24 สิงหาคม 2562
ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]
การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์พาชาติพ้นวิกฤต
ฟินแลนด์มีดัชนีความสุขสูงที่สุดในโลก แต่ GDP ต่ำกว่าไทย [2] ก็เพราะการอยู่แบบพอเพียงพึ่งตนเอง คนไทยปากว่าพอเพียง แต่พฤติกรรมฝ่ายบริหารวนเวียนอยู่ใน “ลาภ ยศ สรรเสริญ” (กิน กาม เกียรติ์) เป็นปัญหา “นิเวศทางปัญญาของมหาชน” [3] เป็นอุปสรรคใหญ่เพราะ “ประเทศเต็มไปด้วยโครงสร้างอำนาจ แต่ขาดโครงสร้างทางสมอง หรือโครงสร้างทางปัญญาที่พอเพียง” กล่าวคือ “มีอำนาจที่ขาดปัญญา” ซึ่ง “อำนาจ” ในที่นี้ขอรวมทุกรูปแบบทั้งอำนาจอิทธิพล อำนาจมีอุปถัมภ์ อำนาจพระเดชผสมพระคุณ ก็ได้ การตรวจสอบภาครัฐเข้มข้น สื่อมวลชนออนไลน์ต่าง ๆ วิพากษ์อ่านใจการเมืองภายใต้ภาวะจำกัดเข้ากระแสถูกใจโซเชียล เพราะข้อเท็จจริงที่เห็นหลายอย่างแทบไม่ต้องวิเคราะห์ ข้อมูลดังกล่าวออกไปสู่คนทั่วไปได้รับรู้จากการอภิปรายของสภา ข่าวสารการเมืองทั้งทางทีวี เวทีสัมมนา และโลกโซเชียล ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีมากกรณีที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งประชาชนได้มาวิเคราะห์ตรวจสอบภาครัฐกันมากขึ้น การทำหน้าที่ผู้แทน ส.ส. ที่เข้มข้นขึ้น ผู้แทนฯเดินอย่างมีสติ ไม่บุ่มบ่าม แสดงความสามารถ เป็นการแสดงพลังแฝงเต็มพิกัด ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลตั้งรับอย่างไม่เป็นท่า ขอวกเข้าเรื่องการใช้เงินพัฒนาท้องถิ่น “แบบเบี้ยหัวแตก”
การใช้เงิน “เบี้ยหัวแตก” ของท้องถิ่นตามระเบียบสั่งการ
ยุทธศาสตร์หรือยุทธการการล้วงเงิน อปท.มาใช้ในหลายกรณีตามภารกิจแผนการกระจายอำนาจที่กำหนดไว้ให้ อปท.ทำได้ ที่ผ่านมา เช่น ตามมาตรา 122 [4]แห่ง พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ แก้ไข พ.ศ. 2551 ให้ อปท.มีหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองที่ดินสาธารณะและรับผิดชอบค่าใช้จ่ายการรังวัดที่ดิน น.ส.ล. [5]เพราะที่ผ่านมาปัญหาการบุกรุกที่ดินส่วนรวมสาธารณะมีตลอด ฝ่ายปกครองท้องที่ละเลยไม่เคร่งครัดใส่ใจในการชี้แนวเขต การกันเขตที่ดินสาธารณะทางสาธารณะ การออกโฉนดเอกชนที่มีแนวเขตติดที่ดินสาธารณะทับกัน ฯลฯ
ในทางกลับกันสิ่งที่ อปท.ทำแล้วได้ผลดี มท.กลับเพิกเฉย ไม่มีระเบียบรองรับ (การเบิกจ่าย) เช่น สมาชิก อปพร. หรือ คณะกรรมการชุมชน เป็นต้น ส่วนกลางรับผิดชอบในโครงการก่อสร้างประชารัฐ [6]แบบลอยตัว ไม่ต้องรับผิดชอบ กทม. และเมืองพัทยา ส่วนกลางเข้าล้วงลูกจัดการได้ [7]ลองเปรียบเทียบ “ลักษณะพิเศษของงบพัฒนาท้องถิ่น” จากส่วนกลางที่มีวงเงินสูงเป็นงบต่างตอบแทนเรียกว่า “งบเงินทอน” แต่งบของ อปท. เอง กลับเป็น “งบเก็บเบี้ย” เพราะ ไม่ค่อยมีเม็ดเงินมากมายนัก หนำซ้ำการหาผู้รับจ้างก็ต้องพิเศษอีก แม้โครงการขุดลอกหนองน้ำที่ให้เอกชนขุดเอาดินไปใช้แทนค่าจ้างก็ต้องมีเส้นสาย ขนาดโครงการแก้แล้วแก้อีกก็ยังต้องให้ทำ เอกชนธรรมดาไม่สามารถเข้าทำโครงการแบบนี้ได้ ต้องเป็นเอกชนพิเศษเท่านั้น เป็นต้น
ศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชน
