จากการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้บนฐานคิดการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงต่อการพัฒนางานประจำด้วยวิจัยประเภท Meta R2R สำหรับบุคลากรทางด้านสุขภาพ จังหวัดยโสธร ถอดออกมาเป็นโมเดลได้ ดังนี้ 

จากภาพโมเดลผ่านการตรวจสอบสามเส้าด้านผู้วิจัย (investigator triangulation) 3 คน ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญทางด้านการศึกษา ทางด้านสุขภาพ และทางด้านการออกแบบการเรียนรู้ จากโมเดลดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้ที่ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพด้านในของบุคลากรสุขภาพที่เอื้อให้เกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์บริบทและปัญหาหน้างาน ภายใต้บรรยากาศที่เหมาะสมของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยมีทักษะของการฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) มีกระบวนกรหรือ Facilitator ทำหน้าที่คอยเอื้ออำนวยให้การเแลกเปลี่ยนดำเนินไปด้วยความเคารพในความเป็นมนุษย์ที่สามารถเป็นผู้สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง (Knowledge Construction) ผ่านประสบการณ์เดิน และการตั้งคำถามที่ชวนให้เกิดการย้อนแย้งและต่อยอดความคิดที่หลากหลาย มีการนำทักษะของการสะท้อนคิดผ่านการตั้งคำถามในระดับที่ลึกซึ้งเพื่อให้บุคคลเกิดการใคร่ครวญ ร่วมกับการถอดบทเรียนในช่วงท้ายของการศึกษา

จากกระบวนการเรียนรู้ดังกล่าวนำไปสู่การใช้ทักษะทางการวิจัย เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหา (GAP Analysis) และค้นหาและตั้งคำถามการวิจัย (Research Quastion) การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ (Systematic Review) และการออกแบบการวิจัย (Research Desing) ได้เป็นอย่างดีและเหมาะสมสอดคล้องกันทุกขั้นตอน จนสามารถดำเนินการวิจัยแล้วเสร็จนำไปสู่การเผยแพร่และการใช้ประโยชน์ได้ และที่สำคัญบุคลากรสุขภาพเกิดความรู้ความเข้าใจ มีการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง และมีแรงบันดาลใจในการนำเครื่องมือ Meta R2R มาใช้ในการพัฒนางานประจำของตนเอง อาทิเช่น

บางประเด็นปัญหายังไม่ได้แก้ไข คิดว่าปีหน้าจะทำเพิ่มในการนำข้อมูลมา

วิเคราะห์และชวนเภสัชกรมาร่วมด้วยในส่วน GAP ที่เหลือในเรื่องยา

“จุดอ่อนเหลือเชื่อมต่อในเรื่องการดูแลต่อเนื่องและ Palliative Care ในผู้ป่วย

วิกฤตเด็ก และการชวนครอบครัวและชุมชนมาเรียนรู้เพิ่มเติมในเรื่อง

พัฒนาการเด็ก

“คิดว่าน่าจะมีการขยายผลต่อไปถึงงานปฐมภูมิ พัฒนาให้เป็นระบบมากขึ้น

“พี่คิดว่าพี่เข้าใจ Meta R2R นะคะ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิด และที่สำคัญมัน

เกิดการทำวิจัยเป็นทีม ชวนใครหลายๆ คนที่ทำร่วมกับเราด้วย ไม่เหนื่อยค่ะ 

เห็นผลลัพธ์ชัดเจน”

“ทีแรกพี่ท้อ ไม่อยากทำต่อ แต่ได้รับกำลังใจจากเพื่อนๆ จากอาจารย์ ทำให้ฮึด

ขึ้นมาทำให้เสร็จ พอทำไปเรื่อยๆ มันก็เห็นผล จนไปนำเสนอที่เขต จึงเข้าใจ

งานของเรามากขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น”

“มันยากในช่วงแรกค่ะที่เราไม่คุ้นเคย แต่พอทำไปมีพี่เลี้ยง มีอาจารย์เป็นที่

ปรึกษา ที่ว่ายากมันก็ไม่ยาก เราสามารถทำได้ และที่สำคัญมันแก้ไขปัญหา

หน้างานได้จริงค่ะ”

สะท้อนให้เห็นว่าบุคคลมีการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงใน 3 มิติ คือ ผ่านการรับรู้และตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งที่เกี่ยวข้องในเชิงประจักษ์ ผ่านการคิดอย่างเป็นระบบในเชิงเหตุผล และผ่านการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งการเรียนรู้ในสามมิตินี้เกิดขึ้นอย่างเกี่ยวเนื่องกันในขณะที่บุคคลอยู่ในกระบวนการเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง