ความมั่นคงภายใน

ความมั่นคงภายในในแต่ละวันชีวิตของเราอาจต้องพบเจอกับผู้คน เหตุการณ์ที่ทำให้ในเรารู้สึกสั่นไหว สะเทือนใจ รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคงมากบ้างน้อยบ้าง จากคนใกล้บ้าง คนไกลบ้าง จากคนรู้จักมักคุ้นบ้าง จากคนแปลกหน้าบ้าง

สังเกตไหมว่าคนใกล้ คนวงในมักทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจ ไม่มั่นคงภายในได้ง่ายและมีปริมาณความถี่สูง(มั้ย)

หากเราทบทวนดีๆ ไม่มีใครสามารถทำให้เรารู้สึกไม่มั่นคงภายในได้ หากเราไม่เผลอเปิดช่องให้เขาเข้ามาเขย่าใจ ร้ายไปอีกคือเราเผลอใจร้ายกับตัวเอง เขย่าใจตัวเองไม่รู้สึกตัว แล้วไปโทษคนอื่น สิ่งอื่นๆ นอกตัว

ทุกข์ใจเป็นเรื่องของใจเรา เป็นความรู้สึกของเรา เป็นพื้นที่ส่วนตัว ดังนั้นเราควรมีรั้วที่สร้างไว้ดูแลปกป้องใจเราเอง สร้างความรู้สึกปลอดภัย อุ่นใจ มั่นคงภายใน (แค่ชวน เป็นทางเลือก ไม่ใช่ทางบังคับเนาะ)

รั้วล้อมใจที่แม่ดาวใช้อยู่นั้น สร้างมาจากการเรียนรู้ผ่านการฝึกฝนและลงมือทำมาพอสมควรค่ะ ก็ค่อนข้างแข็งแรงในยามปกติ และมียังเผลอเปิดแง้มประตูรั้วทิ้งไว้บ้างในยามไม่ปกติ

เผลอทีก็สะเทือนใจ สั่นไหวทุกที มากบ้าง น้อยบ้าง แล้วแต่กำลังสติปัญญาและสภาพร่างกาย ณ ขณะนั้นๆ+หลักคิด/หลักใจที่ใช้สร้างรั้วใช้คำว่่า ความเชื่อก็ได้ค่ะ(สร้างความมั่นคงภายใน)

1. สติ เป็นประตูรั้ว

2. มนุษย์ทุกคนมีความดีงาม

3. มนุษย์อาจเผลอ/หลงทำผิดพลาดได้

4. มนุษย์มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลง พัฒนาตัวเองให้พ้นทุกข์ได้

5. ทุกคนได้ทำดีที่สุดตามต้นทุนชีวิตที่มี ตามกำลังสติปัญญาที่มี ณ ขณะนั้นแล้ว

6. ทุกสิ่งที่ได้รับ ได้พบ ได้เจอล้วนเป็นของขวัญที่จะช่วยพัฒนาชีวิตเราให้ดีขึ้น

7. รับผิดชอบตัวเอง 100%(ความคิด ความรู้สึกและการกระทำ) ด้วยความเชื่อว่าทุกคนที่ได้พบ ทุกเหตการณ์ที่ได้ประสบไม่มีเหตุบังเอิญ มันเป็นผลจากอดีตที่เราเคยทำไว้ ค่ะ อาจยาวไปถึงชาติก่อน หรืออาจจะสดๆ ร้อนๆ ในชาตินี้ ซึ่งเราอาจจำได้ หรือลืมไปแล้ว


การมีรั้วใจเช่นนี้ มักทำให้แม่ดาวรู้สึกมั่นคงภายในได้ง่ายขึ้น แต่อย่างที่บอกการมีรั้วแล้วแม้สร้างมานานพอสมควรแล้ว เหมือนจะแข็งแรงแล้ว ก็ยังเกิดอาการสั่นไหว ไม่มั่นคงภายในได้อยู่ ซึ่งสำหรับแม่ดาวเห็นว่าเป็นธรรมดาของมนุษย์ผู้กำลังเรียนรู้ฝึกตนอยู่ ยังไม่ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ (ค่ะ ขั้นพระโสดาบันก็อาจยังไม่ถึง

ในกรณีเผลอ/หลงเปิดแง้มประตูรั้วไว้ก็เกิดอาการสั่นไหว กระทบมา กระแทก และกระเทือนใจ สั่นไหว รู้สึกไม่มั่นคงภายใน แม่ดาวจะมีการกลับมาประชุมภายในกับตัวเอง(เมื่อรู้เท่าทันแล้ว=สติ)

