สร้างศรัทธาด้วยผลงาน


สร้างศรัทธาด้วยผลงาน เมื่อเราป่าวประกาศว่าจะทำอะไรที่เป็นคุณประโยชน์หรือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ เพื่อนร่วมโลก ที่ประสบเคราะห์ภัย เคราะห์กรรม แล้วปลุกกระแสจิตให้คนอื่นเห็นดีเห็นงามตามเราไปด้วย จะต้องแสดงให้เขาเห็นว่า เราทำตามที่ป่าวประกาศไว้อย่างจริงจัง ไม่ทำเพื่อส่วนตัวหรือญาติพี่น้องแต่ประการใด เพราะการที่จะเอาเงินออกจากกระเป๋าคนอื่นได้นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ต้องปลูกศรัทธาความเชื่อมั่นว่า เมื่อเขาให้ไปแล้ว สิ่งนั้น จะถูกนำไปเพื่อวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงนั้นเอง

สร้างศรัทธาด้วยผลงาน

ดร.ถวิล อรัญเวศ

ศรัทธา ความเชื่อ ความเลื่อมใสตามหลักพระพุทธศาสนา ศรัทธา (สันสกฤต: ศฺรทฺธา) หรือสัทธา (บาลี: สทฺธา) หมายถึงความเชื่อ ความเชื่อที่ประกอบด้วยเหตุผลซึ่งประกอบด้วยปัญญาอันไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว

ศรัทธาตามหลักพระพุทธศาสนากล่าวกันว่า มี 4 อย่าง คือ

1. กัมมสัทธา

คือการเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง เชื่อกฎแห่งกรรม คือ เชื่อว่า เมื่อทำอะไรโดยมีเจตนา คือ จงใจทำ ไตร่ตรองทำ ย่อมเป็นกรรม คือ เป็นความดีความชั่วที่มีขึ้นในตน เป็นเหตุปัจจัยก่อให้เกิดผลดีผลร้ายสืบเนื่องต่อไป การกระทำไม่ว่างเปล่า และเชื่อว่าผลที่ต้องการ จะสำเร็จได้ด้วยการกระทำเท่านั้น มิใช่ด้วยอ้อนวอนหรือนอนคอยรอโชคช่วย

2. วิปากสัทธา

คือการเชื่อว่าวิบาก หรือเชื่อผลของกรรม เชื่อว่าผลของกรรมมีจริง กรรมที่ทำแล้วย่อมมีผล และผลต้องมีเหตุ ผลดีเกิดจากกรรมดี ผลชั่วเกิดจากกรรมชั่ว

3. กัมมัสสกตาสัทธา

คือ การเชื่อในความที่คนและสัตว์มีกรรมเป็นของตน เชื่อว่าแต่ละคนเป็นเจ้าของ จะต้องรับผิดชอบเสวยวิบาก เป็นไปตามกรรมของตน เพราะสัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมหรือการกระทำที่ตนเองทำลงไป

4. ตถาคตโพธิสัทธา

คือความเชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า มั่นใจในองค์พระตถาคต ว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประกอบด้วยหลักธรรมทั้งความเป็นรูป เจตสิก นิพพาน


ศรัทธาและปัญญา

ศรัทธาและปัญญา ต้องคู่กัน หรือไปด้วยกันเสมอ ที่ใดสอนเรื่องศรัทธาไว้ ที่นั้น จะมีปัญญาด้วย หรือ สัทธาเป็นองค์ประกอบในหลายๆหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนา ได้แก่

พละ 5 และ อินทรีย์ 5
(สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา)

สมชีวิธรรม 4 (สมสัทธา สมสีลา
สมจาคา สมปัญญา)

เวสารัชชกรณธรรม 5 (ศรัทธา ศีล
พาหุสัจจะ วิริยารัมภะ ปัญญา)

อริยวัฑฒิ หรือ อารยวัฑฒิ 5
(ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา)

อริยทรัพย์ 7 (ศรัทธา ศีล หิริ
โอตตัปปะ พาหุสัจจะ จาคะ ปัญญา)

สัปปุริสธรรม ข้อแรก คือ สัทธัมมสมันนาคโต ประกอบด้วยธรรมเจ็ดประการ อันได้แก่ มีศรัทธา มีหิริ มีโอตตัปปะ เป็นพหูสูต มีความเพียรอันปรารภแล้ว มีสติมั่นคง มีปัญญา


เหตุอันเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสศรัทธา

ได้แก่

1. รูปปฺปมาณิกา

เลื่อมใสศรัทธาเพราะเห็นรูปสมบัติสวยงาม

2. ลูขปฺปมาณิกา

เลื่อมใสศรัทธาเพราะเห็นความประพฤติเรียบร้อยเคร่งครัดในพระธรรมวินัย

3. โฆสฺปปมาณิกา

เลื่อมใสศรัทธาเพราะได้ฟังเสียงอันไพเราะ
เสนาะโสต

4. ธมฺมปฺปมาณิกา

เลื่อมใสศรัทธาเพราะได้สดับฟังธรรมของผู้ที่ฉลาดในการแสดงธรรมได้อย่างถูกใจ

ในคัมภีร์พระอภิธรรม มีการกล่าวถึงสัทธา ในลักษณะที่เป็นเจตสิก (คือ ธรรมชาติที่อาศัยจิตเกิด) เรียกว่า สัทธาเจตสิก มีลักษณะดังนี้ คือ

มีความเชื่อในกุศลธรรม เป็นลักษณะ

มีความเลื่อมใส เป็นกิจ

มีความไม่ขุ่นมัว เป็นผล

มีวัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งความเชื่อ เป็นเหตุใกล้

ศรัทธา นี้ ถือว่าเป็นธรรมเบื้องต้นในอันที่จะทำให้บุคคล ได้ประกอบคุณงามความดี เป็นบุญกุศลขึ้นมา และศรัทธาจะเกิดขึ้นได้นั้น ย่อมต้องอาศัยวัตถุอันเป็นที่ตั้งแห่งความเชื่อ ได้แก่ พระรัตนตรัย ผลของกรรม การเห็นเพื่อนร่วมชาติ ประสบเคราะห์ภัย อยากช่วยเหลือให้พ้นภัย เพราะโลโกปัตถัมภิกา เมตตา คือเมตตาธรรมค้ำจุนโลก

ศรัทธา นั้นเมื่อเกิดขึ้นย่อมทำให้เกิด
ความผ่องใส ไม่ขุ่นมัว สามารถดำเนินไปจนเข้าถึงปีติได้


สร้างศรัทธาด้วยผลงาน

เมื่อเราป่าวประกาศว่าจะทำอะไรที่เป็นคุณประโยชน์หรือเป็นการช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ เพื่อนร่วมโลก ที่ประสบเคราะห์ภัย เคราะห์กรรม แล้วปลุกกระแสจิตให้คนอื่นเห็นดีเห็นงามตามเราไปด้วย จะต้องแสดงให้เขาเห็นว่า เราทำตามที่ป่าวประกาศไว้อย่างจริงจัง ไม่ทำเพื่อส่วนตัวหรือญาติพี่น้องแต่ประการใด เพราะการที่จะเอาเงินออกจากกระเป๋าคนอื่นได้นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้ต้องปลูกศรัทธาความเชื่อมั่นว่า เมื่อเขาให้ไปแล้ว สิ่งนั้น จะถูกนำไปเพื่อวัตถุประสงค์อย่างแท้จริงนั้นเอง

หมายเลขบันทึก: 668648เขียนเมื่อ 18 กันยายน 2019 02:39 น. ()แก้ไขเมื่อ 18 กันยายน 2019 02:39 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี