2 วันนี้ อาจน้อยเกินไปสำหรับนักเรียนรู้ที่กระหายความรู้ จนยากที่จะจะช๊อปปิ้งได้หมด แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆห้อง แห่งการเรียนรู้นี้ ถ้าใครเข้าห้องด้วยความเต็มใจ ตั้งใจ ก็คงจะได้ความรู้หลากหลายเข้ากระเป๋าใบสวยแบบเต็มๆ

 มูลนิธิข้าวขวัญได้รับโอกาสจาก สคส. ให้เปิดห้องเรียนรู้จำนวน 1 ห้อง (220-221) และจัดบูทนิทรรศการอีก 1 จุด ในงานตลาดนัดความรู้ ครั้งที่ 3  ในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2549  ทีมงานข้าวขวัญก็ได้ดำเนินการวางแผนรูปแบบกิจกรรมที่จะสื่อให้นักเรียนรู้ทั้งหลายได้เห็นถึงกระบวนการจัดการความรู้ที่ข้าวขวัญได้ปฏิบัติร่วมกับกลุ่มเป้าหมาย นั่นคือ ชาวนา ในกิจกรรมที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ โรงเรียนชาวนา ซึ่งจะว่าไปแล้วสิ่งที่คุณอำนวยข้าวขวัญจะต้องวางแผนกันใหม่ เพื่อให้สมกับโอกาสที่ได้รับ ต้องมาขบคิดกันว่า เราจะนำเสนอกิจกรรมอย่างไรเพื่อให้นักเรียนรู้สนใจที่จะเข้าห้องของเรา และมีความเข้าใจในสิ่งที่เราทำ เท่าที่เวลา 2 วันจะเอื้ออำนวย และเราก็ได้สรุปว่า ในส่วนของบูทนิทรรศการกับห้องเรียนรู้เชิงปฏิบัติการนั้น เราจะทำให้สอดคล้องกัน เพราะเข้าใจว่า ก่อนที่จะมีนักเรียนรู้สนใจเข้าห้อง  ถ้ามีโอกาสได้เห็นนิทรรศการที่เราจัดด้านนอก ก็อาจจะสร้างแรงจูงใจให้เข้ามาเรียนรู้เชิงลึกภายในห้องได้  ดังนั้นนิทรรศการนอกห้อง นอกจากจะเป็นบอร์ดเรื่องรราวโรงเรียนชาวนาขนาดใหญ่ ที่ทาง สคส.กรุณาจัดทำให้อย่างสวยงาม พวกเราก็ไม่ลืมที่จะจัดนิทรรศการแบบสัมผัสได้ โดยอัญเชิญแม่โพสพที่ชาวบ้านช่วยกันทำจากฟาง  แบบจำลองการเก็บและการขยายเชื้อจุลินทรีย์ของจริง มาให้นักเรียนรู้ที่ผ่านไปมาได้สัมผัสกับมือตนเอง ซึ่งที่บูทนี้ ก็มีคุณธนรัช  ใกล้กลาง คุณบังอร  สุวรรณสูร และคุณบุญรอด สระทองดี ทำหน้าที่เป็นคุณอำนวยมืออาชีพคอยทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความรู้ทั้งวัน ส่วนในห้องย่อยที่ สคส.ได้ยกให้เราออกแบบอย่างเต็มที่นั้น  ได้ทีมงานช่วยสร้างให้ห้องมีบรรยากาศของกลิ่นไอท้องทุ่ง (เท่าที่จะทำได้)  และเปิดฐานการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ 3 ฐาน 3 มุม คือ 1 ฐานการเรียนรู้การจัดการศัตรูพืชโดยชีววิธี  ฐานนี้มีคุณเหรียญ  ใกล้กลาง + คุณพรชัย  ชูเลิศ + คุณอุไร แอบเพชร เป็นคุณอำนวย  2.ฐานการเรียนรู้การปรับปรุงบำรุงดินโดยชีววิธี  มีคุณณรงค์  อ่วมรัมย์ + คุณนคร  แก้วพิลา เป็นคุณอำนวย3.ฐานการเรียนรู้การปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าว มีคุณสุขสรรค์  กันตรี + คุณวนิดา  บุณยวิสาข์ +คุณจุมพต  โฉมงาม เป็นคุณอำนวยตามแผนกิจกรรมของห้องย่อยนี้ ในภาคเช้าจะเปิดความรู้ โดยคุณเดชา  ศิริภัทร ( ผู้อำนวยการมูลนิธิข้าวขวัญ )  ซึ่งจะพูดคุยในหัวข้อเรื่องการจัดการความรู้ ในกรณีศึกษาโรงเรียนชาวนา ก่อนที่จะให้คุณอำนวยในแต่ละฐานให้ความรู้และความเข้าใจในส่วนของเนื้อหากิจกรรมในภาคทฤษฎีทั้ง 3 หลักสูตร ให้เสร็จสิ้นในช่วงเช้าและนักเรียนรู้จะเข้าเรียนรู้เชิงปฎิบัติการจริงในภาคบ่าย โดยจะเรียนรู้แบบจัดแบ่งนักเรียนรู้เป็น 3 กลุ่ม หมุนเวียนกันให้ครบทั้ง 3 ฐาน แต่ในเบื้องต้นเราเองก็ไม่สามารถคาดเดาได้ว่า จะมีนักเรียนรู้สนใจลงทะเบียนเข้าเรียนรู้ห้องเรียนเรามากน้อยแค่ไหน แต่เราก็วางแผนกันว่า