•กรณีศึกษา น.ส. พิญ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี   Dx. PDD with MDE with suicidal attempt

การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์: เมื่อสองปีก่อน เริ่มมีอาการเครียดนอนไม่หลับ เศร้าตลอดวันไม่มีสาเหตุ เบื่ออาหาร 1 เดือนก่อนมาโรงพยาบาล ทานยาเกินขนาด อยากหายไปจากโลกนี้ แพทย์วินิจฉัย (Dx. MDD) ให้ยารับประทาน และ 6  มิถุนายน 62 ทานยาเกินขนาด 10 นาทีก่อนมาโรงพยาบาลด้วยอาการสำคัญทานยาเกินขนาดเพื่อฆ่าตัวตาย

การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ด้านการวินิจฉัยทางกิจกรรมบำบัด: ส่งผลด้านทักษะสังคม การแสดงออกและการมีส่วนร่วมในสังคม การควบคุมและจัดการกับอารมณ์ มีการใช้เวลาในแต่ละวันทำงานเป็นส่วนใหญ่ มารดาควบคุมจำกัดการใช้ชีวิตที่พอใจ

Occupational Alienation: ประสบการณ์ชีวิตที่ขาดเป้าหมาย/คุณค่าสำคัญ-ปลอดภัยความรัก (ความหมาย) ทำให้รู้สึก ไร้อำนาจ คับข้องใจ เสียการควบคุม เป็นที่ครหาทางสังคม

1. การให้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับการแปลความทางกิจกรรมบำบัด scientific narrative reasoning ประกอบด้วย

1.1การให้เหตุผลวิธีการเมื่อค้นหาปัญหาที่ชัดเจนกับวิธีการเลือกสื่อกิจกรรมบำบัด Procedural Reasoning

ทำตามกระบวนการทางกิจกรรมบำบัด เริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์พูดคุยแนะนำตัวสัมภาษณ์เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับสิ่งที่ชอบ ความสนใจ หลังจากนั้น ใช้แบบประเมินประกอบการเล่าเรื่องต่างๆ หาปัญหา ถามความต้องการของผู้รับบริการและให้คำแนะนำในการจัดตารางเวลา ให้ความรู้ทำความรู้จักกับอารมณ์และแนะนำจัดการอารามณ์ จากแบบประเมินNPI ชอบงานสัก แต่งหน้า แต่งตัว เที่ยว จากแบบประเมินRole ให้ความสำคัญกับการทำงาน ไม่ให้ความสำคัญกับครอบครัว และจากประเมินขณะทำกิจกรรม สามารถเข้าใจและทำตามคำสั่งได้ครบถ้วน มีการออกแบบต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายเปิดกว้าง ทำได้ดีสนใจและตั้งใจ มีความชอบด้านศิลปะ

1.2การให้เหตุผลปฏิสัมพันธ์เมื่อพบหน้ากรณีศึกษา Interactive Reasoning

เริ่มต้นทักทายอย่างเป็นมิตร และท่าทางที่อบอุ่น พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ผู้รับบริการสนใจ ภูมิใจที่จะเล่า พร้อมหรือเต็มใจที่จะเล่า และแสดงความสนใจมีส่วนร่วมกับการเล่าเรื่องอย่างจริงใจ ขณะผู้รับบริการเล่าเรื่องฟังอย่างตั้งใจไม่ตัดสิน และตอบรับสม่ำเสมอ เมื่อผู้รับบริการปฏิเสธที่จะเล่าหรือพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แสดงความเข้าใจและปฏิบัติตาม ในช่วงแรกผู้รับบริการยังไม่ไว้ใจมากนัก แสดงออกหรือพูดเรื่องที่ไกลจากปัญหาของตน

1.3การให้เหตุผลเงื่อนไขเมื่อตัดสินด้วยเหตุผล จินตนาการ และหยั่งรู้ด้วยตนเอง เพื่อกำหนดบริบทปัจจุบันถึงอนาคตที่เหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิตจริงของกรณีศึกษา Conditional Reasoning

ใช้กรอบอ้างอิง OA + MOHO + CBT

2. Narrative reasoning

จากคำบอกเล่าของผู้รับบริการ “มารดาให้ย้ายจากหอกลับมาอยู่บ้านทำงานขายก๋วยเกี๋ยว งดใช้โทรศัพท์ และห้ามไม่ให้ออกไปเรียนสัก” ซึ่งการสักเป็นงานที่ผู้รับบริการชอบทำได้ดี และภูมิใจ ผู้รับบริการไม่ต้องการอยู่กับมารดาเพราะความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับมารดา มักทะเลาะกัน มารดาจำกัดและกำหนดการใช้ชีวิตให้เสมอ จึงไม่อยากทำในสิ่งที่แม่บังคับ และช่วงที่อยู่หอพักเคยเรียนสัก รวมถึงทำงานที่สนใจมาก่อน

3. Pragmatic reasoning การให้เหตุผลแบบปฏิบัติดี อภิปรายกับเพื่อนร่วมงานและพี่เลี้ยง

3.1การให้เหตุผลวิธีการเพื่อแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดคิดถึงความสามารถที่เป็นปัญหาแท้จริง Procedural Reasoning

ปัญหาอยู่ที่ขาดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างแม่ลูก มีความเข้าใจไม่ตรงกัน และthinking error ควรปรับเข้าหากันและทำความเข้าใจในมุมมองกันและกัน คิดในแง่มุมใหม่

3.2การให้เหตุผลปฏิสัมพันธ์เพื่อแนะนำให้นักกิจกรรมบำบัดเข้าใจความเป็นมนุษย์ของกรณีศึกษา Interactive Reasoning

ปัญหาอยู่ที่ขาดความสามารถในการจัดการอารมณ์เมื่อทะเลาะกับแม่แนะนำทำความรู้จักอารมณ์และสังเกตฝึกจัดการอารมณ์ในสถานการที่ยากที่น่าจะเกิดขึ้นจริง อาจใช้วิธีการ role play ในสถานการณ์ที่ทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง และเรียนรู้ และฝึกการจัดการกับอารมณ์

  • × บทสรุปคความก้าวหน้าของกรณีศึกษานี้

SOAP Note

Pt. น.ส.พิญ 17 ปี   Dx. PDD with MDE with suicidal attempt    13 มิ.ย.62

S: ง่วงเล็กน้อย สีหน้ายิ้มแย้มทักทาย ตื่นตัวขณะทำกิจกรรม “อยากให้ครอบครัวหายไป” “ไม่อยากกลับบ้าน” “อยากเป็นช่างสัก”

O: เริ่มสัมภาษณ์ด้วย History Interview(OHI) ให้ความร่วมมือตอบคำถามดี เล่าเรื่องประวัติชัดเจน กิจกรรมทักษะสังคม “ใบ้คำ” สื่อสารแบบใช้ท่าทาง และ แบบใช้การพูด ขอแสดงท่าทางและคำพูดเป็นคนสุดท้าย และเป็นเรื่องราวหรือประโยคที่ไกลจากบริบทของตน
A: มีความรู้สึกและความสัมพันธ์กับครอบครัวที่ไม่ดี ไม่มีความสุขกับงานที่ทำอยู่
P: กิจกรรมกลุ่มเพื่อสังเกตเพิ่มเติม, ประเมินแบบประเมินวัดความสนใจ NPI Interest checklist และThe role checklist และพูดคุยเกี่ยวกับความคิดความรู้สึกที่มีต่อครอบครัวและการปรับเปลี่ยนที่ต้องการ

Pt. น.ส.พิญ 17 ปี   Dx. PDD with MDE with suicidal attempt    11 ก.ค.62

S: สีหน้าแจ่มใส “ช่วงนี้มีความสุข อารมณ์เป็นสีรุ้ง” “อยากกลับไปใช้ชีวิต เช่น ทำงาน แต่งหน้าแต่งตัว”
O: พุดคุยถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการจดบันทึกการจัดการกับอารมณ์ด้านลบ และกิจกรรมทักษะสังคม “คนละเส้น” เมื่อผู้ร่วมกลุ่มมีพฤติกรรมก้าวร้าว ผู้รับบริการไม่พอใจแต่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจตนเองและทำกิจกรรมต่อได้จนจบ

