เส้นทาง 5 ขั้นสู่การพัฒนานวัตกรรม
การทำนวัตกรรมนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว เพราะการทำนวัตกรรมสามารถทำให้เป็นกระบวนการที่ไหลลื่นในองค์กร ซึ่งกฎสั้น ๆ ที่เข้าใจง่าย ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงของการทำนวัตกรรมสำหรับทุกองค์กร คือ
กฎข้อที่ 1 นวัตกรรมต้องสร้างสรรค์
กฎข้อที่ 2 นวัตกรรมต้องเกิดประโยชน์
กฎข้อที่ 3 ไม่มีนวัตกรรมที่ดีที่สุด
การจะเริ่มจัดทำหรือพัฒนานวัตกรรมขึ้นมาสักหนึ่งชิ้น ก็พยายามคิดแล้วคิดอีก แต่ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี วิธีช่วยก็โดยการมองหาของเดิม ๆ ที่ทำอยู่ทุกวัน ผลิตกันทุกวัน แล้วนำมาหยิบขึ้นมาพิจารณา วิธีนี้เรียกว่า การหาโจทย์โดยการตั้งคำถามในการพัฒนา
การพัฒนานวัตกรรม มีเส้นทางที่จะนำไปใช้เป็นแรงบันดาลใจอยู่ 5 ขั้นดังนี้
ขั้นที่1 เริ่มจากการมองไปรอบ ๆ ตัว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม บนรถ บนโต๊ะทำงาน ในห้องน้ำ ลองมองกวาดสายตาไปรอบ ๆ ตัว เลือกเอาของมาสักชิ้นที่สามารถหยิบถึง ถ้าหายกขึ้นมาไม่ได้เพราะมันหนักเกินไปเราก็ยกมาไว้ในใจแทน จากนั้นก็ทำการบ้านเพิ่มเติมสักเล็กน้อย เริ่มจากพยายามเพ่งพิจารณาสิ่งที่มองหรือหยิบขึ้นมาแล้วพิจารณามองในแง่มุมที่แปลก ๆ ใส่จินตนาการไปเยอะ ๆ ใช้ความคิดแหวกแนวก็ได้ ไม่มีข้อถูกผิด (ความสามารถเฉพาะบุคคลที่ไม่อาจเลียนแบบได้) ขั้นตอนนี้เรียกว่า การหาไอเดียใหม่
ขั้นที่2 การทดสอบไอเดีย/แนวความคิด โดยอาจใช้วิธีถามเพื่อน ถามครู ถามแฟน ถามครอบครัว ฯลฯ การถามนี่เพื่อทดสอบแนวความคิดว่ามันเวิร์คไหม๊ (เหมือนกับเป็นความคิดเห็นของผุ้บริโภค) ถามเพื่อเราจะได้คำตอบที่หลากหลาย สามารถนำมาย้อนปรับปรุงไอเดียเดิมของเราก็อาจเป็นได้ แต่ถ้าหากมีคนหัวเราะแนวความคิดเราก็อย่าเสียเซลฟ์ เพราะนักประดิษฐ์นวัตกรรมหลายคนกว่าจะสำเร็จได้ต้องอดทนมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมออกมาได้ เราต้องมีความมั่นใจในความคิดของตนเอง และถ้าเป็นคนที่คิดอะไรล้ำหน้าเกินยุคสมัย ถ้าเราเป็นคนอย่างนี้ก็มุ่งหน้าเดินต่อไปอย่าท้อถอย ความสำเร็จในการผลิตสุดยอดนวัตกรรมก็อาจจะเป็นเราก็ได้แล้วก้าวต่อไป
ขั้นที่3 คือ การทำต้นแบบ นั่นคือ หากเรามีความคิดดี ๆ แล้วไม่ลงมือทำจะไม่เกิดผลใด ๆ ซึ่งการลงมือทำต้องมีค่าใช้จ่ายและเราควรสำรวจความคิดพร้อมสำรวจงบประมาณไปพร้อม ๆ กัน ว่าจะไปรอดหรือไม่ ถ้าทำแล้วไม่เดือดร้อนแก่ตัวเองก็ลงมือทำเลย ซึ่งเมื่อขั้นตอนนี้ประสบความสำเร็จก็รอเราอยู่
ขั้นที่4 คือ การทดสอบ การทดสอบนั้นในที่นี้มี สองนัยยะ นัยยะแรก คือ เพื่อการทดสอบประสิทธิภาพหรือการทำงานของต้นแบบนั้น นัยยะสอง คือ การทดสอบตลาด ถ้าหากผ่านทั้งสองนัยยะแสดงว่านวัตกรรมของเราเวิร์คและตลาดก็ยอมรับ คราวนี้ก็เข้าสู่
ขั้นที่5 คือ การทำการผลิตหรือพัฒนาจริง ซึ่งหากว่าสามารถเข้าสู่ขั้นตอนนี้ได้ แต่ต้องดำเนินการที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ สร้างแล้วเกิดประโยชน์ สามารถนำไปใช้แล้วสามารถแก้ปัญหาหรือทำให้ดีกว่าเดิมได้ เราจะกลายมาเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรม ( Inverter : นวัตกร) คนหนึ่งอย่างภาคภูมิใจ เส้นทางทั้ง 5ขั้นนี้คงไม่ยากเกินไป
ที่มา : ปรีดา ยังสุขสถาพร. (2555). Innovation : คิดจริง...ทำได้. กรุงเทพฯ. บริษัท ส. พิจิตรการพิมพ์ จำกัด.