ประชุมภายใน

1. ฉันกำลังรู้สึกอย่างไรบ้าง ใช้คำว่าบ้าง เพราะใน 1 เหตุการณ์ก็อาจมีหลากหลายความรู้สึกที่เกิดขึ้น ชวนระบุชื่อ เรียกชื่อ ความรู้สึก/อารมณ์ตัวเองออกมา

2.ที่ฉันรู้สึกเช่นนี้(ข้อ 1 ) เพราะฉันมีความต้องการอะไร

3. ฉันมีความเชื่อใด ค่านิยมใดที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่ที่ทำให้รู้สึกสั่นสะเทือนเช่นนี้

4. ฉันควรคิดหรือทำอะไร อย่างไรได้บ้างให้ตัวฉันรู้สึกดีขึ้น(ดีต่อตัวเอง ดีต่อผู้อื่น ดีต่อสิ่งอื่นๆ ด้วยก็ยิ่งดี) เครื่องมือที่เราเคยเรียนรู้มา หรือท่าไม้ตายของตัวเอง เช่น 

-กลับมารู้สึกตัว ณ ปัจจุบันขณะ อาจใช้ลมหายใจที่หายในแบบสบายๆ หายใจให้ลึกขึ้น(ลึกได้เท่าไหนที่สบายรับรู้ไม่ต้องบังคับตัวเองมาก สบายๆ) หายใจออกผ่อนคลายสบายๆ ทำวนไปอันนี้ท่าไม้ตายของแม่ดาว 

ซึ่งแต่ละคนลองหาท่าไม้ตายของตัวเองเนาะ เช่นเพื่อนบางคนเลือกไปช้อปปิ้งบำบัด กิน ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังคลิปธรรมะ/จิีตวิทยาพัฒนาตนเป็นต้น)

-เรียนรู้ที่จะเข้าใจตัวเอง/ผู้อื่น คำฮิตที่แม่ดาวมักได้ยินเขาใช้เรียกกันติดหู มักใช้ภาษาอังกฤษ Empathy ค่ะ ถ้าเรายังไม่พร้อมจะเข้าใจคนอื่นก็ไม่เป็นไร......พักก่อน.....

ส่วนตัวเวลาที่ยังไม่ไหว ไม่พร้อมจะทิ้งโน้ตกับตัวเองไว้ว่า "เขามีเหตุผลของเขาที่เรายังไม่เข้าใจ" ยอมรับตามจริงว่าเรายังไม่เข้าใจ ไม่ต้องพยายามขืนใจตัวเอง บังคับตัวเองให้ต้องคิด ต้องเข้าใจ....พักก่อน

-ให้อภัยตัวเอง เมตตาตัวเองและผู้อื่น บอกตัวเอง "ไม่เป็นไรนะ เธอเป็นมนุษย์"(หลักคิดข้างบน) ค่ะ หากยังให้อภัยตัวเองไม่ได้ ยังให้อภัยคนอื่นไม่ได้ก็ไม่ต้องรีบบังคับขืนใจตัวเอง ยอมรับความรู้สึกตามจริง แล้วไปใช้ชีวิตรู้สึกตัวอยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่ต้องเค้นความคิดเนาะ ใจดีกับตัวเอง

-ตั้งคำถามดีๆ ที่มีทางออกที่ดีให้ตัวเอง เช่น เรื่องที่เขาพูดถึงเราจริงไหม? ถ้าจริงเราควรทำอย่างไร? ถ้าไม่จริงแล้วที่รู้สึกทุกข์อยู่นี่ได้ประโยชน์ไหม? เราได้เรียนรู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์นี้? 

- สื่อสารเชิงบวก/สื่อสารอย่างสันติ(Non Violence Communication เรียกย่อๆ NVC) อย่างมีสติ ปัญญาและเมตตากำกับเนาะ+เอาจริงๆ แต่ละเหตุการณ์ที่รู้สึกสั่นไหว ไม่มั่นคงภายใน ก็ไม่ได้้วิธีการเหมือนกันทุกกรณี บางทีง่ายมาก แค่รู้สึกตัวก็กลับมามั่นคงภายในได้เลย เพราะมีหลักคิด หลักใจที่ใช้บ่อยจนคล้ายจะเป็นอัตโนมัติแล้ว ไม่ต้องทำงานกับตัวเองมากนัก +เป็นวิธีการส่วนตัว ที่ไม่ลับค่ะ ยินดีแบ่งปัน เผื่อใครอาจได้ลองนำไปปรับใช้แล้วได้ประโยชน์

จากแม่ที่ยังมีไฟอยู่

(ไฟ ในที่นี้ หมายถึงอารมณ์ร้อนแรง)

ขอบคุณภาพประกอบบ่นความจากแม่อ้อค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิด



ความเห็น (0)