A: มีความเข้าใจ และสามารถในการจัดการณ์กับอารมณ์ตนเองดีขึ้น พูดบอกความต้องการเมื่อเจอสถานการณ์ที่ไม่พอใจและแก้ปัญหาได้

P ฝึกแสดงบทบาทสมมติตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับมารดา และติดตามผลหลังกลับบ้านวันที่12 ก.ค.62

Story Telling สิ่งที่ได้เรียนรู้ ความท้าทาย ความสุข ความสามารถ ที่ดีขึ้น ภายในตัวเรากับตัวผู้รับบริการ

การฝึกงานในช่วงภาคการศึกษาฤดูร้อนที่ภาควิชาจิตเวชศาสตร์คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ หรือโรงพยาบาลสวนดอก เป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญที่ได้ฝึกงานในเมืองที่ตนไม่คุ้นเคย และฝึกงานในฝ่ายจิตเวชครั้งแรง เป็นระยะเวลาเจ็ดสัปดาห์

ทำให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับความท้าทายในการปรับตัวไม่เพียงแต่ปรับเพื่อการใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมผู้คนที่แตกต่าง การเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อเริ่มสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้รับบริการแต่ละตนมีความแตกต่างแม้จะมีการวินิจฉัยเดียวกัน การพูดคุยสัมภาษณ์ทำให้เรียนรู้การสร้างความคุ้นเคยเพื่อให้ผู้รับบริการเปิดใจพร้อมที่จะเล่าเรื่องของตน ได้ใช้ความรู้ในการฝึกสัมภาษณ์และสังเกต มองปัญหาที่แท้จริงให้ลึกซึ้งมากกว่าที่เห็นเพราะปัญหาทางจิตใจเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและคนแต่ละคนมีความซับซ้อนในตัวเอง คำพูดเรื่องเล่าเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการเก็บข้อมูลต้องใช้การสังเกต คิดวิเคราะห์ความเป็นไปได้เหตุและผล รายละเอียดที่ผู้รับบริการแสดงออกก็สามารถนำมาวิเคราะห์เพิ่มเติมหรือตั้งคำถามสังเกตและหาปัญหาเพิ่มเติม  ได้ฝึกพัฒนาทักษะการพูดคุยให้มั่นใจมากขึ้น การสรุปปัญหาจากสิ่งที่พบ และความสุขที่ได้รับคือการเปลี่ยนแปลงของผู้รับบริการที่เริ่มไว้ใจและเปิดใจเล่าปัญหาในเชิงลึกมากขึ้น นอกจากนักศึกษาจะเรียนรู้ปัญหาและความต้องการของผู้รับบริการผ่านเรื่องเล่าประสบการณ์ ความคิดเห็น การแสดงออก ความสามารถขณะทำกิจกรรมกลุ่มแล้ว ผู้รับบริการก็ได้เรียนรู้ความเป็นผู้บำบัดจากการรับฟังเรื่องราว และท่าทีที่แสดงออกอย่างเป็นมิตร จึงเกิดความไว้วางใจ สามารถยอมรับและให้ความร่วมมือเสนอความต้องการออกความคิดเห็น ทำตามคำแนะนำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นพร้อมที่จะออกจากโรงพยาบาล จากความรู้สึกอยากอยู่ที่นี่ไม่อยากกลับบ้าน มีความกล้าที่จะกลับไปด้วยแรงบัลดาลใจและเป้าหมายเพื่อทำในสิ่งที่รัก

สิ่งที่ได้เรียนรู้จาการฝึกงานครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่มีค่าและน่าจดจำได้เรียนรู้สิ่งต่างๆจากการลงมือทำจริง คำแนะนำของผู้มีประสบการณ์ และตัวผู้รับบริการก็มีส่วนสำคัญในการเรียนรู้ครั้งนี้เช่นกัน นอกจากจะได้เรียนรู้ความรู้สึก การพัฒนาความสามารถของผู้รับบริการแล้ว นักศึกษายังได้เรียนรู้และพัฒนาประสบการณ์ ความสามารถของตนเองเช่นกัน