หากนักเรียนรู้มีน้อยอาจปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ขอแค่ได้รู้จำนวนผู้เข้าเรียนรู้เท่านั้นพอ  แต่ละหลักสูตรคุณอำนวยก็เตรียมทั้งข้อมูลและอุปกรณ์เพื่อการปฏิบัติจริงไว้อย่างเต็มที่ อย่างน้อยพวกเราก็มั่นใจว่า ถ้านักเรียนรู้อยู่ร่วมกับเราตลอดวัน ก็จะสามารถทำให้แต่ละคนซึมซับและเข้าใจถึงกระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นนี้ได้  และในวันงานจริง สิ่งที่เกิดขึ้น และเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้เราต้องจัดปรับรูปแบบการจัดการเรียนรู้เพื่อความเหมาะสม ได้แก่1.ห้องย่อยที่เราได้รับนั้น  ทำให้เราจัดฐานการเรียนรู้ได้ 3 ฐานจริงอยู่ แต่ก็เป็นฐานที่อยู่ใกล้กันเกินไป จนไม่สามารถที่จะแบ่งกลุ่มนักเรียนรู้ได้ 3 กลุ่ม และหมุนเวียนเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน ทั้ง 3 ฐานได้ โดยเกรงว่า เสียงและการพูดคุยในแต่ละกลุ่ม จะรบกวนกันทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ 2.นักเรียนรู้ มีจำนวนกะทัดรัด และแต่ละคนก็ไม่ได้มาเรียนรู้พร้อมกัน และหลายคนไม่ได้เรียนรู้ครบทุกหลักสูตรความเข้าใจของนักเรียนรู้จึงไม่ต่อเนื่องและไม่เท่ากัน  ดังนั้น จึงได้จัดให้นักเรียนรู้นั่งที่พื้นรวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่มีการแบ่งกลุ่มเป็น 3 กลุ่มตามที่ได้วางแผนไว้ แต่ให้ทุกคนที่เข้ามาในขณะนั้นฟังคุณเดชาได้บอกเล่าเรื่องราวของกิจกรรมโรงเรียนชาวนา ก่อนที่จะเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและภาคปฎิบัติไปพร้อมๆกันในแต่ละฐานตามอัธยาศัย ใครสงสัย ใครอยากถาม ใครอยากร่วมแสดงความคิดเห็นก็เปิดเวทีให้อย่างอิสระเต็มที่  ใครเข้า ใครออกตามแต่ความสะดวกใจ ไม่ว่าคนจะเพิ่มขึ้นหรือน้อยลงกว่าเดิม เราก็ยังเรียนรู้กันต่อไปทั้งวัน บรรยากาศแบบกันเองนี้ ต่างฝ่ายต่างได้รับจากกันและกัน ทำให้เราได้เรียนรู้ร่วมกันอย่างสนุกสนาน  และจากในวันแรกเสียงสะท้อนของนักเรียนรู้หลายท่านที่เป็นสุภาพสตรีและนุ่งกระโปรงมา ทำให้เราปรับรูปแบบที่นั่งให้สะดวกโดยใช้เก้าอี้เข้ามาแทน ในวันต่อมาเป็นที่น่าดีใจ ส่วนหนึ่งหลายคนได้ร่วมเรียนรู้กับเราจนจบทั้ง 3 หลักสูตร และหอบของที่ระลึก ได้แก่กระถางข้าวกล้อง และของชำร่วยที่เป็นเมล็ดข้าวพันธุ์ดีติดตัวไปด้วย หลายคนที่เรียนรู้ในวันแรกแต่ไม่ครบหลักสูตร ยืนยันกับเราว่า  ในวันพรุ่งนี้จะตามมาเรียนรู้ในหลักสูตรที่เหลือ และมีไม่น้อยที่ให้ความสนใจกิจกรรมโรงเรียนชาวนาและแสดงความมุ่งมั่นว่าในวันหนึ่งจะแวะไปเยี่ยมถึงถิ่น  ห้องย่อยของเราเป็นเพียง 1 ในห้องตลาดนัดความรู้ แค่เพียงใครสักคนแวะเข้ามาทายทัก หยุดพักถ่ายภาพ หรือลุกออกจากห้องกลางคัน  หรือแม้บางคนเข้ามาหาเราในจุดลงทะเบียนเพียงเพราะสนใจของชำร่วยที่เป็นเมล็ดข้าวพันธุ์ดีที่จัดเตรียมไว้ บรรยากาศการเรียนรู้ต่างๆที่เกิดขึ้นในห้องหรือนอกห้อง ไม่ว่าอย่างไรก็ช่วยกระตุ้นให้พวกเรามีพลังใจมากมายก่ายกอง  จะด้วยเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดหรือของดีที่มีให้เลือกเยอะมากเกินไป ก็ตาม ยอมรับว่าใน 2 วันนี้ อาจน้อยเกินไปสำหรับนักเรียนรู้ที่กระหายความรู้ จนยากที่จะจะช๊อปปิ้งได้หมด แต่เสียงสะท้อนจากนักเรียนรู้ คือของดีมีเยอะมาก มากจนไม่รู้จะเลือกรับอะไรดี ประมาณว่ารักพี่เสียดายน้อง แต่อย่างไรก็ตาม ทุกๆห้อง แห่งการเรียนรู้นี้  ถ้าใครเข้าห้องด้วยความเต็มใจ ตั้งใจ ก็คงจะได้ความรู้หลากหลายเข้ากระเป๋าใบสวยแบบเต็มๆ