สวนกระแสการตั้งกระทรวงปกครองท้องถิ่น ตอนที่ห้า : การปลดล็อกท้องถิ่นเริ่มได้หรือยัง

26 ตุลาคม 2562 

ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1] 

ช่วงนี้ข่าวคราวท้องถิ่นมีการรุกกระแสให้มีการปลดล็อกการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ได้ว่างเว้นมานานร่วม 5 ปี ด้วยความอึดอัดของคนท้องถิ่นจำนวนมากที่เฝ้ารอโอกาสเปิดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นมานานตั้งแต่ปี 2560 หลังจากที่มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีวี่แววคืบหน้า สาเหตุประการสำคัญที่สุดที่ไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นได้ก็คือ ท้องถิ่นยังไม่มีแผนว่าด้วยการกระจายอำนาจ ไม่ว่าตามการประกาศราชกิจจานุเบกษาเรื่อง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) [2] รวมทั้งการประกาศแผนการปฏิรูปประเทศตามราชกิจจานุเบกษาประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง การประกาศแผนการปฏิรูปประเทศ (พ.ศ. 2561) ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ที่มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2560 เป็นต้นมา ก็ตาม การปฏิรูปท้องถิ่นก็ยังไม่ชัดเจนอยู่ดี ฉะนั้น การเริ่มต้นการปฏิรูปท้องถิ่นจึงไม่สามารถเริ่มต้นได้สักที แม้รัฐบาลถูกกระแสท้องถิ่นกดดันจากหลายเรื่องมานานร่วมสองปีแล้ว แต่รัฐบาลก็ไม่สะทกสะท้านเพราะ ท้องถิ่นในสายตาภาพรวมของรัฐบาลยังสามัคคีทำงานนโยบายกันอยู่ได้ตามปกติ จึงไม่จำเป็นต้องไปเร่งรัดดำเนินการใด ๆ คงปล่อยให้มีการผ่อนคลายไปเองตามธรรมชาติของความกดดันที่ต้องค่อย ๆ คลายลงไปทีละน้อย และที่สำคัญก็คือ “แผนการปฏิรูปประเทศด้านท้องถิ่นเพิ่งจะได้เริ่มต้นในปี 2563” [3] นี้

กระแสรุมเร้าที่ผ่านมาให้ปลดล็อกท้องถิ่น

(1) กระแสแรก ก็คือ “การเร่งเร้าให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่น” แนวโน้มว่าจะสามารถเริ่มจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป เพราะรัฐบาลอ้างรอร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ศ. 2563 ผ่านเสียก่อน [4] หากเป็นไปได้คงเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร​ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ก่อนเป็นลำดับแรก แต่ในความรู้สึกของคนท้องถิ่นแล้วเห็นว่า การรอการเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นเพียงข้ออ้างในการยืดเวลาการเลือกตั้งเท่านั้น เนื่องจากงบประมาณการเลือกตั้งใช้ของท้องถิ่นทั้งหมด ไม่ได้ใช้งบประมาณจากส่วนกลางแต่อย่างใด โดยกระทรวงมหาดไทยได้ซักซ้อมการจัดทำงบประมาณรายจ่าย อปท.ประจำปี 2563 [5] มาก่อนหน้าว่าให้ อปท. ตั้งงบสำหรับการเลือกตั้งตามระเบียบว่าด้วยวิธีการงบประมาณไว้แล้ว

(2) กระแสการเสนอจัดตั้งกระทรวงปกครองท้องถิ่น มีการทดลองโหวตเบื้องต้นช่วงเวลาสั้น ๆ จากสมาชิกโซเชียลรวม 597 รายเห็นด้วยถึงร้อยละ 86 [6] แต่กลุ่มที่คัดค้านสำคัญคือ (2.1) กลุ่มอำนาจประโยชน์ทับซ้อน โดยเฉพาะส่วนราชการผู้กำกับดูแลและส่วนราชการที่ถ่ายโอนภารกิจฯ (2.2) กลุ่มที่มีความคิดอิสระสุดโต่ง เช่น นักการเมือง นักวิชาการ หรือแม้แต่คน อปท. เอง ที่มองว่าไม่ดีเพราะยิ่งทำให้มีการ “รวมศูนย์อำนาจ” ที่มากขึ้น ฉะนั้นแนวทางของกลุ่มคัดค้านนี้ก็คือ อยากปลดล็อกโดยการ “เร่งผลักดันการกระจายอำนาจให้แก่ อปท.” หรือด้วยการ “กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจะดีกว่า” [7]

