วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ สำหรับคนไทย  ถือเป็นวันสำคัญยิ่งเนื่องในวันปิยมหาราช สิ่งที่ผมนำมาเล่าบ่อย ๆ ในชั้นเรียนเพื่อยกตัวอย่างพระปรีชาสามารถมากมาย คือ พระองค์ทรงเลิกทาส เปลี่ยนระบบโครงสร้างสังคมใหญ่ โดยไม่เสียเลือดเนื้อไทยใดๆ เลย  ทรงใช้เวลาถึง ๓๑ ปี (พ.ศ. ๒๔๑๗- พ.ศ. ๒๔๔๘) ในการเลิกทาสแบบค่อยเป็นค่อยไป  น่าจะเป็นที่เดียวในโลก....

สำหรับครอบครัวเรา วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๒ เป็นวันสำคัญยิ่งเนื่องเพราะเป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณยายของขวัญข้าว ปีนี้ครบ ๖ รอบ ๗๒ ปีพอดี เราทุกคนขอให้คุณแม่ คุณยาย มีสุขภาพดีเช่นวันนี้ตลอดไป....

กิจกรรมวันสำคัญนี้มีหลายกิจกรรม ผมเสนอกิจกรรมทำบุญด้วยการปล่อยปลาที่บ้านสวนขวัญข้าว ท่านอ่านถึงตรงนี้อาจแย้งว่า จะเป็นทำบุญได้ไง ถ้าปล่อยไว้ในสระน้ำบ้านสวนฯ ไม่ใช่จะถูกจับมากินหรือนำไปขายหรือ?....  ประเด็นอยู่ตรงนั้นนั่นเอง ...  บ้านสวนขวัญข้าว จะเป็นสวนแห่งธรรมะ ปลาที่ปล่อยนี้จะได้รับอิสระภาพตลอดไปในชีวิตมัน  น้ำในสวนมีปริมาณมากพอที่จะไม่แห้งเลยตลอดปี  จะไม่มีใครวิดบ่อหรือสูบจับปลาไปกินหรือขาย เว้นแต่จะมีคนฝ่าฝืนแอบเข้าไปขโมย กรณีนั้นก็คงต้องเปล่อยเป็นชะตากรรมของแต่ละชีวิต ซึ่งทุกตัว ทุกคน ต้องทุกข์ทนอยู่กับวัฎจักรนี้ต่อไป  อย่างไรก็ดี เราจะพยายามรักษาระบบนิเวศให้เป็นธรรมชาติให้มากที่สุด

  • ๒๓ ตุลาฯ ๒๕๖๒ ปล่อยปลากินพืช  ๒ ชนิด คือ ปลาตะเพียน กับปลานิลจิตรลดา (คนขายบอกว่ามีผสม ๆ กัน ระหว่างจิตรลดากับซีดี) จำนวน ๑๒ ถุง 
  • คุณยายปล่อยเองก่อน จากนั้นก็ช่วยหลาน ๆ ปล่อยทีละคน เริ่มจากพี่ขวัญก่อน  

  • ตามด้วยน้องข้าวหอม ปล่อยปลานิลและ "ปลาส้ม" ....ฮา  
  • ผมชวนน้องนพกับนัท ลูกชายคุณนายดอกอ้อ มาปล่อยด้วย (เจ้าตัวเล็กนั่นไม่มีความกลัวเลย ...  คุณนายเล่าให้ฟังว่า หัดขับจักรยาย เปลี่ยนจาก ๔ ล้อ เป็น ๑๒ ล้อได้ภายใน ๒ ชั่วโมง)


ไม่ต้องถึงขั้นยกคำสอนของพระพุทธเจ้า แม้แต่ไอน์สไตล์ ยังบอกไว้ว่า  "ชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ จะนำความสุขมาให้ยิ่งกว่าการไล่ติดตามความสำเร็จ รวมทั้งความกังวลทั้งหลายที่มากับมันตลอดเวลาด้วย" ....  การปลูกฝังให้ขวัญและข้าว มีชีวิตที่ "เรียบง่าย" แต่ต้อง "เท่าทันสมัย" และ "มีคุณค่าต่อโลก" เป็นความท้าทายยิ่ง ในการเลี้ยงลูก ....