ฟังผ่านหู สัมผัสผ่านใจ (deep listening) (ไหลตามธรรมชาติภาค 2) ข้อสะท้อนคิดของ ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์

ฟังผ่านหู สัมผัสผ่านใจ (deeplistening) (ไหลตามธรรมชาติภาค 2) ข้อสะท้อนคิดของ ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์

ศ. ดร.นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ส่งข้อสะท้อนคิดชิ้นนี้มาให้เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์๒๕๖๓ เพื่อให้ผมนำลงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ต่อจากตอนแรก (๑)

 

ตื่นมาเช้านี้ผมถูกแรงกระตุ้นให้ต้องเขียนเกี่ยวกับการฟังอย่างลึกซึ้งย้อนไปช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผมเตรียมการไปแลกเปลี่ยนเรื่อง transformativelearning ที่สภาการพยาบาลผมได้ข้อสรุปกับตนเองที่จะบอกในที่ประชุมดังกล่าวว่า หากทำอะไรไม่ได้ใช้ deeplistening อย่างเดียวก็สามารถทำให้เกิดความเข้าใจต่างๆ ตามมาได้

 

ผมชอบกติกา มารยาท deeplistening ที่ อ สตางค์ ศูนย์แพทย์ฯ รพศ. ขอนแก่นได้สรุปไว้ คือ

1.  ฟังอย่างมีสติ รับรู้ทั้งวจนภาษาและอวจนภาษา

2.  ฟังอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนให้ความเคารพอย่างจริงใจ

3.  ฟังอย่างปราศจากอคติไม่ประเมินค่า ตีความ

4.  ฟังด้วยความปรารถนาจะฟังความจริงตามที่มันเป็นจริง

5.  ฟังตั้งแต่ต้นจนจบกระแสความอดทน ใจเย็นที่จะฟังจนจบความ

 

ระหว่างการเตรียมการนั้น ผมนึกขึ้นมาได้ว่าdeeplistening นั้นนอกจากการฟังอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังสามารถใช้ผัสสะอื่นๆในการ deep listening ได้ด้วยโดยเฉพาะการเปิดใจรับสัมผัสเรื่องต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา หากเรา deeplistening โดยเปิดประสาทสัมผัสทั้งหมดของเรากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าแล้วเราจะรับรู้สิ่งต่างๆที่คนหรือสิ่งแวดล้อมที่อยู่ตรงหน้าเราต้องการสื่อสารกับเราโดยที่เราไม่ต้องมโนไปเองหรือคิดระแวงว่าสิ่งที่คนตรงหน้าเราต้องการสื่อสารเป็นจริงหรือลวงทำให้ผมนึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งจำชื่อไม่ได้แล้วที่บอกว่าหากเราเปิดรับสัมผัสกับสิ่งที่ธรรมชาติบอกเราจะรู้ถึงเส้นทางที่ธรรมชาติได้กำหนดไว้ให้เราแล้ว และนึกถึง series TheArrow ตอนที่ The monitor บอกกับ OliverQueen ที่พยายามแก้ไขเหตุการณ์เดิมอยู่หลายรอบแต่ผลสุดท้ายก็เหมือนเดิม The monitor บอกให้ OliverQueen ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยศิโรราบ

 

นอกจากการเปิดรับกับสิ่งที่อยู่ภายนอกร่างกายเราสิ่งที่สำคัญสิ่งหนึ่งคือการเปิดรับฟังสัมผัสตัวเราเองทุกครั้งร่างกายและจิตใจของเราได้พยายามบอกสื่อสารกับเราว่าขณะนี้เราเป็นอย่างไรหากเราเปิดใจรับฟังและไม่ฝืนกับสิ่งที่ร่างกายและจิตใจเราบอก ดำเนินไปตามสิ่งเหล่านั้นเราก็จะประสบกับสิ่งที่เราต้องการไม่มากก็น้อย

 

ดูๆแล้วเรื่องนี้เหมือนกับเป็นเรื่องนอกเหนือวิทยาศาสตร์หรือไม่สามารถอธิบายด้วยหลักทางวิทยาศาสตร์หรืออาจมีคนอธิบายไว้แล้วแต่ผมขี้เกียจไปสืบค้นหาอ่าน แต่ผมเชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้นจริงและผมเชื่อว่าการฟังผ่านหู สัมผัสผ่านใจนี้เป็นการฝึกสติแบบหนึ่ง

 

ขอบคุณครับ.  

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)