บันทึกชุด บันทึกจากการประชุม Creativity and Critical Thinking ที่ลอนดอน นี้ เป็นการสะท้อนคิดของผม จากการไปร่วมประชุม Creativity and Critical Thinking Skills in School : Moving the Agenda Forward. An international conference organised by the OECD Centre for Educational Research and Innovation (CERI) 24-25 September 2019 - London, UK. Nesta HQ - 58 Victoria Embankment, EC4Y 0DS (๑) โดยไปกับทีม กสศ. มี ดร. ไกรยส ภัทราวาท รองผู้จัดการ กสศ. เป็นหัวหน้าทีม
ช่วงเวลา ๑๗.๐๐ – ๑๘.๐๐ น. วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๒ เป็นรายการนำเสนอเรื่อง Initiatives to Foster Creativity or Critical Thinking โดยวิทยากรจากไอร์แลนด์และเดนมาร์ก เป็นเรื่องของโครงการระดับประเทศ กับของมูลนิธิ LEGO
โครงการ Creative Ireland (2) นำเสนอโดย Gary O Donnchadha, Deputy Chief Inspector, Ireland เป็นโครงการ ๕ ปี (2017 – 2022) ของรัฐบาลไอร์แลนด์ ที่เป็นนโยบายให้ทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วน ของประเทศร่วมกันปฏิบัติ หรือขับเคลื่อน และที่นำมาเสนอในที่ประชุมเน้นที่การศึกษา
“เสาหลัก” (pillar) ๕ ด้าน ของ Creative Ireland คือ
- 1. ส่งเสริมศักยภาพด้านการสร้างสรรค์แก่เด็กทุกคน
- 2. ส่งเสริมความสร้างสรรค์ในทุกชุมชน
- 3. ลงทุนต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านความสร้างสรรค์และด้านวัฒนธรรม
- 4. ไอร์แลนด์เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการผลิตสื่อ
- 5. สร้างความเป็นหนึ่งด้านชื่อเสียงในเวทีโลก
จุดสำคัญคือ Creative Ireland เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่เชื่อมโยงการดำเนินการในทุกภาคส่วนของสังคม มีการวางแผนดำเนินการทั้งในรูปที่ทำเดี่ยว และทำเป็น cluster มีการกำหนดแผนดำเนินการเชื่อมโยงกับบริบทของพื้นที่ ตามทรัพยากรและโอกาสที่มี
เขาเล่าเรื่องการบูรณาการความสร้างสรรค์และการคิดอย่างมีวิจารณญาณเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียน โดยเริ่มที่หลักสูตรมัธยมต้น ที่เขาเรียกว่า Junior Cycle (อายุ ๑๒ - ๑๕ ปี) โดยหลักสูตรเน้น learner-centered focus ดำเนินการในทุกสาขาวิชา รวมทั้งในการประเมิน โดยเน้น ๘ หลักการคือ (๑) เรียนวิธีเรียนรู้ (๒) ยืดหยุ่นและมีทางเลือก (๓) คุณภาพ (๔) ความสร้างสรรค์และนวัตกรรม (๕) การเป็นหุ้นส่วนและร่วมมือ (๖) มีความต่อเนื่องและพัฒนา (๗) เป็นการศึกษาเพื่อทุกคน (๘) เพื่อสุขภาวะ
จาก ๘ หลักการ สู่ ๒๔ เป้าหมายการเรียนรู้ (statement of learning) ที่เขาไม่ได้อธิบาย และเน้น ๘ ทักษะสำคัญ (Key Skills) ได้แก่ (๑) ใช้ความรู้เป็น (literate) (๒) จัดการตนเองได้ (๓) มีสุขภาวะ (๔) จัดการสารสนเทศและความคิด (๕) ใช้คณิตศาสตร์เป็น (numerate) (๖) สร้างสรรค์ (๗) ทำงานกับคนอื่นเป็น (๘) สื่อสารเป็น ทั้ง ๘ ทักษะสำคัญนี้จะอยู่ในข้อกำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้ ของทุกวิชา และทุกกิจกรรม โดยผ่านวิธีการเรียนแบบ active learning และนักเรียนเป็นผู้รับผิดชอบการเรียนรู้ของตน
รายงานผลการเรียน เรียกว่า Profile of Achievement ประกอบด้วย ๓ ส่วนคือ
- 1. ผลการสอบ
- 2. ผลของการประเมินในห้องเรียน (Classroom Based Assessment) ซึ่งทำหลายครั้ง
