2.Independent Living (IL) เป็นระบบอย่างไรที่อยู่ในชุมชน และนักศึกษากิจกรรมบำบัดสามารถมีส่วนร่วมทำงานกับทีม IL ได้อย่างไร

 คิดว่าทีมIL เป็นทีมที่ทำงานเป็นระบบร่วมกับโรงพยาบาลที่อยู่ในชุมชน โดยการที่ทีมIL ลงพื้นที่ในชุมชนแล้วพบเจอผู้พิการที่อาจจะไม่ได้รับการฟื้นฟูทางด้านร่างกาย ทีมILจะติดต่อประสานงานส่งต่อให้ทางโรงพยาบาลมาช่วยรักษาฟื้นฟู หรือการที่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลกลายมาเป็นผู้พิการก็จะถูกส่งต่อให้ทีมIL ในการช่วยเหลือตั้งแต่ให้คนพิการมีความรู้ ความเข้าใจและยอมรับในสภาพความพิการของตนเอง ให้คำปรึกษาคำแนะนำในสิ่งที่กังวล ความต้องการวางแผนการดำเนินชีวิตหรือเลือกทางเลือกด้วยตัวเอง การฝึกทักษะการดำรงชีวิตอิสระแม้ว่าจะเป็นกิจกรรมพื้นฐานง่ายๆเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้พิการมีกำลังใจในการฝึก เตรียมความพร้อมในการกลับเข้าสู่สังคมตั้งแต่การเดินทางไปที่ต่างๆ การกลับไปประกอบอาชีพ ซึ่งทีมจะหาข้อมูลวิธีการ พาไปปฎิบัติจริงให้สำเร็จตามระดับความสามารถเท่าที่ทำได้ และช่วยเป็นแรงขับเคลื่อนทางสังคม สิทธิ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ผู้พิการควรได้รับ 
 นอกจากนี้คิดว่ากิจกรรมบำบัดสามารถมีส่วนร่วมทำงานกับทีมIL โดยการดูแลฟื้นฟูผู้พิการได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ มองผู้รับบริการแบบเป็นองค์รวม กิจกรรมบำบัดมีบทบาทตั้งแต่ช่วยในเรื่องของการฟื้นฟูร่างกาย การเลือกwheelchairที่เหมาะสม การปรับสภาพบ้านหรืออุปกรณ์เสริมต่างๆที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ช่วยค้นหากิจกรรมที่มีความหมายและวิเคราะห์กิจกรรมให้ง่ายต่อผู้พิการ ร่วมกับทางทีมIL ที่สามารถเป็นผู้พิการต้นแบบ สร้างแรงบันดาลใจในการมีชีวิต เข้าถึงผู้พิการได้จากการเป็นเพื่อนคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์โดยตรง วิธีการฝึกการใช้ชีวิต อุปสรรค การแก้ปัญหา ซึ่งPeer Couselling ส่งผลให้คนพิการมีความเชื่อมั่นว่าสามารถพัฒนาตนเอง และสามารถกลับออกไปเข้าร่วมในสังคมได้ ทั้งหมดนี้กิจกรรมบำบัดกับทีมIL ทำงานควบคู่กันไป ยังสามารถร่วมกันประสานงานในการฝึกสอนทักษะการดำเนินกิจวัตรประจำวันจริงๆ ค้นหาบริบทปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมหรือขัดขวางในการทำกิจกรรมต่างๆ หาเครือข่ายข้อมูลที่ช่วยในการทำให้ผู้พิการบรรลุความต้องการของตนเองได้ ส่งผลให้เกิดWell-Being