การให้ "ทาน" วิธีการของใครก็ของคนนั้น

      "ทาน ศีล ภาวนา"  เป็นสุดยอดมรรคาแห่งการพ้นทุกข์   ผมเองก็พยายามเดินตามคำสอนของพระพุทธองค์นี้มาอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าทุกเรื่องมีความเกี่ยวข้องเกื้อกูลกัน
วันนี้จึงอยากชวนคุยเรื่อง "ทาน"ก่อน เพราะผมถือว่า ทานเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้จิตใจเราอ่อนโยน มีความเมตตา กรุณา ต่อสรรพสัตว์ ลดละความโลภ ที่จะส่งผลให้การรักษา "ศีล" มีความเข้มแข็งมากขึ้น
ผมถือหลักการให้ทานว่า  เราสามารถทำได้ทั้งการให้ทานทางปัญญา   ทานทางวัตถุ สิ่งของ เงินทอง    รวมทั้งทานจากการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี ความปรารถนาดีที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุขด้วย  โดยให้ทานตามหัวใจปราถนา ตามบริบท ตามความพร้อม ความสนใจ ความถนัดของตนเอง ไม่ต้องคิดเรื่องปริมาณ หรือไปเทียบเคียงแข่งขันกับคนอื่น และไม่ถือว่าวิธีให้ทานของใครดีกว่าของใคร  เพราะการให้ทานก็คือ การทำความดี ที่มนุษย์ทุกคนพึงกระทำ  สามารถทำได้ทุกเวลา  ทุกที่ ทุกโอกาส  ทำแล้วสบายใจ ไม่ปรารถนาจะได้สิ่งใดตอบแทน และในที่สุดก็ส่งผลให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างพอเพียงโดยปริยาย
  การให้ทานตามวิธีการของผมที่จะมาเล่าแลกเปลี่ยนกัน ก็เป็นไปตามหลักการข้างต้น  ซึ่งมีหลายวิธีที่ทำมาอย่างต่อเนื่อง และทำไปพร้อมๆกัน  ขอเล่าย่อๆ ดังนี้
    1. การอ่านหนังสือบันทึกเสียงเพื่อคนตาบอด ที่ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอด ปากเกร็ด นนทบุรี
    2. การทำซุ้มบริจาคต้นไม้ไปปลูก ทำมาร่วม 10 ปี แล้วเพิ่งมาเปลี่ยนเป็นการปลูกพืชผักสวนครัวให้ชาวบ้านเก็บไปทานกันแทน
    3. การใส่บาตรหี่ห้องพระทุกเช้า หยอดวันละ 10 บาท  เมื่อได้จำนวนพอสมควรก็ทยอยนำไปทำบุญถวายภัตตาหารพระภิกษุ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
    4. การบริจาคเงินและสิ่งของให้ บ้านราชาวดี(ชาย-หญิง)  บ้านนนทภูมิ  บ้านเฟื่องฟ้า  สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนปากเกร็ด  สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี เป็นต้น
    5. ทำ 5 ส คัดแยกหนังสือที่บ้าน แล้วบริจาคให้สถาบันการศึกษาต่างๆ
    6. ทำบุญ/บริจาคปัจจัย เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและสาธารณะกุศลต่างๆ ตามเหตุการณ์และโอกาสอันควร
    7. เขียนบทความ บันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงในบล็อก gotoknow,  blogspot, fb., line แบ่งปัน แลกเปลี่ยนความรู้ทาง internet  มีทั้งสรุปเรื่องราวจากการอ่าน การค้นคว้าที่ตนเองเห็นว่าดีมีประโยชน์  รวมทั้งเขียนจากประสบการณ์ตรงของตนเองด้วย  ดังนั้นการที่ผมเขียนเรื่องราวต่างๆลงเว็บไซด์บ่อยๆ  ก็อย่าเพิ่งรำคาญอย่าว่าเป็นการยัดเยียด หรือโอ้อวดภูมิปัญญา ขอให้ถือว่านี่เป็นวิธีบำเพ็ญทานอย่างหนึ่งของผม หากไม่สนใจอ่านก็ขอให้เปิดผ่านไป
      8. เขียนหนังสือ บทความ ตีพิมพ์เผยแพร่ โดยหนังสือ 2 เล่มที่เขียนหลังสุด และตีพิมพ์แล้วคือ "บุญถึง" และ "รักที่หลุดพ้น"
      9. เป็นกรรมการช่วยเหลืองานสังคมที่ไม่มีค่าตอบแทนใดใด เช่น อาสาสมัครโครงการกองทุนการศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี โรงเรียนสตรีสมุทรปราการ กรรมการมูลนิธิอาจารย์พะนอม-ดุษณี แก้วกำเนิด เป็นต้น
      10. ทำเมตตาภาวนาและอุทิศผลบุญกุศลแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย หลังปฏิบัติสมาธิภาวนาทุกครั้ง
      นี่คือการให้ทานตามวิธีการของผม  แล้วของท่านล่ะ  เล่าให้ฟังบ้างสิครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธเนศ ขำเกิด



ความเห็น (0)