(3) กระแสการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นกระแสมาแรงแต่ก็ไม่สามารถเร่งรัดดำเนินการใด ๆ ได้ เพราะปัญหาการบริหารงานบุคคลที่หมักหมมมานาน ในเรื่องการทุจริตในการสอบบรรจุแข่งขัน และเรื่องระบบอุปถัมภ์ แม้จะเริ่มมีการสอบคัดเลือกสายบริหารและอำนวยการข้าราชการส่วนท้องถิ่นในประมาณในเดือนตุลาคมนี้ด้วยจำนวนตำแหน่งว่างที่มากมายถึงแปดหมื่นอัตรา อย่างไรก็ตาม แกนนำข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้กระทุ้งและเสนอปัญหาแก่ผู้มีอำนาจทั้งระดับกรม กระทรวง และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้ว [8] ในประเด็นเดิมๆที่ค้างคามานานแล้วรวม 9 ข้อ

(4) กระแสเรื่องการเร่งรัดจัดทำ “ร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ที่อืดอาดล่าช้า และทำท่าจะไม่เกิดผลเสียเวลาในการปฏิรูปท้องถิ่นมาก เพราะในเนื้อหาสำคัญของร่างประมวลกฎหมายนี้ ก็คือ “การควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ขนาดเล็กเข้าด้วยกันเพื่อให้มีขนาดที่เหมาะสมในการจัดบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งท่านผู้รู้สายมหาดไทยแนะนำให้แง่คิดว่า การจัดทำร่างประมวลท้องถิ่นด้วยการควบรวมหรือการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโครงสร้างของ อปท. นั้นต้องค่อยทำค่อยไป เหมือนการ “ระเบิดจากภายใน” ตามแนวทางการพัฒนาตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้ว่า คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 2 มีมติเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 [9] ให้ สถ.นำร่างประมวลกฎหมายและร่าง พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลฯ ทั้ง 2 ฉบับไปพิจารณาฯ ในเนื้อหาของประมวลกฎหมายฉบับนี้ เจตนาเพื่อให้มีการจัดโครงสร้างหน้าที่ของ อปท. ให้เหมาะสมสอดคล่องกับภารกิจในการบริการสาธารณะแก่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ มีการนำเสนอแนวคิดรูปแบบ “มหานคร” (Metropolitan) [10] เช่นเดียวกับที่กรุงเทพมหานคร ให้นำมาปรับใช้กับเมืองใหญ่ที่พร้อมในรูปของ “จังหวัดจัดการตนเอง” ส่วนพื้นที่ที่เป็นแบบชุมชนเมือง (Urbanization) [11] ก็ปรับยกฐานะเป็นรูปแบบ “เทศบาลทั้งหมด” ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ดีแล้วตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เป็นต้น การคงสภาพ อปท. ตามโครงสร้างการบริหารเดิมไว้เพียงเฉพาะเท่าที่จำเป็นตามบริบทของแต่ละท้องที่ที่แตกต่างกันไป

(5) กระแสเรื่องการเร่งรัดจัดทำ “ร่างกฎหมายระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ที่อืดอาดล่าช้ามากเช่นกัน เพราะท้องถิ่นมีความพยายามแก้ไข “พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542” เดิม โดยได้ว่าจ้างสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ (สปร.) ศึกษาจัดทำ “ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทรัพยากรบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ที่ได้เผยแพร่มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 แล้ว [12] ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้พยายามเร่งรัดการนำเสนอร่างกฎหมายนี้ในช่วงของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 มาตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2554 ปัจจุบันกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้ยกร่าง พ.ร.บ.ขึ้นมาใหม่และเปิดให้มีการแสดงความคิดเห็นในเวบไซต์มาตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2560 รวม 18 ประเด็น [13] แต่ก็เป็นเพียงฉบับร่างของ สถ. เท่านั้น เพราะร่างฉบับนี้มีความแตกต่างจากฉบับร่างของ “สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ” (สปท.) และ ฉบับร่างของสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) หรือ ฉบับอื่นใด