โครงการขอเงินงบประมาณและความร่วมมือในการบริหารจาก อปท. ที่เป็น “งานแฝง” ของนโยบายจากส่วนกลาง เป็นภาระความหนักใจของ อปท. ที่คอยหลบเลี่ยงหน่วยตรวจสอบ สตง. ในการปฏิบัติงานจริงไม่เป็นตามข้อสั่งการ การยุบศูนย์กลางการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละอำเภอ [8] ประจวบพอดีกับนโยบายการช่วยเหลือประชาชนฯ เป็นสาเหตุหลักในการตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชน” (กลาง) ของ อปท. เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน” ตามระเบียบฯ ข้อ 19 [9] โดยอาศัยการสนับสนุนและงบประมาณจาก อปท. แม้สำนักงานท้องถิ่นอำเภอ (สถ.อ.) ไม่เป็นราชการส่วนภูมิภาค เท่ากับว่าเป็นการขยายความเกินขอบเขตของระเบียบฯ [10] อีกทั้งยังขยายขอบอำนาจของ สถ.ในภูมิภาคให้มากขึ้น ซึ่งอำเภอจังหวัดมีฐานะเป็นผู้กำกับดูแล อปท. แต่กลับมีส่วนได้เสียในการใช้งบประมาณ จึงมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐฉบับใหม่ พ.ศ. 2561 ความไม่ถูกต้องคือ การให้ส่วนภูมิภาคเข้ามาร่วมพิจารณาสั่งให้ใช้จ่ายเงินงบประมาณของท้องถิ่นแทนนายก อปท. [11] ตามระเบียบ มท. ว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2560 จึงทำให้ระเบียบฯ มท. ขัดแย้ง [12] กับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐดังกล่าว
หลักกระจายเงินให้ไม่ถึงแก่นกระจายไม่ตรงจุด
มุมมองเรื่องการใช้เม็ดเงินของท้องถิ่นแตกต่างกันระหว่าง ผู้กุมอำนาจ นักวิชาการ และคนท้องถิ่นเอง รวมถึงผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง เห็นว่างานท้องถิ่นส่วนใหญ่มักจะหยุดอยู่แค่ “เวทีการต่อรองการใช้งบประมาณ” โดยเฉพาะงานก่อสร้าง เริ่มจากการต่อทอดอายุของฝ่ายบริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่น พร้อมยื่นอำนาจการพัสดุให้กรณีตกลงราคา หรือ เฉพาะเจาะจง(ปัจจุบัน) เพิ่มวงเงินจาก 1 แสนบาทเป็น 5 แสนบาท [13] มีความพยายามให้ อปท.เอาเงินสะสมออกมาใช้ให้มากที่สุด เพื่อหวังกระจายเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุน ผลที่ผ่านมากระจายเงินไปได้แค่กลุ่มผู้รับเหมา ผู้บริหาร กลุ่มผลประโยชน์ เป็น “ตัวการปัญหา” ให้ อปท.ระส่ำ ได้แก่ การเลือกทำโครงการเฉพาะที่มีผลประโยชน์ ทำให้ภารกิจงานถ่ายโอนและงานประจำอื่นถูกมองข้ามไป เพราะ อปท.เอาโครงการที่ “หาเงินกับหาเสียงได้” เป็นตัวตั้ง เม็ดเงินที่หวังว่าจะกระจายสู่ชาวบ้านท้องถิ่นจึงไม่ได้สร้างความสุข ความสมดุลแก่สังคมท้องถิ่นแต่อย่างใด
สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย (สนท.) เป็นเวทีของนายกเทศมนตรีที่มีบทบาทต่อรองกับกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นรูปธรรมคือ การเรียกร้องแก้ไขระเบียบต่าง ๆ ที่มีปัญหาขัดข้องทางปฏิบัติ แต่หากเป็นเรื่องกฎหมายก็ต้องแยก พ.ร.บ. เป็นเรื่องไป ต่อรองในเรื่องเฉพาะส่วนตัวฝ่ายบริหารและสมาชิกสภา เช่น วาระในการดำรงตำแหน่ง อัตราเงินค่าตอบแทนฯ ต่อรองในเรื่องทั่วไป เช่น เรื่องการจัดสรรเงินอุดหนุน ที่ไม่อาจต่อรองได้คือกฎหมาย ป.ป.ช. สตง. ที่พยายามต่อรองแต่ไม่ได้ผล เช่น เรื่อง คณะกรรมการชุมชน เรื่องเขตอำนาจและบทบาทกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ฯ ยิ่งในเรื่องของการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นสันนิบาตเทศบาลแทบไม่ได้ใส่ใจ เพราะผู้รับประโยชน์เต็มคือข้าราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจาก อปท. มีกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายและ “โครงสร้างอำนาจหน้าที่ของ อปท. ถูกออกแบบมาท่ามกลางความขัดแย้ง” [14]
โครงการถนนพาราดินซีเมนต์
หรือโครงการถนนลาดยางผสมพารา 1 หมู่บ้าน 1 กิโลเมตร ตามนโยบายของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น [15]เป็นหนึ่งในความเสี่ยงของภารกิจงาน อปท. ได้แก่ (1) ยังไม่มีมาตรฐานมารองรับ (2) ยังไม่เป็นที่ยอมรับความคุ้มค่า (3) เทคนิคการก่อสร้างใหม่ ช่างยังไม่มีประสบการณ์ (4) ไม่มีราคากลาง (5) อาจมีการผูกขาดตัดตอนฮั้วกันตามที่มีข่าว (6) การออกแบบและคำนวณราคากลางอาจไม่สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศ ฯลฯ นอกจากนี้ เทคนิคทางช่างยุ่งยาก เช่น (1) ตอนเผาผสมอุณหภูมิยางพาราร่วมกับยางมะตอยไม่ได้ เพราะเกิดระเบิดได้ง่าย อุณหภูมิสะสมก็ไม่ได้ เพราะยางพาราจะเย็นเร็วกว่ายางมะตอย (2) ผู้ประกอบการยางพาราซอยล์ทั้งประเทศผูกขาดไม่กี่ราย (3) เกษตรกรผู้ขายยางจริงไม่ได้ประโยชน์ (4) ถนนลาดยางพาราเมื่อฝนตกถนนจะลื่นต่างจากถนนยางมะตอยผสมซีเมนต์(ผง) ที่ใช้อยู่ตามปกติ [16]
ดราม่าการนำเงินสะสมท้องถิ่นออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ
งบขาดดุลของรัฐบาลจึงดึงเงินสะสมท้องถิ่น 6 แสนล้านบาทออกมาใช้ เป็นวิธีสุดท้ายทิ้งทวนที่รัฐบาลนำทางเลือกนี้มาใช้หวังกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และการลงทุน ผู้กำกับดูแลรับปากรัฐบาลไว้หาได้รับปากท้องถิ่นไม่ [17]เพราะการรับปากท้องถิ่นคือการปลดล็อคเลือกตั้ง ไม่ใช่การให้ท้องถิ่นนำเงินสะสม(รวมเงินสำรองสะสม) ออกมาใช้เพราะสวนทางกับเรื่องการอุดหนุนเงินส่วนขาดจากรัฐ (ไม่ใช่การใช้ของท้องถิ่นโดยรัฐ) ไม่ว่าในเรื่องรายได้จัดสรรให้ท้องถิ่นที่ไม่เข้าเป้าก็ยังไม่ได้แก้ ยิ่งช่วงแรกของการบังคับใช้กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะมียอดเม็ดเงินที่จะขาดเก็บไม่ได้อีกมาก มาตรการเอาเงินสะสมของท้องถิ่นออกมาใช้จึงมองหาทางที่จะได้ยอดเงินมาคืนเท่าที่ได้ใช้ออกไปไม่มี
ปัญหาว่าเงินสะสมของ อปท.มียอดทะลุ 6 แสนล้านบาทจึงหรือไม่ คาดว่าส่วนกลางเอาข้อมูลนี้มาจาก ระบบ e-laas หรือบัญชีคอมพิวเตอร์ของอปท. ด้านการคลังปัจจุบัน ที่จริงยอดเม็ดเงินสะสมจำนวนนี้น่าจะอยู่ตัว (จุดพอดีแล้ว) การนำมาใช้อีก การให้ข้อมูลที่มั่วเกินจริงอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงของสถานะการเงินการคลังท้องถิ่นในระยะยาวได้ เพราะ จะไม่มีเม็ดเงินใดมาทดแทนคืนได้ในระยะเวลาที่สั้นได้ดังกล่าวข้างต้น เงินนี้เป็นเงินของท้องถิ่นเป็นเงินของชาวบ้านในแต่ละท้องที่คนที่ใช้เงินก็ควรเป็นแต่ละท้องถิ่นเองเป็นผู้ใช้ หากจะปลดล็อคให้ใช้ก็ควรให้ท้องถิ่นเป็นคนใช้ ไม่ใช่ให้ส่วนกลาง (มท.) มาล้วงอ้างไปกระตุ้นการลงทุน การจ่ายแบบเบี้ยหัวแตกจึงไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจตามที่หวัง เพราะรอบก่อนก็ใช้เงินสะสมทำโครงการต่างๆไปกว่า 1.5 แสนล้านบาท ผลการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่คืบหน้า
กล่าวแบบกำปั้นทุบดิน การกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นด้วยเงินสะสมของ อปท. ทำมาร่วม 20 กว่าปีแล้ว วอดวายไปมากด้วยกลุ่มการเมืองท้องถิ่นในคราบผู้รับเหมาเป็นเบี้ยหัวแตกมานาน หากเกิดสาธารณภัยธรรมชาติเอาแค่ภัยแล้ง อปท.จะเอาเงินที่ใดมาจ่าย รัฐเคยจ่ายชดเชยเกษตรกรไร่ละ 1300 - 3000 บาท แต่ปัจจุบันเหลือไร่ละ 530 บาท และยังมีเงื่อนไขอื่นอีกมากมาย สรุปว่ารัฐขาดงบ (ถังแตก) ถึงเวลาที่รัฐต้องตื่นไม่คาดหวังกับรายได้มัวเมาเฉพาะอย่างเฉพาะกลุ่มที่ไม่แน่นอน เช่น งบจากล็อตเตอรีที่มีมากเต็มประเทศเดินขายไปถึงท้องไร่ท้องนา เศรษฐกิจชาวบ้านของจริงแย่ลง
การติดตามหนี้สินกองทุนชาวบ้าน
