การสร้างศิษย์เก่าตั้งแต่เป็นนักศึกษา กับวิถีใหม่หลังภัยโควิด ทัศนะของ รองศาสตราจารย์ ดร.วิทยา เงินแท้


สาย ๆ ของวันศุกร์ ตั้งใจจะส่งมอบแตงกวาที่ปลูกเองแบบปลอดสารพิษจากสวนเล็ก ๆ แถวหอพักให้น้องเจนและอาจารย์อัพ ศาสตราจารย์ ดร.วิทยา  เงินแท้ (รอโปรดเกล้า ฯ ศาสตราจารย์) แบ่งใส่ถุงหิ้วตะกร้าข้ามถนนข้ามตึกจาก AG ไป SC.08  ขึ้นไปชั้น 8 ห้องพักอาจารย์วิทยาอยู่ชั้นสูงสุดของตึก มาพบแบบมิได้นัดหมาย แต่ด้วยสายสัมพันธ์ก็สนทนากันอย่างสนุกสนานผสานทัศนะของการพัฒนานักศึกษาและมุมมองต่อโลกการศึกษาของประเทศไทย

สนทนากันเรื่องแตงกวาที่ปลูกเองแบบตามยถากรรมไม่รดน้ำ ไม่ใส่ปุ๋ย จากนั้นก็คุยกันเรื่องวิถีที่เปลี่ยนไปของสังคม โดยเฉพาะหลังโควิด-19 ระบาด วิถีของโลกเริ่มเปลี่ยนไป มหาวิทยาลัยก็ต้องปรับตาม เลยได้พูดคุยกันในประเด็นว่า เมื่อเปิดปีการศึกษาใหม่ ก็จะมีสมาชิกใหม่มาเพิ่ม การดูแลนักศึกษาใหม่จะเป็นอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบัน แม้ว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพสังคม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพยายามทำให้มีให้เกิดให้เป็น คือการตระหนักถึงความเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น และการเรียนรู้เรื่องราวของมหาวิทยาลัยเพื่อสร้างความผูกพันระหว่างสถาบันกับนักศึกษา

ผูกโยงไปถึงกิจกรรมนักศึกษาอันเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการหล่อหลอมนักศึกษาให้เป็นคนเก่ง คนดีและมีความสุข (อันนี้เราก็คิดกันเองมาโดยตลอดว่าเป็นสิ่งดี) โดยการเรียนรู้จากพื้นที่จริงผ่านความสนใจ ความถนัดหรือความชอบของตน จึงได้สนทนาว่ารูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอยู่มาก ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขและการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เปลี่ยนไป แต่เราก็ยังโหยหาการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย  แต่พื้นที่ของการเรียนรู้กลับลดลงจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก และทิศทางของสังคมที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด.... หากจะทำค่าย ค่ายควรจะมีรูปแบบอย่างไร เพื่อปลอดภัยและเกิดประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย ปลอดภัยทั้งในแง่กฎหมายบ้านเมือง กติกาของสังคม รวมถึงปลอดภัยจากโรคระบาด

คนเป็นครูบาอาจารย์ ตัวชี้วัดหนึ่งว่าเราได้ปลูกฝังและถ่ายทอดอุดมการณ์ให้เขา นอกเหนือจากวิชาการแล้วนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากกิจกรรรมที่มีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน อย่างการออกค่าย เป็นส่วนหนึ่งที่สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างอาจารย์ ลูกศิษย์ และเพื่อนนักศึกษาเอง และเมื่อเขาเติบโตมีการงานมั่นคง ฐานะมั่งคั่ง เขาก็จะกลับมาตอบแทนมหาวิทยาลัยไม่ว่ารูปแบบใดก็ตาม อย่างช่วงโควิดระบาด การเตรียมการดูแลน้องปี 1 รุ่นพี่ก็พยายามหาทุนในการจัดซื้อหน้ากากอนามัยเตรียมไว้ให้รุ่นน้องผ่านการบริจาคหรือสมทบทุนในรูปแบบใหม่ เช่น จ่ายในราคา 10 อัน แต่รับไปแค่ 1 อัน ที่เหลืออีก 9 อันเอาไว้ให้น้องใหม่ การดูแลห่วงใยกันผ่านรูปแบบที่แตกต่าง ก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่ส่งมอบรุ่นสู่รุ่น คล้าย ๆ การทำค่ายที่จะต้องไปลงชุมชน ส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ช่วยสนับสนุน (งบประมาณ) ก็คือศิษย์เก่าที่เป็นกำลังสำคัญในการบริจาคทุนทรัพย์หรือสิ่งของ คงด้วยความผูกพันจากการเรียนรู้จากค่ายหรือชุมชน ส่งผลให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืน

ประเด็นดังกล่าวเอง ทำให้ได้คุยกันต่อเนื่องเรื่องการบริจาคหรือการมีส่วนร่วมของศิษย์เก่าในการพัฒนามหาวิทยาลัย ในต่างประเทศหรือมหาวิทยาลัยที่พัฒนาอยู่ชั้นแนวหน้า ส่วนหนึ่งที่ช่วยให้มหาวิทยาลัยพัฒนาไปไกลได้คือ ศิษย์เก่าที่ได้มีส่วนร่วมและมีความรู้สึกร่วมเป็นเจ้าของมหาวิทยาลัยด้วย การบริจาคทุนทรัพย์หรือการส่งมอบนวัตกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยจากศิษย์ จึงเป็นจุดที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง มากบ้างน้อยบ้างตามกำลังหรือแม้แต่ข้าวสารเพื่อการจัดกิจกรรมค่าย ก็ช่วยให้ภารกิจเล็ก ๆ สำเร็จลงได้ แต่ให้ผลที่งดงาม

ตอนนี้ยังไม่มีรูปแบบที่แน่ชัดว่าการพัฒนานักศึกษาภายหลังการระบาดของโควิด-19 จะเป็นไปในทิศทางใด ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดทางสังคม แต่พวกเราหยุดเรียนรู้ไม่ได้ ชุมชนยังเป็นฐานการเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า แต่ทว่าด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เราจึงต้องยอมรับต่อการเปลี่ยนแปลง แล้วปรับตัวให้เร็วที่สุด.... เพื่ออยู่บนฐานของ “ความจริง ความดี ความงาม”

...

..

.

ศุกร์ 19 กรกฎาคม  2563

ที่มอดินแดง

ปล. ระหว่างเดินข้ามจาก AG  ไป SC เจอเจ้าหน้าที่คณะเกษตรศาสตร์ ออกจากสวนข้างตึกขาว ถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยเห็ดโคน (เห็ดปลวกน้อย) จึงเป็นตัวชี้วัดหนึ่งว่ามหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความอุดมสมบูรณ์... เราคุยกันหลายประเด็นมาก แต่บันทึกไว้เพียงเท่านี้ ก็น่าจะพอครับ

หมายเลขบันทึก: 678481เขียนเมื่อ 10 กรกฎาคม 2020 15:22 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 กรกฎาคม 2020 15:22 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (2)

รูปแบบกิจกรรมต่าง ๆ อาจจะต้องเปลี่ยนแปลงไปอยู่มาก ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขและการเว้นระยะห่างทางสังคมที่เปลี่ยนไป แต่เราก็ยังโหยหาการจัดกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่มากก็น้อย แต่พื้นที่ของการเรียนรู้กลับลดลงจนแทบจับต้นชนปลายไม่ถูก และทิศทางของสังคมที่ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด…. หากจะทำค่าย ค่ายควรจะมีรูปแบบอย่างไร เพื่อปลอดภัยและเกิดประโยชน์ร่วมของทุกฝ่าย ….

เป็นคำถามที่เรายังต้องร่วมหาคำตอบช่วยกัน ต่อไปครับ….

แต่ผมอ่านแล้วชื่อนชอบมากกับแนวทางของการดูแลนิสิตใหม่ด้วยรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนบนฐานคิดกิจกรรมนอกหลักสูตร ที่เชื่อมโยงไปยังศิษย์เก่าฯ ผมชื่นชม ครับ และให้กำลังใจ–สู้ไปด้วยกันครับ

ขอบพระคุณครับพี่ ดูแลกันในหลากหลายรูปแบบหลากหลายมิติ เมื่อยังไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน นั่นก็คงเป็นอีกรุปแบบหนึ่งที่เราจะขับเคลื่อนไป

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี