การศึกษาเพื่อ "การพัฒนาที่ยั่งยืน" (๑๑) : การศึกษาตามหาขี้ช้าง

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

เกริ่นนำ

ก่อนจะบันทึกไว้ต่อไปว่า ... อย่าพัฒนาการศึกษาแบบศรัทธาขี้ช้าง หรือที่เรียก "การศึกษาตามหาขี้ช้าง" ในบันทึกนี้ ขอสรุปความคิดรวบยอดอันเป็นรากฐานของการพรรณาว่า  

  • การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน  ต้องไม่ใช่การ "สอนให้ทุกคนเป็นคนรวย"  ....  เพราะความจริงที่ต้องยอมรับคือ ยุคแห่งทุนนิยมครองโลก จะมีคนรวยเพียง ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น  ถ้าเราได้คนรวยมา ๑ คน เราจะมีคนจนเพิ่มขึ้นบนโลก ๔ คน  (ที่เหลือถูกเรียกว่า ชนชั้นกลาง)
  • การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องไม่แยกการศึกษาออกจากการพัฒนาชีวิต .... ผมตกผลึกว่า ความผิดพลาดของการศึกษาไทย คือการแยกทักษะที่จำเป็นเกี่ยวกับระบบ "ทุนนิยม" ออกจากการศึกษา ทำให้ลูกหลานเรา (ผมเป็นต้น) ทำธุรกิจ ลงทุน ไม่เป็นเลย เราสอนนักเรียน นักศึกษา เรื่องนี้น้อยมาก ๆ มีเฉพาะบางคณะสาขา ทั้ง ๆ ที่ยุคทุนนิยมนี้ ทุกคนต้องมีทักษะนี้อย่างยิ่ง ... ไม่งั้นลูกหลานและตัวท่าน จะเป็นได้แค่เพียงลูกจ้าง 
  • การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ต้องไม่ใช่การ "เห็นเขาดี จึงอยากมีตามเขา" โดยไม่นำภูมิสังคมของตนมาพิจารณาเลย ... คือ ต้องไม่ใช่การศึกษาแบบ "เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง" หรือที่ผมตั้งชื่อว่า "การศึกษาตามหาขี้ช้าง" ในบันทึกนี้ 

การศึกษาตามหาขี้ช้าง

การศึกษาตามหาขี้ช้าง คือ การศึกษาที่มุ่งพัฒนาความรู้วิชาการ ความก้าวหน้า หรือปัญญาของคนอื่่น มุ่งให้มีองค์ความรู้เท่าทันเขา สร้างสรรค์นวัตกรรมได้เหมือนเขา เท่าทันผู้ที่สร้างองค์ความรู้นั้น โดยไม่คำนึงถึงอัตภาพ ความถนัด ความชอบ หรือความสุขของตนและคนที่ตนรักเลย โดยไม่ได้ระลึกรู้ว่า "สังคมแห่งความรู้"  เป็นเพียงชื่อย่อของ "สังคมแห่งการใช้ความรู้เพื่อหาเงิน" ... คนที่มีความรู้จะเป็นผู้อยู่ใน ๑๐ เปอร์เซ็นต์แรกของทุนนิยม 

  • ช้างในที่นี้คือพวกนายทุน (ประเทศนายทุน) "ทุนนิยม" ที่ครองโลกนี้อยู่  ... การศึกษาของเรา สอนให้นักเรียนทุกคน "อยากเป็นคนรวย" จึงสอนให้ตามหาขี้ช้าง เพราะหวังจะเจอตัวช้าง หารู้ไม่ว่า แม้จะเจอตัวช้างแล้ว ก็มีควานช้างกุมควบคุมช้างอยู่แล้ว ... แม้จะเจอตัวช้าง จะเป็นได้ก็เพียง ลูกจ้างเก็บชี้ช้างเท่านั้น 
  • เราสอนให้นักเรียนสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าของขี้ช้างที่เราต้องขอซื้อจากเจ้าของช้าง แล้วแปลงขี้ช้างเป็นสินค้า เอาขี้ช้างไปทำปุ๋ยปลูกข้าวและสินค้าการเกษตรให้ได้มาก ๆ แล้วนำมาขายเพื่อนำเงินมาซื้อขี้ช้างอีก ...  วงจรชีวิตเป็นอยู่แบบนี้ร่ำไป ... ทำไมเราไม่มาเลี้ยงวัวควายที่เรามี แล้วเอาขี้มันมาทำปุ๋ยปลูกข้าวกินเลี้ยงคนที่ตนรัก ... ราคาไม่ดีไม่ต้องขาย เพราะไม่มีขี้ช้างเราก็อยู่ได้ 
  • ฯลฯ

การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ขอจบห้วน ๆ กวน ๆ แบบนี้เองครับ ....

    บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน วิถีแห่งความพอเพียง



    ความเห็น (0)