ปัจจุบันตามกฎหมาย สตง. ใหม่ พ.ศ. 2561 [18] และ กฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ [19] เริ่มมีผลในหน่วยงานที่ผ่านงบประมาณการเงินมา มีการพยายามนำมาใช้ในกรณีของนักการเมืองที่เข้ามามีส่วนร่วมได้เสียในการบริหารและใช้งบประมาณฯ รวมถึงเงินกองทุนต่าง ๆ [20] เช่น โครงการเศรษฐกิจชุมชนกองทุนหมู่บ้าน (กทบ.) โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.) ที่นำข้อมูล จปฐ. มาใช้ ฯลฯ หน่วยราชการส่วนภูมิภาคเดิมจึงผลักบัญชีเงินหนีออกจากหน่วยงานของตนเองมาให้ท้องถิ่น เป็นบ่วงภาระหลายชั้น สืบสาวต้นตอสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องในการบริหารงานงบประมาณแบบนี้มากเพราะวินัยการเงินการคลังของชาวบ้านประกอบกับขาดความใส่ใจและรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ทำให้การบริหารกองทุนล้มเหลว เกิดหนี้สูญจำนวนมาก กลายเป็นว่าความฉ้อฉลได้ลงไปถึงชุมชนหมู่บ้านรากหญ้ามานานแล้ว เมื่อเจอยาแรงจาก สตง. ป.ป.ช. ราชการจึงเพิ่งตื่นตัว
ข้อยกเว้นส่วนดี “งานบูรณาการภาพรวม” เช่น งานสถาบัน งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย งานจิตอาสา งานความมั่นคง งานรำลึกผู้นำท้องถิ่นผู้สร้างคุณประโยชน์ อาทิ งานย่าโมฯ งานเจ้าพ่อพระยาแล งานประเพณีในระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ (ระดับใหญ่กว่า อปท.) งานกีฬาในระดับจังหวัด ระดับภาค ระดับประเทศ (ระดับสูงกว่า อปท.) งานโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกว้างขวางระหว่างอำเภอ จังหวัด ฯลฯ เป็นต้น งานอื่นนอกจากที่กล่าวควรให้จบและสิ้นสุดลงที่ อปท. ย้ำว่าภารกิจงานถ่ายโอนจากส่วนภูมิภาค “ต้องเบ็ดเสร็จสมบูรณ์แบบ” เสร็จสิ้นจบในตัวเอง โดยไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดบังคับ หรือสร้างพันธนาการเงื่อนไขกติกาหยุมหยิม อาทิเช่น หากจะจัดเลี้ยงอาหารต้องเป็นโครงการฝึกอบรมที่เกินกว่าเที่ยงวัน และต้องจ้างวิทยากรจากภายนอก หรือการประชุมประชาคมจัดเลี้ยงอาหารไม่ได้
ปัจจุบันหลักเกณฑ์เงื่อนไขงบประมาณให้แก่ท้องถิ่นมีมากขึ้น เช่น โครงการต้องมีแผนการใช้ที่ดินพร้อมก่อสร้าง เป็นงบประมาณที่ผ่านจังหวัด ราชการส่วนภูมิภาคจึงแทรกท้องถิ่นเข้ามาในแผนพัฒนาจังหวัด กลุ่มจังหวัด เช่น โครงการป้ายประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว งานถนน ทางระบายน้ำ ลานขายสินค้า ตลาดประชารัฐ งานขุดลอกคลองแหล่งน้ำ งานสร้างสวนสาธารณะ ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ ทำให้ อปท.ต้องถอยร่นออก แล้วยุทธศาสตร์การพัฒนาท้องถิ่นจะทำอย่างไรดี ใช้เงินตัวเองอย่างเดียวคงไม่ดีแน่ เพราะท้องถิ่นขาดเม็ดเงิน
[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 66 ฉบับที่ 49 วันเสาร์ที่ 24- วันศุกร์ที่ 30 สิงหาคม 2562, บทความพิเศษ หน้า 9, สยามรัฐออนไลน์ 24 สิงหาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/98595
[2]จีดีพีฟินแลนด์ต่ำกว่าไทยทำไมมีความสุขที่สุดในโลก, : ลมเปลี่ยนทิศ ไทยรัฐ 16 สิงหาคม 2562, https://www.thairath.co.th/newspaper/columns/1638205
จีดีพีฟินแลนด์เติบโตเพียงร้อยละ 1.9 ขณะที่ จีดีพีไทยเติบโตร้อยละ 4.1 โตกว่าถึงสองเท่าตัว แต่ ฟินแลนด์ กลับเป็น ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก สุขกว่าทุกประเทศในกลุ่มนอร์ดิกด้วยกัน เดนมาร์ก นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ตามมาเป็นอันดับ 2–3–4 ของไทยไม่ต้องไปเทียบเลย ...รัฐบาลฟินแลนด์ใช้ “จุดแข็งของประเทศ” คือ “คุณภาพคน” หรือ “คนที่มีคุณภาพ” มาเป็นแกนการสร้างความเติบโตของประเทศไปสู่นานาประเทศ รวมทั้ง การสร้างความสุขให้กับประชาชน ... ชาวฟินแลนด์มีสิทธิเสรีภาพในการเลือกใช้ชีวิตตามที่ปรารถนา โดยสะท้อนผ่านหอสมุดกลาง ... ภาครัฐไม่มีการคอร์รัปชันทุกระดับชั้น ...รัฐบาลฟินแลนด์ ทุ่มเทอย่างมากก็คือ การส่งเสริมงานวิจัยเพื่อลดต้นทุนพลังงานให้มากที่สุด โดยให้เงินสนับสนุนการวิจัยปีละ 500 ล้านยูโร 17,500 ล้านบาท เมื่อต้นทุนพลังงานถูกลงต้นทุนทุกอย่างก็ถูกลง ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนก็ลดลง คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น ประชาชนก็มีความสุขมากขึ้น
