คำสั้นๆแต่มีความหมาย แค่รู้จักก็คงไม่พอ ต้องปฏิบัติด้วยเพื่อให้ระลึกรู้ตัว ในทุกขณะจิต ไม่ปล่อยตัวปล่อยกายและใจให้เพลิดเพลิน อาจทำให้พลั้งเผลอ เป็นที่มาของอันตราย..จะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน..
ความเงียบงันของโรงเรียนในช่วงปิดเทอมทำให้ผมมีสติ แต่ไม่ใช่สาเหตุหลัก สติเกิดจากเมื่อคืนที่โรงเรียนมีฝนตกลงมา ทำให้บริเวณด้านหลังโรงเรียนชื้นแฉะมาก
จริงๆก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับ “สติ” แต่อย่างใด แต่ถ้าติดตามผมไปเรื่อยๆ จะพบเจอสติ..ที่เป็นพระเอกของเรื่องนี้อย่างแน่นอนทีเดียว..
ผมมีความตั้งใจจะแยกไม้ดอกไม้ประดับจากหน้าห้องน้ำไปปลูกที่อื่น และตัดแต่งต้นไม้ที่มีพุ่มเตี้ยให้เป็นแถวเป็นแนว
ผมเดินอย่างระมัดระวัง ทั้งที่ใจก็อยากจะรีบเร่ง เพราะท้องฟ้าเริ่มจะมืดครึ้ม มีเสียครืนๆ เหมือนฝนอยากจะเทลงมา ผมชอบทำงานแข่งกับเวลา แต่พอเดินมาหลังโรงเรียนถึงแม้จะโล่งเตียนยังไง ผมก็มักจะมีท่าทีที่ช้าลง
เขาพูดกันว่างูที่มีพิษไม่ชอบเลื้อยตามที่รกๆ จะชอบอยู่ตามที่เตียนๆนี่แหละ สติก็เลยกำกับสมาธิให้ผมมองซ้ายทีขวาที ไม่อยากนึกไปไกลเอาแค่ขับรถกลับบ้าน พอนึกถึงงูก็จะเห็นงูเลื้อยผ่านหน้าทุกครั้ง โดยมากจะเป็นงูสิง
ผมถูกโฉลกกับงูสิง..เจอบ่อย เจอครั้งคราวใดก็ตกใจทุกครั้ง ตั้งสติได้ก็วิ่งเอาเชิงนิดนึง แล้วก็ยืนดูว่ามันจะไปทางไหน เท่าที่เจอตัวจะไม่ใหญ่และมันก็ไม่เคยเลื้อยตามผมมันก็คงตกใจเหมือนกัน..เราเลยต่างคนต่างไป
ส่วนใหญ่ผมจะเจองูที่ริมสระ คงมีโพรงและใกล้น้ำ ผมจะหลอกเด็กอยู่เรื่อยๆว่า อย่าไปเล่นที่สระน้ำของโรงเรียน เพราะมีงูใหญ่ตัวเท่าแขน..แต่ผมก็ไปตักน้ำทุกวัน เด็กก็คงคิดว่าผมไม่กลัว แต่แท้จริงผมกลัวมาก
วันนี้ไม่มีลางสังหรณ์ แต่ด้วยสติก็แค่คิดถึงงูขึ้นมาซะงั้น เท่านั้นเองก็สมใจนึก เจองูอยู่ตรงหน้า สีดำเป็นเงา ท้องขาวยาวเกือบเมตรลำตัวขนาดเท่าด้ามจอบ นอนนิ่งอยู่หน้าห้องน้ำ มันไม่เห็นผมหรอก เพราะผมเดินเบามาก หัวงูผมมองเห็นไม่ชัด มันหลบหน้าหลบตาอยู่ในดงไม้ประดับ แต่ผมเดาว่ามันน่าจะคาบเขียดหรือไม่ก็อึ่งอ่าง ผมมาขัดลาภปากของมันแท้ๆ
สติ..ทำให้ผมตกใจเพียงเล็กน้อย ขนลุกและลำตัวชานิดหน่อย แต่ก็พอขยับขาเพื่อก้าวถอยหลังออกมาสองก้าว ไม่กล้าก้าวมากกว่านั้น กลัวงูตื่นตกใจ
พอได้สติ..ผมก็เริ่มตั้งชื่องู..ว่ามันคืองูอะไร? คำตอบชัดเจนมาก มันคืองูเห่าขี้เรื้อน เพราะตัวดำสนิท ท้องและลำตัวจะมีจุดขาวๆด่างๆ จึงดูเหมือนว่ามันเป็นขี้เรื้อน
นานๆจะเจอกันสักครั้ง หลังสุดจำได้ว่ามันแผ่แม่เบี้ยได้สวยงามมากไม่แพ้งูเห่าประเภทอื่น พิษสงก็เท่ากัน คือกัดคนก็สามารถทำให้คนไม่หายใจได้เช่นกัน..