(6) กระแสการ “เร่งผลักดันการกระจายอำนาจรวมทั้งการถ่ายโอนภารกิจให้แก่ อปท.” ตามที่กล่าวในข้อ (2) เพราะ เป็นกระแสที่นักการเมืองต้องการมาก รวมทั้งในกระแสลึก ๆ ของคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ เพียงแต่คนท้องถิ่นยังไม่มีเวทีการแสดงออก เพราะ ท้องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งมานาน เรื่องนี้ในการอภิปรายการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ปี 2563 ของ ส.ส. ฝ่ายค้านพรรคทางเลือกใหม่ที่ผ่านมาสะท้อนภาพได้เป็นอย่างดีในการนำเสนอข้อมูล และความจริงที่ยังไม่มีเวทีใดได้ล่วงรู้ หรือได้อภิปรายนำเสนอมาก่อน ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากในการกระจายอำนาจให้แก่ อปท. ที่ควรจะมีขึ้นในเร็ววัน นอกจากนี้ “วาระแห่งชาติ” ที่กำหนดให้ท้องถิ่นต้องรีบแก้ไขจัดการที่สำคัญก็คือ “การบริหารจัดการแก้ไขปัญหาขยะ” โดยการจัดทำที่ทิ้งขยะรวม (Cluster) [14] ก็ยังไม่ไปถึงไหน และ “การบริหารจัดการน้ำ” [15] ทั้งการแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยก็เช่นกัน เหล่านี้เป็นภาระยิ่งใหญ่ของท้องถิ่นที่ต้องดำเนินการ ภารกิจสำคัญมากอีกประการหนึ่งคือ มาตรการการคลังท้องถิ่น การสร้างฐานภาษีให้แก่ท้องถิ่นในการบริหารจัดการระบบ “ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง” [16] ที่จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไปก็ยังสับสน เพราะเป็นภารกิจใหม่ที่สำคัญมากของท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นขาดบุคคลากรและความเชี่ยวชาญ นอกจากนี้ใน “ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ” ต่าง ๆ เช่น ด้านการช่าง ตามกฎหมายควบคุมอาคาร และ กฎหมายวิศวกร เป็นปัญหาแก่บุคคลท้องถิ่นที่ขาดบุคคลากรและความเชี่ยวชาญด้วยเช่นกัน ทำให้ปัญหาการถ่ายโอนมอบหมายภารกิจยิ่งทวีคูณซ้ำเติมภาระปัญหาให้แก่ท้องถิ่นมากเสมือน “เตี้ยอุ้มค่อม” ไปอีกนาน

การสยบข่าวลือด้วยกระบวนการตรวจสอบ

ในกลวิธีที่แยบยลของฝ่ายบริหารประการหนึ่งก็คือ “การสยบข่าวลือ” ด้วยกระบวนการตรวจสอบ ที่คับแคบ ปิดประตู ไม่เปิดกว้าง เช่น เดิม คสช.ห้าม อปท. หน่วยงานราชการไปทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศ ที่ทำให้ยอดบริการสายการบินไทยลด, การห้ามนั่งท้ายรถบรรทุกกระบะ, ห้ามใส่ถังน้ำในรถกระบะเล่นสงกรานต์ ทำให้งานสงกรานต์ไทยกร่อยไป ทำให้คนไทยส่วนหนึ่งหนีไปเที่ยวสงกรานต์ประเทศเพื่อนบ้าน (สปป.ลาว), ข่าวการรื้อรีสอร์ทภูทับเบิก แต่การก่อสร้างบ้านพักภาคราชการยังคงดำเนิน เป็นประเด็นของ “บ้านป่าแหว่ง” เป็นต้น

  ในกรณีของท้องถิ่นก็เช่นกัน การสยบข่าวลือในลักษณะดังกล่าวมีมาตลอดต่อเนื่องเช่นกัน อาทิ การปล่อยข่าวลือว่า จะยุบหรือไม่ยุบ อปท. ในที่นี้แต่เดิมคือ ข่าวการยุบเลิก อบจ. [17] รวมถึงการยุบ อบต., ข่าวการปลดล็อกการแขวนบุคคลากรของ อปท. ตามคำสั่ง มาตรา 44, ข่าวการจัดให้มีการเลือกตั้ง อปท. ทั้ง ๆ ที่ไม่มีวี่แววของความพร้อม หรือ เพื่อเป็นข่าวลวง ข่าวล่อ ข่าวซื้อเวลาไปวัน ๆ, หรือในกระบวนการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นก็มีการดำเนินการต่าง ๆ ที่สร้างเงื่อนไข สร้างแรงกดดันหรือสร้างภาระที่เกิดมากขึ้นแก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ฯลฯ เหล่านี้ทำให้ท้องถิ่นสับสนมีผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าทั้งสายผู้บริหารและสายผู้ปฏิบัติกระทบต่องานจัดบริการสาธารณะของท้องถิ่น เป็นต้น

