มาตรฐานการจัดการศึกษาเรียนรวม
สำหรับการจัดการศึกษาเรียนรวมนั้น นับเป็นความท้าทายของครูผู้จัดการเรียนการสอนและผู้บริหารสถานศึกษาในแง่ของการบริหารจัดการเพื่อให้การจัดการเรียนรวมมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาเรียนรวม ซึ่งหากดูจากข้อมูลในระบบจัดการข้อมูลโรงเรียนเรียนรวม (ระบบ SET) แนวโน้มของเด็กพิการเรียนรวมมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ หรือด้านภาษาและวัฒนธรรม เป็นต้น จนทำให้หลายโรงเรียนต้องมีการจัดการศึกษาเรียนรวมสำหรับนักเรียนพิการเรียนรวม
ในบางครั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมักจะมองว่าการศึกษาเรียนรวมเป็นการเพิ่มภาระให้กับโรงเรียน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การจัดการจัดการศึกษาสำหรับเด็กพิการเรียนรวมเป็นการจัดการศึกษาที่ไม่อาจแยกออกจากการจัดการศึกษาแบบปกติและในส่วนของมาตรฐานการศึกษาก็เช่นกัน ดังที่บัญญัติไว้ใน พรบ.การศึกษาสำหรับคนพิการปี พ.ศ. 2551 หมวด ที่ 1 มาตรา 5 ข้อที่ 3 ที่กล่าวว่า คนพิการมีสิทธิได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา รวมทั้งการจัดหลักสูตรกระบวนการเรียนรู้ การทดสอบทางการศึกษา ที่เหมาะสมสอดคล้องกับความต้องการจำเป็นพิเศษของคนพิการแต่ละประเภทและบุคคล และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ใช้มาตรฐานการศึกษาระดับปฐมวัย ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานศูนย์การศึกษาพิเศษ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2561 นั้น ทำให้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษได้กำหนดมาตรฐานการเรียนรวมเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษาขึ้น ดังนี้
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน มี 2 ประเด็นพิจารณา ได้แก่
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผู้เรียน และ
1.2 คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียน
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการของผู้บริหารสถานศึกษา มี 4 ประเด็นพิจารณาได้แก่
2.1 การมีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจนและครอบคลุมผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย
2.2 การวางแผนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาของสถานศึกษา
2.3 การมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายและการร่วมรับผิดรับชอบต่อผลการจัดการศึกษาทุกกลุ่มเป้าหมายให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
2.4 การนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการบริหารและการจัดการศึกษา
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
3.1 การมีกระบวนการเรียนการสอนที่สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทุกคนมีส่วนร่วม
3.2 การจัดการเรียนการสอนที่ยึดโยงกับบริบทของชุมชนและท้องถิ่น
3.3 การจัดการเรียนการสอนให้สอดคล้อง เหมาะสมกับความต้องการของผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมาย
3.4 การตรวจสอบและประเมินความรู้ ความเข้าใจของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพ
มาตรฐานที่ 4 ระบบการประกันคุณภาพภายในที่มีประสิทธิผล
การใช้ระบบการประกันคุณภาพภายในเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาให้ดียิ่งขึ้น
โดยมีเกณฑ์การตัดสินคุณภาพของมาตรฐาน อยู่ 4 ระดับได้แก่ ระดับ 4 ดีเยี่ยม ระดับ 3 ดี ระดับ 2 พอใช้ และ ระดับ 1 ปรับปรุง
อ้างอิงจาก:
1.แนวทางการประเมินคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรวมเพื่อการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา สำนักบริหารการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ ปีที่พิมพ์ 2560 โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
2. https://th.wikisource.org/wiki/พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ_พ.ศ._๒๕๕๑