& คนไทยมีความสุขที่สุดในโลก?, สยามรัฐ, 21 กุมภาพันธ์ 2561, https://siamrath.co.th/n/31427
ประเทศที่มีความทุกข์ยากตามดัชนีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ (Misery Index)โดยประเทศไทยยังคงครองแชมป์ประเทศที่มีระดับความทุกข์ยากต่ำที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ตามมาด้วยสิงคโปร์ ,ญี่ปุ่น, สวิตเซอร์แลนด์ และไต้หวัน จนนายกรัฐมนตรีเป็นปลื้มนั้นแท้จริงแล้ว เป็นภาพลวงตา เพราะตัวชี้วัดค่าความทุกข์ยากตามที่บลูมเบิร์กใช้จัดอันดับนั้น มีแค่ 2ตัวคือ อัตราขยายตัวของเงินเฟ้อกับอัตราจ้างงาน ตัวชี้วัดความทุกข์ ความสุข ฐานะทางเศรษฐกิจ หนี้สิน ความเหลื่อมล้ำทั้งทางสังคม ทั้งรายได้ สุขภาพ สวัสดิการสังคม ฯลฯ มีนับสิบๆตัวชี้วัด การใช้อัตราเงินเฟ้อกับอัตราจ้างงานเป็นตัวชี้วัดจึงไม่สะท้อนความสุขความทุกข์ได้ เพราะตัวชี้วัดเหล่านี้ สามารถควบคุมหรือบิดเบือนได้
& ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก, YouTube, 4 เมษายน 2560, https://www.youtube.com/watch?v=l2fHqO-9mhw
[3]ประเวศ วะสี: นิเวศทางปัญญาของมหาชน ยุทธศาสตร์ทางปัญญาพาชาติออกจากวิกฤต, กองบรรณาธิการ, 14 สิงหาคม 2562, https://waymagazine.org/prawes-wasi-speech/
[4]พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2551, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125/ตอนที่ 27 ก/หน้า 96/5 กุมภาพันธ์ 2551, , http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%C503/%C503-20-2551-a0001.htm
“มาตรา 122 นายอำเภอมีหน้าที่ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน และสิ่งซึ่งเป็นสาธารณประโยชน์อื่นอันอยู่ในเขตอำเภอ
นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีอำนาจใช้หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้ที่ดินตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดและปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ในกรณีที่มีข้อพิพาทหรือคดีเกี่ยวกับที่ดินตามวรรคหนึ่ง นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะร่วมกันดำเนินการหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเป็นผู้ดำเนินการ ก็ให้มีอำนาจกระทำได้ ทั้งนี้ กระทรวงมหาดไทยจะวางระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์เป็นแนวปฏิบัติด้วยก็ได้
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งและวรรคสามให้จ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด”
[5]ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 127/ตอนพิเศษ 95 ง/หน้า 3/6 สิงหาคม 2553, http://web.krisdika.go.th/data/law/law2/%C503/%C503-2g-2553-a0001.htm
ข้อ 13 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ประโยชน์ร่วมกัน เช่น การออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงการตรวจสอบหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง การดำเนินคดีกรณีมีข้อพิพาท การรังวัดทำแผนที่การจัดทำทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
[6]แนวทางการดำเนินงานโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ, สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.), http://www.villagefund.or.th/uploads/document/document_5c51d874ddcae.pdf
รัฐบาลได้สนับสนุนการพัฒนาศักยภาพกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยจัดสรรงบประมาณตามโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ (วงเงิน 35,000 ล้านบาท) และโครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ (วงเงิน 15,000 ล้านบาท) ให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองทั่วประเทศ ให้แก่กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ผ่านสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ(สทบ.) กองทุนละไม่เกิน 300,000 บาท ภายใต้วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท
ปี 2559 โครงการ “ตำบลละ 1 ล้านบาท” สร้างพลังชุมชนเพื่อต่อสู้กับภัยแล้ง
“ร้านประชารัฐ สุขใจ” ศูนย์จำหน่ายสินค้า OTOP ในสถานีบริการน้ำมัน 148 แห่งทั่วประเทศ
การปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ แบบบูรณาการ สร้างความชัดเจนและมีมาตรฐาน
ปี 2560 ลงทะเบียนคนจน เพื่อบัตรคนจน ประชารัฐสวัสดิการ
[7]สี่ปี คสช. ปฏิรูปการปกครองท้องถิ่น กระจายอำนาจถอยหลัง ราชการแทรกแซงท้องถิ่น, 16 พฤษภาคม 2561, https://ilaw.or.th/node/4809
ทำให้การเลือกตั้งท้องถิ่นก็ต้องหยุดลงเป็นครั้งแรกในรอบสิบกว่าปี กล่าวคือ วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 หนึ่งเดือนให้หลังจากการรัฐประหาร คสช. ออกประกาศ คสช.ที่ 85/2557 งดการจัดเลือกตั้งท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถิ่น รวมทั้งออกประกาศ คสช.ที่ 86/2557 งดการเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพมหานคร คือ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.)
ต่อมา กลับลำ! ใช้ 'มาตรา 44' ให้ผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ยาวไป ยกเว้น กทม. - พัทยา ตั้งใหม่
[8]การยุบศูนย์ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐกลางในแต่ละอำเภอเป็นผลจากการประกาศใช้พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 134 ตอนที่ 24 ก วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 หน้า 13-54, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/024/13.PDF
[9]ศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (สถานที่กลาง)
ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 19 กำหนดว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดให้มีศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรวบรวมข้อมูลปัญหาความต้องการของประชาชน การประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
[10]ประกาศกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เรื่องหลักเกณฑ์วิธีการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการร่วมในการช่วยเหลือประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ 11 ตุลาคม 2560 ข้อ 4 ก็ได้กำหนดให้ท้องถิ่นจังหวัดดำเนินการเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันจัดให้มีสถานที่กลางขึ้นอย่างน้อยอำเภอละ 1 แห่ง รวมทั้งกำหนดพื้นที่ให้บริการของสถานที่กลางแต่ละแห่งให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงความสะดวกในการติดต่อประสานงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการให้บริการประชาชน, http://lawdownload.blogspot.co...