เจ๊บาง..แม่ค้าขายก๊วยเตี๋ยวหลังโรงเรียนเคยเล่าว่า..เป็นงูมีพิษประจำหมู่บ้าน คือมีมากมายและมีคนพบเห็นจนชินตา หลังบ้านเจ๊บางมีสระน้ำและกอไผ่ มันก็เลยมาชุมนุมกัน วันนี้..ถือว่าเลื้อยมาไม่ไกล งูคงเห็นว่าปิดเทอมแล้วและไม่มีเด็กด้วยหรือเปล่า?
ผมขอเวลาสามนาที เพื่อยลโฉมงูเห่า..ในระยะราวๆ ๔ เมตร ใช้สติช่วยในการตัดสินใจ ถ้าปล่อยไว้แบบนี้แล้วผมจะทำงานได้อย่างไร..ที่สำคัญ..มันอยู่ไม่ไกลจากโรงเห็ด ผมต้องเข้าไปเก็บเห็ดทุกวัน โรงเห็ดทั้งมืดและชื้นแฉะ..
สุดท้าย..ผมก็เริ่มรู้สึกว่าขาดสติ..อำนาจฝ่ายต่ำทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ไร้ซึ่งความเมตตาปรานี ทำให้ผมรีบไปที่ข้างโรงรถคว้าไม้รวกลำใหญ่และยาวพอสมควร
พอมาถึงหน้าห้องน้ำ ผมก็รีบเงื้อไม้สุดแรงเกิด ตั้งใจให้งูเห่าเจ้ากรรม ไม่มีสิทธิได้ร้องขอชีวิต เพราะโบราณเขาถือเรื่องการตีงูให้หลังหัก มันจะกลับมาเอาคืน..
ผมยอมทำบาปเพราะมันเป็นสัตว์มีพิษ ไม่ควรมาอยู่ในโรงเรียน ผมจึงฟาดกลางลำตัวงูเห่าอย่างเต็มที่ ทั้งที่ไม่รู้ว่าไม้รวกในมือผมมันผุแล้ว ไม้จึงแตกละเอียด มีเศษไม้หักกระเด็นไปหลายท่อน ผมตกใจยิ่งว่าเก่า เพราะเศษไม้รวกที่กระดอนขึ้นสูงเหมือนหัวงูเห่ากำลังจะแว้งฉกผม
ผ่านไปราว ๓๐ วินาที..คราวนี้ผมเรียก“สติ”ให้กลับคืนมา และก็รู้ได้ในนาทีนั้นว่า ลำพังไม้รวกผุๆลำใหญ่ยาวนี้ ยังไงก็คงเอาเจ้างูเห่าขี้เรื้อนนี้ไม่อยู่แน่ๆ ที่มันนอนแน่นิ่งไม่ไหวติงแล้วเอาหัวพาดพงไม้อยู่นั้น ก็เพราะว่ามันตายอยู่ก่อนแล้ว...
เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า..นอกจากจะต้องมีสติ ชีวิตที่เหลือนี้ก็จงอย่าประมาทและอย่ารังแกใครที่ไม่มีทางสู้..มันบาป
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