การบังคับใช้กฎหมายย้อนแย้งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว

มองในมิติของท้องถิ่นที่มีคนรากหญ้าจำนวนมาก เรื่องปากเรื่องท้องสำคัญที่คน อปท.ควรศึกษาวิเคราะห์ตีโจทย์ให้ออก “ควรรับและถือเป็นหน้าที่โดยตรงของ อปท.” เริ่มจาก

(1) การจัดทำงบประมาณแบบใช้แผนงาน ที่เป็นชุดของโครงการที่ประสานเบ็ดเสร็จครบวงจรเรียก “Planning Programming Budgeting” [18] โดยการปรับแผนงาน ปรับโครงการ ปรับภารกิจเป้าหมาย และให้มี “จุดมุ่งหมายร่วม” กับหน่วยราชการในพื้นที่ และหน่วยราชการในพื้นที่ต้องร่วมการประสานแผนพัฒนากับ อปท.อย่างจริงจัง ไม่รอแต่การสั่งจากส่วนกลาง

(2) การบังคับใช้กฎหมายต่าง ๆ (Law Enforcement) รวมทั้งการกำกับกฎหมายและกฎระเบียบองค์กร (Compliance) โดยเฉพาะ “กฎหมายที่เกี่ยวกับการพัฒนา” ต้องไม่สุดโต่ง เคร่งครัด หรือมีทางตัน ควรแยกแยะ ปรับแก้ให้ยืดหยุ่นเหมาะสม และเปิดโอกาสให้มี “เวทีเสวนาร่วมของคนในพื้นที่ให้มากขึ้น”

(3) ส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่มีกิจกรรมร่วม เช่น ด้านการจัดสรร การใช้ การบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติของแหล่งท่องเที่ยว รวมแหล่งทรัพยากรที่มนุษย์สร้างขึ้น โดยมีการประเมินผลประมวลผลสรุปร่วมกันของระดับคนในพื้นที่ อย่างน้อยต้องหาเอกลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่นไว้ ถือเป็นการดำรงหาอัตตลักษณ์ไทยในความเป็นตัวของตัวเองไว้ให้ได้ เช่น งานประเพณีเทศกาลลอยกระทงต้องดำรงอัตลักษณ์ความเป็นไทยให้คงไว้ มิใช่ให้ยกเลิกการนำกระทงมาลอยน้ำ โดยอ้างว่าสร้างขยะ สร้างมลพิษฯ เป็นต้น

(4) ส่งเสริมการมีส่วนร่วม (People & Community Participation) ของประชาชนและชุมชนแบบช่วยกันรักษา อนุรักษ์ไว้เป็นของส่วนรวม และป้องกันการครอบงำ หรือถูกดึงไปใช้โดยไม่เกิดประโยชน์ต่อคนในพื้นที่ โดยมีมาตรการคุ้มครองป้องกันของชุมชนไว้ว่าจะทำอย่างไร สอดคล้องในแนวคิด “อุ่นไอรัก ย้อนยุค มีที่มาสารัตถทางจิตใจ” แบบ “จิตอาสา” [19] (Social Mind & Public Mind & Volunteer Mind)

      เป็นภาระหนักหน่วงยิ่งนักของคนท้องถิ่นที่ต้องร่วมใจกันสร้างกระแสผลักดันขับเคลื่อนการปฏิรูปท้องถิ่นที่ดูเหมือนว่าจะง่าย เพราะเป็นเรื่องเก่าเดิม ๆ ที่พูดกันมานานมากแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554 กล่าวคือคนท้องถิ่นพูดถึงกันมานานมากแล้วกว่า 8 ปี แต่ก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีความคืบหน้า โดยไม่ทราบสาเหตุว่าไปติดขัดที่ใด ตรงไหน ติดในประเด็นไหน ขอฝากการบ้านให้คนท้องถิ่นช่วยกันนำไปคิดด้วย

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 67 ฉบับที่ 6  วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม - วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562, บทความพิเศษ หน้า 9, การปลดล็อกท้องถิ่นเริ่มได้หรือยัง,  สยามรัฐออนไลน์  26 ตุลาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/111048

