึ้นอีก ๒ ท่อน สีของควันจะเปลี่ยเป็นสีใสม่วง (ใสออกม่วง ๆ) ภายในเวลา ๑ นาที ให้ปิดหน้าเตาและปิดปล่องควันเพื่อดับไฟในเตา 
        • การเพิ่มอุณหภูมิแบบนี้ จะทำให้ไม้ด้านบนกลายเป็นขี้เถ้าบางส่วน 
        • อุณหภูมิปากปล่องอาจสูงกว่า ๘๐๐ องศาเซลเซียสในตอนก่อนปิดเตา ดังนั้นต้องระวังอันตรายอย่างยิ่ง 
        • ในกรณีที่ไม่เก็บน้ำส้มควันไม้ สามารถใช้ท่อปล่อง ๔ ท่อนได้ตั้งแต่เริ่มต้น 

        สิ่งที่ผมจับประเด็นในบันทึกนี้ น่าสนใจพิสูจน์ด้วยตนเองเป็นอย่างยิ่งครับ ... ท่านใดลองไปทำแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มไลน์ผู้ใช้ถังแบบถังครึ่งจะดีมากเลยครับ 

        บันทึกหน้ามาว่ากันเรื่องทฤษฎีการเปลี่ยนไม้เป็นถ่านครับ  

        บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีแห่งความพอเพียง



        ความเห็น (1)

        [email protected]
        IP: xxx.132.106.97
        เขียนเมื่อ 

        I had experiences using oil drums to make charcoal. The drums get rusted and become unsafe after 2-3 times of burning (making charcoal). The costs of oil drums and works involved put me back on ‘Thai traditional method’ – digging a hole in the ground, stacking wood for good airflow, putting a (4 inch) ‘metal’ pipe at an angle onto the bottom of the pile for inlet air, and another pipe vertically to the top of the pile for ‘exhaust’, light up the pile and let it burn well then cover the pile with the earth (dug out) well – leaving the inlet and outlet uncovered. Cover both pipes to stop the process. Leave the site for at least 24 hours to cool down.+++Warning: Burns are very painful and difficult to heal. Especially for children!

        The art of making good charcoal is in regulating the air flow. Too much air, we get ‘ashes’. Too little air we get half-burnt wood. Types of woods and duration of burn also matter. Practice blocking inlet and observing the result is how magic happens.