- 3. ข้อมูลการเรียนรู้แบบอื่นๆ ในช่วงเวลา ๓ ปี ซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมนอกหลักสูตร คอมพิวเตอร์ การเรียนรู้ด้านจิตวิญญาณและจริยธรรม การเข้าร่วมกิจกรรมสภานักเรียนเพื่อฝึกความเป็นพลเมือง ชมรมโต้วาที กิจกรรมแนะแนว กิจกรรมรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชน ซึ่งผมขอเพิ่มเติมว่า ในบริบทไทย สามารถคิดโครงการรับใช้ชุมชน เพื่อฝึก service learning (๓)ได้มากมายหลากหลายกิจกรรม
เขาบอกว่า ผลลัพธ์การเรียนรู้ขึ้นกับโครงสร้างของหลักสูตรในภาพรวม ไม่ใช่ขึ้นกับการเรียนรายวิชาแยกๆ กัน โดยโครงสร้างการเรียนรู้ เน้นการเรียนทุกมิติ (holistic) และมีการออกแบบให้แต่ละส่วนของหลักสูตรเสริมส่งซึ่งกันและกัน
ผมแปลกใจที่เขาไม่เล่าเน้นที่เด็กเล็ก เพราะเรื่อง CCT ปลูกฝังตั้งแต่เป็นเด็กเล็กได้ผลสูงกว่าเริ่มที่เด็กโต แต่เขาก็บอกว่า ทักษะสำคัญ ๘ ประการนั้น เน้นตั้งแต่ชั้นประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย โดยถือเป็นส่วนของกระบวนการพัฒนาทักษะเรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่นักเรียนเป็นศูนย์กลาง และครูทำหน้าที่ facilitator
เขาเน้นจัดระบบนิเวศที่หนุนสมรรถนะด้านสร้างสรรค์ ทั้งในชุมชน ครอบครัว โรงเรียน และสถานประกอบการ เน้น edutainment ระบบนิเวศนี้ยังรวมถึง พิพิธภัณฑ์ หอศิลป์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ การแข่งขัน การจัด event นิทรรศการ และการแข่งขันระหว่างทีมโรงเรียน และมีศิลปิน และนักวิทยาศาสตร์ร่วมอยู่ในระบบนิเวศด้วย
นอกจากนั้น ยังมีปัจจัยอื่นๆ หนุนการพัฒนา CCT ได้แก่ (๑) การศึกษาครู และสภาครู (๒) ให้ลำดับความสำคัญแก่การพัฒนาครูให้มีทักษะจัดการเรียนการสอนด้าน STE(A)M (๓) โรงเรียนประเมินตนเอง รวมทั้งประเมิน CCT (๔) ภาวะผู้นำในโรงเรียนที่ส่งเสริม CCT (๕) สนับสนุนโดยศึกษานิเทศก์ โดยจัดการประชุมแลกเปลี่ยน รายงาน การประชุมระดับชาติ การเผยแพร่ตัวอย่างความสำเร็จ (๖) การเชื่อมโยงเครือข่าย และสร้างการเสริมพลังซึ่งกันและกัน
LEGO Foundation (4) ส่งเสริมความสร้างสรรค์โดย “re-define play and re-imagine learning” หรือส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่น เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีความสร้างสรรค์ มีสมาธิ และเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านกลไก ๓ ขั้นตอนคือ (๑) สร้างการยอมรับ (๒) สนับสนุนโครงการ (๓) สร้างและเผยแพร่ผลลัพธ์ เพื่อให้เห็นคุณค่า
เป้าหมายและกลไกการทำงานเน้นที่ ๓ กลุ่มคือ เด็กเล็ก เด็กในโรงเรียน และการสร้างชุมชนเรียนรู้ผ่านการเล่น
มีผลงานเป็นหลักฐานมากมาย เช่น Learning through play : a review of the evidence (5), Neuroscience and learning through play : a review of the evidence (6), The role of play in children’s development : a review of the evidence (7), Creating Creators (8)
ในช่วงถามและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ทำให้ได้ทราบว่าโครงการ Creative Ireland สร้าง Creative Community โดยกำหนดเป้าหมาย แล้วให้ grant เล็กๆ แก่ทีมงานในชุมชน ให้จัดกิจกรรมสร้างความสร้างสรรค์ ในส่วนความร่วมมือต่างประเทศ เน้นร่วมมือกับคนไอริชในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีมาก
มีคนเสนอเรื่องการใช้อารมณ์ขัน และการเล่นเกมเพื่อส่งเสริม CCT ย้ำสภาพแวดล้อมที่ไม่เป็นทางการ เช่น พิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ การรับฟังผู้เรียน การส่งเสริมการเล่นระหว่างพ่อแม่กับลูก การสร้างทักษะด้านส่งเสริมการเรียนรู้จากการเล่นแก่นักศึกษาครู ซึ่งมหาวิทยาลัยที่ทำหน้าที่สร้างครูต้องการความช่วยเหลือ
วิจารณ์ พานิช
๒ ต.ค. ๒๕๖๒