[2]ห้วงเวลาตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอ้างอิงคลาดเคลื่อน

มีข้อสังเกตว่าห้วงเวลาที่อ้างอิงถึงยุทธศาสตร์ชาติในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 สับสนไม่ตรงกัน ตามประกาศเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ระบุ พ.ศ.2561-2580 ต่อมามีประกาศแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.2561-2580 แต่รายละเอียดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) อ้างถึงยุทธศาสตร์ชาติห้วงเวลา พ.ศ.2560-2579 ที่อยู่คนละห้วงเวลากัน

[3]“แผนการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน” ห้วงระยะเวลา พ.ศ. 2562-2565 เรื่องและประเด็นที่ 3 : โครงสร้างภาครัฐกะทัดรัด ปรับตัวได้เร็ว และระบบงานมีผลสัมฤทธิ์สูง (2.1) ปรับจำนวนและขนาดของท้องถิ่น (Right Sizing) เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้รับบริการ (2.2) เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดทำและให้บริการสาธารณะขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผนจะเริ่มในปี 2563

ดู ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ประกาศราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 24 ก วันที่ 6 เมษายน 2561 เล่มที่ 1 หน้า 1 & พ.ร.บ. แผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560, ประกาศราชกิจจานุเบกษาเล่ม 134 ตอนที่ 79 ก วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 หน้า 13-23,  ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี  หน้า 81-82 ห้วงระยะเวลา พ.ศ. 2562-2565, https://www.nesdb.go.th/article_attach/article_file_20170802145143.PDF

[4]มท.2แย้มเลือกตั้งท้องถิ่นหลังก.พ.63 รอร่างพ.ร.บ.งบฯผ่าน, เดลินิวส์, 22 ตุลาคม 2562, https://www.dailynews.co.th/politics/737771  & รมช.มท.คาดเลือกตั้งท้องถิ่นหลัง ก.พ.63 ยังไม่เคาะ 'กทม.-พัทยา-อบจ.' ใครเลือกก่อน, มติชน, 22 ตุลาคม 2562, https://www.matichon.co.th/politics/news_1722010& วิษณุ ชี้ เลือกตั้งท้องถิ่น หน้าที่ “มหาดไทย”เคาะวัน ถ้าไม่ทันปีนี้ ไม่เป็นไร, 21 ตุลาคม 2562, https://www.matichon.co.th/politics/news_1721056& รองเลขาฯ กกต. ยืนยัน กกต.พร้อมจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น, สำนักข่าวไทย, 11 ตุลาคม 2562, https://tna.mcot.net/view/5da03026e3f8e40b2739f827

[5]การตั้งงบประมาณตามข้อบัญญัติ/เทศบัญญัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเลือกตั้งท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2563 ตาม หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0818.2/ว 4267 ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2562

[6]อ้างจากเฟสบุ๊ก ชวนคุยเรื่องท้องถิ่น, พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง, นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย, 19 กันยายน 2562

[7]ข้อสังเกตในข้อจำกัดการตั้งกระทรวงใหม่ก็คือ คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) มีแผนจำกัดอัตราข้าราชการ คุมกำเนิดข้าราชการตามแผนการปฏิรูปประเทศฯ การตั้งหรือการขยายหน่วยงานใหม่ที่ต้องมีการขยายอัตรากำลังด้วย  ยกเว้น ตัดอัตราผู้ตรวจกระทรวง บริหารระดับสูง หรือ วิชาการระดับเชี่ยวชาญ หรือ วิชาการระดับทรงคุณวุฒิ มาเป็นอธิบดี หรือตัด “ที่ปรึกษาพิเศษประจำ”  (นักบริหารระดับสูง) สำนักนายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงมหาดไทย มาเป็น ปลัดกระทรวงใหม่ ซึ่งเป็นการต่อรองที่ยาก

สรุปคือ อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องไปขยายหน่วยงานอะไรเลย แล้วมาลุ้น การกระจายอำนาจ และ การถ่ายโอนเท่านั้น และ ลุ้นประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มีองค์กร "สภาท้องถิ่นแห่งชาติ" หรือ "สภาการพัฒนาท้องถิ่นแห่งชาติ" ที่อาจบัญญัติองค์กรนี้ไว้ในประมวลกฎหมายท้องถิ่นก็ได้

