จากที่ผมได้มาช่วยพี่ชายขนของย้ายบ้านในวันเสาร์อาทิตย์ที่ ผ่านมา เราจำเป็นต้องจ้างคนงานหลายคนมาช่วยยก เช่น ขนตู้ เตียง เพื่อขนขึ้นรถบรรทุก ก็มีเด็กเข้ามาช่วยงาน เด็กอายุประมาณไม่ถึง 20 ปี    

เด็กพวกนี้จะมีนิสัยอย่างหนึ่ง เท่าที่ผมสังเกต ชอบดื่มเครื่องดื่มประเภทชูกำลัง ตื่นขึ้นมาก็ดื่มแล้วครับ คงเชื่อว่า ถ้าไม่ได้ดื่มก็คงไม่มีกำลังยกของอะไรประมาณนั้นล่ะครับ 

เห็นแล้วก็ประหลาดใจครับ เขาก็ยกของไปกินไปครับ มีทั้งบุหรี่ ทั้งอะไรต่างๆ พวกนี้ ซึ่งผมก็สังเกตอยู่นานและไม่แน่ใจว่าเขาทำไปทำไม     ผมก็มาคุยกับพี่ชายว่า   ของพวกนี้ ถ้าไม่ได้ดื่มแล้ว มันจะทำงานหรือยกของไม่ได้จริงหรือเปล่า เห็นกินกันอยู่ทั้งวัน  ขวดหนึ่งไม่ใช่ถูก ๆ นะครับ ประมาณ 10 กว่าบาท หรือเท่าไหร่ก็ไม่รู้ เพราะผมไม่เคยดื่มก็เลยไม่รู้ 

ก็เลยสงสัยว่า ถ้าเราเอาเงินที่ซื้อเครื่องดื่มเหล่านี้ ไปซื้อไข่ไปเจียวเป็นอาหารกินกับข้าวแทนเครื่องดื่มพวกนี้ ได้กินกันทั้งครอบครัว จะไม่มีกำลังดีกว่าหรือ   ผมก็ไม่แน่ใจ  

และอีกอย่างหนึ่ง คือ พวกบุหรี่น่ะ ก็ถามกันกับพี่ชายว่า ซองหนึ่งมันเท่าไหร่ ผมเองก็ไม่แน่ใจ ก็คงอยู่ประมาณ  30-50 บาท ประมาณนั้น ผมเองก็ไม่แน่ใจ

พี่ชายก็ถามผมว่า..ถ้าเราเอาเงินเหล่านั้นน่ะ มาซื้อเนื้อ ซื้อหมูกิน น่ะ มันจะไม่มีกำลัง สุขภาพดีกว่าเดิมหรือครับ   

ผมก็ไม่แน่ใจว่า อย่างไหนมันดีกว่ากัน เพราะผมก็ไม่ได้ทำทั้งสองอย่างเปรียบเทียบกัน ผมก็มีอยู่อย่างเดียวคือ ผมก็กินอาหารตามปกติธรรมดา

เพราะฉะนั้น เราเลยมานั่งคิดว่า  สาเหตุที่เขาต้องกินอย่างนั้นเชื่อว่า เป็นการบำรุงกำลัง หรือเป็นอะไรกันแน่ เขาน่าจะลองคิดใหม่ ทบทวนใหม่ดูว่า   ระบบคิดเขามาจากไหนครับ เขากินเพื่ออะไร กินแล้วเพื่อประโยชน์อะไร หรือว่า เขาคิดตกผลึกแล้วว่า กินแล้วดี ทำให้มีกำลังในการทำงานได้อย่างดี   เราจะมีวิธีช่วยคนเหล่านี้ได้ไหมครับ เราจะเอาระบบการจัดการความรู้เข้าไปช่วยเขาได้อย่างไร ให้เขาเห็นว่า การดื่มสิ่งต่างๆ เหล่านี้ มันดีหรือไม่ดีอย่างไร

เขาคิดว่ามันตกผลึกแล้วว่า ดี จะเปรียบเทียบอย่างไรให้รู้ว่า อะไรดีหรือไม่ดี    

เขาจะมีเวลามาคิดไหม เขาจะสนใจคิดไหม หรือเขาเห็นว่า ไปนั่งกินเหล้าได้ประโยชน์มากกว่า

ใครมีข้อคิดเห็นอย่างไร เชิญแสดงความคิดเห็นได้เลยครับ ขอบคุณครับ...