ชีวิตที่พอเพียง 3529. ความรู้ ความรู้สึก ความเห็นแจ้ง


หนังสือชุด ธรรมะใกล้มือ เรื่อง ความเป็นไปของจิต (๑)เป็นปาฐกถาธรรมของท่านพุทธทาส    ที่ใช้อบรมพระภิกษุนวกะ ปี ๒๕๒๖    เพิ่งถอดเทป จัดพิมพ์เป็นเล่มโดยหอจดหมายเหตุพุทธทาสฯ ครั้งแรก ปี ๒๕๕๖   และครั้งที่ ๒ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ นี่เอง    ขอเชิญชวนให้ผู้สนใจเรื่อง การเรียนรู้อ่าน

อ่านแล้วได้ความรู้เชิงลึก เกี่ยวกับ การเรียนรู้ในมุมมองของเอตทัคคะด้านศาสนา และผมยิ่งได้รับการยืนยันว่า การเรียนรู้ธรรมะไม่ได้แยกจากการเรียนรู้บูรณาการ ที่เราต้องการให้คนทุกคนในยุคนี้ ได้เรียนรู้    ที่เรียกว่า การเรียนรู้แห่งศตวรรษที่ ๒๑

ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วเขียนบันทึกนี้แบบตีความ    จากที่ท่านพุทธทาสเปรียบเทียบการเรียนรู้ ๓ ระดับ คือ เรียนแล้วบรรลุ  ความรู้  ความรู้สึก  และความเห็นแจ้ง    

ผมตีความว่า ความรู้ได้จากผู้อื่น จากฟังเขาบอก หรืออ่าน    สิ่งที่ได้คือ “ความรู้ตามที่จำได้” (คำในหนังสือหน้า ๑๑)    เป็น “การเรียนรู้ขาเข้า”   แต่เมื่อเอาความรู้นั้นไปใคร่ครวญ ทำให้เกิด ภาวนามยปัญญา เป็น ความรู้สึก    ซึ่งเป็น “สันทิฏฐิโก” รู้ได้ด้วยตนเอง (ความรู้ขาออก)    เกิดจากการเอาจิตเข้าไปสัมผัสกับความรู้นั้น ได้เป็นความรู้สึก   

ผมตีความต่อว่า เมื่อเอาทั้งกายและจิตเข้าไปสัมผัส ด้วยการกระทำแล้วคิดใคร่ครวญ จะเกิด ความรู้แจ้ง หรือความเห็นแจ้ง    เพราะเมื่อมีการลงมือทำ และสังเกตผลที่เกิด จะนำไปสู่การคิดใคร่ครวญ และมีการปรับการกระทำเพื่อให้เกิดผลตามที่ต้องการ    เกิดวงจร “ทำแล้วคิด” มากมายหลายวงจร   จนเกิด ความเห็นแจ้ง  

ตีความระหว่างบรรทัดต่อได้ว่า    อุปสรรคของ ความรู้แจ้ง คือ ถูก-ผิด ดี-ชั่ว  หรือความยึดมั่นถือมั่น    หรือการใช้หลักเหตุ-ผล (logic)    ในที่นี้ท่านพุทธทาสเน้นที่การเรียนรู้ทุกข์   แต่ผมตีความเข้าหาการเรียนรู้บูรณาการในศตวรรษที่ ๒๑   ว่าการเรียนรู้แบบยึดมั่นถือมั่นในถูก-ผิด เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ในระดับที่เรียกว่า mastery learning   เพราะทำให้ผู้เรียนไม่กล้า โยนิโสมนสิการ (คิดไตร่ตรอง) จากผัสสะของตนเอง    ทั้งที่เป็นผัสสะภายนอก (ทางการกระทำ)   และที่เป็นผัสสะภายใน (ทางจิต)

โปรดสังเกตว่า บันทึกเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ หนังสือ ความเป็นไปของจิต เล่มนี้    การใคร่ครวญสะท้อนคิดต่างกรรมต่างวาระ    ได้ข้อเขียนที่แตกต่างกันในรายละอียด

วิจารณ์ พานิช

๑๔ ส.ค. ๖๒    


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (1)

[email protected]
IP: xxx.128.108.103
เขียนเมื่อ 

This ‘ ..อุปสรรคของ ความรู้แจ้ง คือ ถูก-ผิด ดี-ชั่ว หรือความยึดมั่นถือมั่น หรือการใช้หลักเหตุ-ผล (logic) ในที่นี้ท่านพุทธทาสเน้นที่การเรียนรู้ทุกข์ แต่ผมตีความเข้าหาการเรียนรู้บูรณาการในศตวรรษที่ ๒๑ ว่าการเรียนรู้แบบยึดมั่นถือมั่นในถูก-ผิด เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ในระดับที่เรียกว่า mastery learning เพราะทำให้ผู้เรียนไม่กล้า โยนิโสมนสิการ (คิดไตร่ตรอง) จากผัสสะของตนเอง ทั้งที่เป็นผัสสะภายนอก (ทางการกระทำ) และที่เป็นผัสสะภายใน (ทางจิต) ..’ somehow reminds me of the Jedi who would be trained with ‘moral responsibilities’ and the Emperor who also uses power of ‘the Dark’ (see Star Wars episodes).

Perhaps, we should think more about the (8-fold path) Magga and apply it to real world problems. we should see that when solutions satisfy the Magga, they are ‘good’ (and best for all).