ดู การนำเสนอข้อคิดเห็นและแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่อง “การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ การพัฒนาหน่วยงานของส่วนราชการระดับกระทรวงและกรม” โดย นายอาวุธ  วรรณวงศ์ รองเลขาธิการ ก.พ.ร., https://www2.opdc.go.th/uploads/files/ppt_Arvoot.ppt 

[1] สำนักงาน ก.พ.ร. ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้มีการขยายระยะเวลาของมาตรการระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน ตามมติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2553 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2553 ออกไปอีกระยะ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 ถึง 30 กันยายน 2554 ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

(1) การจัดตั้งหน่วยงานตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ

(2) การจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงานเพื่อรับผิดชอบงานตามนโยบายสำคัญเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการ

(3) การยกฐานะส่วนราชการภายในกรม ซึ่งมีการปรับปรุงงานให้มีคุณภาพสูงขึ้น โดยไม่มีผลทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

(4) การยุบ รวม โอน หน่วยงานภายในส่วนราชการ/จังหวัดเดียวกัน หรือส่วนราชการในกระทรวงเดียวกันหรือต่างกระทรวง หรือระหว่างจังหวัดและกลุ่มจังหวัด โดยไม่มีผลทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

(5) การถ่ายโอนภารกิจตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงหน่วยงานใหม่

(6) การจัดตั้งองค์การมหาชนโดยเปลี่ยนสภาพมาจากหน่วยงานของรัฐเดิม

(7) การแปลงสภาพหน่วยงานเดิมเป็นหน่วยบริการรูปแบบพิเศษ

[2] มติคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2553

(1) เห็นชอบการขยายระยะเวลาของมาตรการระงับการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่หรือขยายหน่วยงาน รวมทั้งการขอจัดตั้งองค์การมหาชนหรือหน่วยงานอื่นของรัฐในสังกัดฝ่ายบริหาร (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจ) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2553 ถึง 30 กันยายน 2554 ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ

(2) คณะรัฐมนตรีเห็นว่า สำนักงาน ก.พ.ร. ควรประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขอให้ส่งแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาหน่วยงาน การขอขยายหน่วยงานหรือจัดตั้งหน่วยงานใหม่ รวมทั้งการจัดตั้งองค์การมหาชนของรัฐ เพื่อจะได้พิจารณาภาพรวม

[8]สมาคมขรก.ท้องถิ่น ยื่น9ข้อ จี้อธิบดีสถ.เร่งรัดแก้ปัญหาการบริหารงานของท้องถิ่น, จาก นสพ.สยามรัฐรายวัน ฉบับวันที่ 22 ตุลาคม 2562, สยามรัฐออนไลน์  21 ตุลาคม 2562 14:53  การเมืองท้องถิ่น, https://siamrath.co.th/n/110267 & กมธ.กระจายอำนาจฯ รับลูก ตรวจสอบการแก้ไขปัญหาการบริหารงานท้องถิ่น,  สยามรัฐออนไลน์,  22 ตุลาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/110488

[9]มติที่ประชุม คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ 2 ให้ สถ.นำร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายและร่าง พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมาย อปท ไปพิจารณา ร่างกฎหมาย ทั้ง 2 ฉบับ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561, http://www.law.moi.go.th/pdf/2_2562_11_21_6s.pdf

[10]รูปแบบพิเศษในรูปมหานคร (Metropolitan) มาจากคำว่า “มหานคร” หรือ Metropolis หมายถึง เมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรอยู่เป็นจำนวนมาก มีความสำคัญทั้งในทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ลักษณะสำคัญของมหานคร คือเป็นศูนย์กลางการปกครอง เศรษฐกิจการเงิน การคมนาคม สังคมและวัฒนธรรม มีคำที่เกี่ยวข้องคือ “ความเป็นเมือง” หรือ “นคราภิวัฒน์” (urbanization)  

กลุ่มเมือง (urban agglomeration) หรือ กลุ่มมหานครในประเทศไทย อาจใช้เรียกพื้นที่ที่มีเขตเมือง (urban area) ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กัน เช่น บริเวณกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล กลุ่มเมืองดังกล่าวครอบคลุมกรุงเทพมหานคร และเมืองโดยรอบ ได้แก่ นนทบุรี  ปทุมธานี สมุทรปราการ  สมุทรสาคร  สมุทรสงคราม  นครปฐม : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (15 ธันวาคม 2553), จินดารัตน์ โพธิ์นอก

[11]“นคราภิวัฒน์” หรือ “ความเป็นเมือง การขยายเมือง” ในทางประชากรศาสตร์ หมายถึง การที่สัดส่วนของประชากรที่อยู่ในเขตเมืองเพิ่มมากขึ้น สถิติเกี่ยวกับความเป็นเมืองจะแสดงภาพการกระจายตัวประชากร (population distribution) ตามเขตที่อยู่อาศัย  ตัวชี้วัดระดับความเป็นเมือง (degree of urbanization) ที่ใช้กันมากที่สุดคือ ร้อยละของประชากรเมือง  ซึ่งหมายถึง ร้อยละของประชากรเมืองต่อประชากรทั้งหมด ความเป็นเมืองในประเทศไทยได้ขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในรอบครึ่งศตวรรษที่ผ่านมานี้  ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากการยกฐานะเขตการปกครองที่เคยเป็นสุขาภิบาลให้เป็นเขตเทศบาลตามกฎหมาย ประชากรในเขตเทศบาลหรือประชากรเมืองจึงเพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน จากประมาณร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 30 อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนนิยามของคำว่า “เทศบาล” นั่นเอง : สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (13 ธันวาคม 2553), จินดารัตน์ โพธิ์นอก

[12]บทวิเคราะห์ ประกอบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .. โดย ดร.สุรพงษ์ มาลี สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (2554) & ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบทรัพยากรบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่จ้าง สปร. ศึกษาและจัดทำร่าง พ.ร.บ.ข้าราชการส่วนท้องถิ่นฯ, 2552, http://www.local.moi.go.th/2009/pdf/anupat130361.pdf

[13]ดู แบบสอบถามความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... , สรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. .... (ฉบับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น), 20 กันยายน 2560,  http://www.dla.go.th/pub/survey256001.jsp

& ข่าวสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่น แห่งประเทศไทย, 22 ตุลาคม 2562

เมื่อ 21 ตุลาคม 2562 นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าพบ นายเมธา รุ่งฤทัยวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพื่อหารือแนวทางแก้ไขปัญหาด้านการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

[14]คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558 เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ มีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ภายใต้ร่างกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580)

กระทรวงมหาดไทยภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการขยะมูลฝอย (พ.ศ. 2559 – 2564) ให้จังหวัดสนับสนุนการรวมกลุ่มพื้นที่กำจัดขยะมูลฝอย (Clusters) การกำจัดขยะมูลฝอยโดยเทคโนโลยีที่เหมาะสม และส่งเสริมเอกชนลงทุนด้านจัดการขยะมูลฝอย ให้มีศูนย์รวบรวมขยะอันตรายชุมชนของจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ดู เดินหน้า! จัดการขยะมูลฝอย, 28 มิถุนายน 2561, http://konkao.net/read.php?id=29294

โครงการฝึกอบรมการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 21 – 22 พฤศจิกายน 2560 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบนโยบายให้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัดทุกจังหวัด และ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเจ้าภาพการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย Cluster จำนวน 324 กลุ่ม ในการขับเคลื่อนการรวมกลุ่มพื้นที่ในการจัดการมูลฝอย (Clusters) ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บังเกิดผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

& ซักซ้อมแนวทางการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ 60 วัน "แยกก่อนทิ้ง" เพื่อขับเคลื่อนการจัดการขยะมูลฝอย ประปีงบประมาณ พ.ศ. 2562  ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.5/ว 7261 ลงวันที่ 7 ธันวาคม 2561

[15]แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563, มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2562 ที่ผ่านมา ให้หน่วยงานเตรียมความพร้อมก่อนการเข้าสู่ฤดูฝน พร้อมทั้งได้กำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยมีมาตรการระยะเร่งด่วนจำนวน 6 มาตรการ มาตรการระยะสั้น 4 มาตรการ และมาตรการระยะยาวอีก 3 มาตรการ ทั้งยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการปรับแผนการระบายน้ำจากแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 30 และให้เพิ่มความเข้มงวดของการจัดสรรน้ำเพื่อให้ใช้น้ำอย่างประหยัด เพียงพอสำหรับอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศให้ถึงฤดูแล้งปี 2562/2563,

ดู ชป.เผยการบริหารจัดการน้ำ/เดินหน้าช่วยเหลือราษฎรที่ประสบปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งทั่วประเทศ, กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, 14 สิงหาคม 2562, http://www2.rid.go.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=5749:2019-08-15-07-42-31&catid=23:2009-12-21-08-25-31&Itemid=54

& น้ำท่วม น้ำแล้ง ปัญหาซ้ำซากแก้ไม่ได้ หรือทำไม่ดีพอ ?, 17 เมษายน 2562, https://www.prachachat.net/columns/news-315501  & การแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง ด้วยมาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้าง : โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ฉลอง เกิดพิทักษ์, 17 พฤศจิกายน 2559, https://www.matichon.co.th/columnists/news_360690

[16]ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การดำเนินการตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 136 ตอนพิเศษ 231 ง วันที่ 16 กันยายน 2562 หน้า 5-9, https://www.reic.or.th/Upload/20_20257_1570159477_77369.PDF

[17]ปี 2557 เริ่มมีข่าวการยุบ อบจ. และ มท. 1 ยืนยันไม่คิดยุบ อปท.

ดูข่าว 'ชาตรี'จี้รัฐล่าต้นตอข่าวยุบ'อบจ.' ฉุนสร้างความแตกแยก-หวาดระแวง 'บุศริณธญ์'หนุนผู้แทนจากประชาชน, มติชน (กรอบบ่าย), 17 ตุลาคม 2557 & 'มท.1'ยันไม่เคยคิดยุบ'อปท.', ข่าว  6 ตุลาคม 2557 & อธิบดี สถ. ย้ำข่าวลือโซเชียล 'ยุบ อบต.-ปลดนายก อปท.' ไม่เป็นความจริง, ข่าวประชาไท, 13 เมษายน 2562, https://prachatai.com/journal/2019/04/82055

[18]ระบบงบประมาณแบบการวางแผนโครงการ ( Planning Programming Budgeting System : PPBS), http://www.satit.up.ac.th/BBC07/AboutStudent/Document/Public_Administration/FF/pdf/16.Budget2.pdf

เน้นด้านการบริหารและวางแผนงาน เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด

- เริ่มใช้ในสหรัฐอเมริกาสมัย ประธานาธิบดี John F. Kennedy (1961-1963) พรรค Democrat

- การเชื่อมโยงวัตถุประสงค์เป้าหมาย แผนงาน และกิจกรรม

- คำนึงถึงการวางแผนระยะยาว เป้าหมาย และและผลการดำเนินงานของรัฐ

- ใช้เกณฑ์การให้งบประมาณโดยพิจารณาจากผลที่คาดว่าจะได้รับกับค่าใช้จ่ายรายแผน และอนุมัติทั้งแผนงาน

[19]จิตอาสา คือ ผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ เช่น ให้สิ่งของ ให้เงิน ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละ สิ่งที่ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ่ ให้กับส่วนรวม... อีกทั้งยังช่วยลด "อัตตา" หรือความเป็นตัว เป็นตน ของตนเองลงได้บ้าง

 “จิตอาสา” อาจจะเป็นคำใหม่ที่เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างไม่ถึง 10 ปี ผู้นำคำนี้มาใช้ครั้งแรกในน่าจะเป็นเครือข่ายพุทธิกา ในโครงการ “ฉลาดทำบุญด้วยจิตอาสา” ต่อมาคำนี้ได้ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย พระไพศาล วิสาโล ได้ให้ความหมาย

“จิตอาสา” ว่า คือจิตที่ไม่นิ่งดูดายต่อสังคม หรือความทุกข์ยากของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วย ไม่ใช่ด้วยการให้ทาน ให้เงิน แต่ด้วยการสละเวลา ลงแรงเข้าไปช่วย ด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อื่น จะเน้นว่า ไม่ใช่แค่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นอย่างเดียว แต่เป็นการพัฒนา “จิตวิญญาณ” ของเราด้วย

“จิตอาสา” คือ ผู้ที่มีจิตใจที่เป็นผู้ให้ เช่น ให้สิ่งของ ให้เงิน ให้ความช่วยเหลือด้วยกำลังแรงกาย แรงสมอง ซึ่งเป็นการเสียสละ สิ่งที่ตนเองมี แม้กระทั่งเวลา เพื่อเผื่อแผ่ ให้กับส่วนรวม…อีกทั้งยังช่วยลด “อัตตา” หรือความเป็นตัว เป็นตนของตนเองลงได้บ้าง

ดู ความหมายของจิตอาสาหรือจิตสาธารณะ, 26 ธันวาคม 2559, http://www.volunteerspirit.org/?p=30162