[11]พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ดู การคลังท้องถิ่น มาตรา 64-67
[12]หลักการห้ามผู้ว่าราชการจังหวัด และนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลอปท. มีส่วนได้เสียในการใช้จ่ายงบประมาณโครงการของท้องถิ่น
ตามหนังสือสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ มท 0808.2/ว4461 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2559 เรื่อง แนวทางการขอรับเงินอุดหนุนของจังหวัดและอำเภอจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หนังสือดังกล่าวเป็นการกำชับให้อำเภอจังหวัดในฐานะผู้กำกับดูแลมีกำหนดให้
1. อปท.อุดหนุนหน่วยงานที่ขอรับอุดหนุนได้ในอำนาจหน้าที่ของอปท.เท่านั้น
2. ให้อำเภอ/จังหวัด ระวังการขอรับเงินอุดหนุนจากอปท. โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปมีส่วนได้เสียกับงบประมาณ
& ดู ข้อสังเกตและข้อตรวจสอบที่น่าสนใจของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดย นายมณเฑียร เจริญผล รองผู้ว่าการสำนักงานกฎหมาย สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, มีนาคม 2556, http://www.dla.go.th/upload/ebook/column/2013/5/2060_5267.pdf
& พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561,
มาตรา 66 การจัดทำงบประมาณประจำปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้พิจารณาฐานะการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ การจัดเก็บรายได้ในปีงบประมาณนั้น โดยให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพระราชบัญญัตินี้
& พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561,
มาตรา 52 ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในหน่วยรับงบประมาณผู้ใดจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพัน หรือโดยรู้อยู่แล้วยินยอมให้กระทำการดังกล่าวนั้นโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัตินี้หรือระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ นอกจากความรับผิดทางอาญาซึ่งอาจได้รับตามกฎหมายอื่นแล้วผู้กระทำหรือผู้ยินยอมให้กระทำการดังกล่าวจะต้องรับผิดชดใช้เงินงบประมาณที่หน่วยรับงบประมาณได้จ่ายไปหรือต้องผูกพันจะต้องจ่าย ตลอดจนค่าสินไหมทดแทนใด ๆ ให้แก่หน่วยรับงบประมาณนั้น
บุคคลภายนอกผู้ได้รับประโยชน์จากการกระทำตามวรรคหนึ่ง จะต้องร่วมรับผิดกับผู้กระทำการฝ่าฝืนด้วย เว้นแต่จะแสดงได้ว่าตนได้กระทำไปโดยสุจริตไม่รู้เท่าถึงการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติหรือระเบียบดังกล่าว
ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งได้ทักท้วงคำสั่งของผู้บังคับบัญชาหรือได้บันทึกข้อโต้แย้งไว้เป็นหนังสือแล้วว่า การที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนั้นอาจไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบ
[13]มหาดไทย แจ้ง อปท.”ขยายเวลาการซื้อ/จ้าง วงเงิน 5 แสนบาท”, ชุมชนคนท้องถิ่น, 20 กันยายน 2559, http://www.thailocalmeet.com/index.php?topic=63087.0
หนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนมาก ที่ มท 0808.2/ว 5347 ลงวันที่ 20 กันยายน 2559 เรื่อง การขยายระยะเวลากำหนดวงเงินวิธีการจัดหาพัสดุ โดยยกเว้นระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุของหน่วยการบริหารราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม, http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2016/9/17198_1_1474356153482.pdf
เดิมมีผลบังคับใช้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2559 “ให้ขยายเวลาในการจัดหาพัสดุด้วยวิธีตกลงราคา สอบราคา และวิธีพิเศษ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปีงบประมาณ พ.ศ. 2560” ออกไปจนถึงวันที่ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยหลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐมีผลบังคับใช้ โดยให้ใช้กับเงินงบประมาณ เงินกู้ เงินช่วยเหลือ เงินนอกงบประมาณ เงินยืมสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
[14]อปท. มีโครงสร้างได้ถูกออกแบบไว้ให้ “มีความขัดแย้งกันอยู่ในตัว”ในหลายส่วน มีกลุ่ม “บุคคลผู้มีส่วนได้เสีย” (Stake Holders) หลากหลาย
[15]หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0810.8/ว 3381 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2561 เรื่อง แนวทางการจัดทำถนนยางพาราดินซีเมนต์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2018/10/20678_1_1540536218623.pdf?time=1566571765847
& หนังสือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ด่วนที่สุด ที่ มท 0810.4/ว 423 ลงวันที่ 31 มกราคม 2562 เรื่อง ข้อแนะนำการก่อสร้างถนนดินซีเมนต์ปรับปรุงคุณภาพด้วยยางธรรมชาติ สำหรับงานถนนท้องถิ่น, http://www.dla.go.th/upload/document/type2/2019/5/21716_1_1556938241645.pdf
[16]นายกฯ ชาวสวนยาง16จว.ใต้ ชี้ 'ถนนพาราซอยล์ซีเมนต์' ยุ่งยาก ทำต้นทุนสูงขึ้น, 3 ธันวาคม 2561, https://www.matichonweekly.com/hot-news/article_152638 & น้ำยางกับพาราซอยล์ซีเมนต์, ไทยรัฐ, 18 ธันวาคม 2561, https://www.thairath.co.th/news/local/south/1447173& “ถนนยางพาราดินซีเมนต์” ต้นทุนต่ำ สร้างง่าย ใช้งานได้ดี – เทคโนโลยีชาวบ้าน, 24 มกราคม 2562, https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_95173
& ‘กฤษฎา’ งัดไม้เด็ดส่งท้ายรัฐบาล ‘บิ๊กตู่’ ทำถ.ยางพารา 3 แสนกม. ลดสวนยางปีละ 5 แสนไร่ รักษาสมดุลทำราคาพุ่ง, 4 มิถุนายน 2562, https://www.matichon.co.th/economy/news_1523293
& พิรุธ! ถนนยางพาราซีเมนต์ถึงมือ “บิ๊กตู่” แล้ว “กฤษฎา” สั่งดูข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน มท.เวียนท้องถิ่น 9 ข้อ ระวังทุจริต ล้อมคอก 1 หมู่บ้าน 1 กม., 21 มิถุนายน 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000059119
[17]“อนุพงษ์” รับปากครม. เดินหน้าปลดล็อค ดึงเงินอปท.6แสนล้าน กระตุ้นลงทุน, 13 สิงหาคม 2562, https://www.thansettakij.com/content/407142 & รัฐบาลทิ้งทวนใช้งบท้องถิ่น6แสนล้านบาทหวังกระตุ้นศก.ฐานราก, 17 สิงหาคม 2562, 12.33 น. https://www.naewna.com/politic/433900 & เงินสะสมอปท.พ้นยุคคสช.ทะลุ6แสนล้าน! ฝัน “สมคิด-อนุพงษ์” ล้วงลงทุนกระตุ้นท้องถิ่น, 17 สิงหาคม 2562 01:45, https://mgronline.com/daily/detail/9620000078522 & ตามดูฐานะ เงินสะสมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 7,852 แห่ง หลัง “บิ๊กตู่” ย้ำไม่ใช่ 6 แสนล้าน, 22 สิงหาคม 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000080587
& “นิพนธ์ บุญญามณี” แย้มเลือกตั้งท้องถิ่นหลัง 15 ม.ค. 63 กกต.ของบรัฐบาลเพื่อเตรียมการแล้ว 1,141 ล้านบาท, 17 สิงหาคม 2562, https://www.thansettakij.com/content/407455 & “มท.2”คาดเลือกตั้งท้องถิ่นมีขึ้นหลังร่างพรบ.งบ63 ผ่านสภาแล้ว, สยามรัฐออนไลน์, 17 สิงหาคม 2562, https://siamrath.co.th/n/97433& กกต.พร้อมแล้ว! จัดเลือกตั้งท้องถิ่นทั้งระเบียบ-งบ1.1พันล.แต่ไร้สัญญาณจากรัฐบาล, 19 สิงหาคม 2562, https://www.khaosod.co.th/politics/news_2813651 & กกต. เผย รัฐบาลยังไม่ส่งซิกเลือกตั้งท้องถิ่น แจง ส.ส.อนาคตใหม่ลาออก, ข่าวการเมือง ไทยรัฐออนไลน์, 19 สิงหาคม 2562 12:46 น., https://www.thairath.co.th/news/politic/1640800 & กกต.พร้อมเลือกตั้งท้องถิ่น รอ รบ.แจ้ง ชี้อยู่ระหว่างสืบสวน “ธนาธร” ให้เงินกู้ อนค., 21 สิงหาคม 2562, https://mgronline.com/politics/detail/9620000080040
[18]พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 10 ก วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561, หน้า 1-41, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/010/1.PDF
[19]พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 27 ก วันที่ 19 เมษายน 2561, หน้า 1-23, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/027/1.PDF & พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561, ประกาศราชกิจจานุเบกษา เล่ม 135 ตอนที่ 92 ก วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 หน้า 1-18, http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2561/A/092/1.PDF
[20]เช่น โครงการเงินกู้เศรษฐกิจชุมชน ประมาณปี 2543 -2544 หมู่บ้านละ 1 แสนบาท กำหนดสัญญา 5 ปี ดังนั้นเมื่อครบสัญญาจึงมีการเรียกเงินคืนกองทุนโดย อบต. ตามระเบียบ มท. ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541, http://pab.dopa.go.th/internal/dev/commu_dis.pdf
& ดู พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 4 (นิยาม)
“ทุนหมุนเวียน” หมายความว่า กองทุน กองทุนหมุนเวียน เงินทุน เงินทุนหมุนเวียน ทุน หรือ ทุนหมุนเวียน ที่ตั้งขึ้นเพื่อกิจการที่อนุญาตให้นำรายรับสมทบทุนไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ต้องนำส่งคลัง
เช่น โครงการเงินกู้เศรษฐกิจชุมชน ประมาณปี 2543 -2544 หมู่บ้านละ 1 แสนบาท กำหนดสัญญา 5 ปี ดังนั้นเมื่อครบสัญญาจึงมีการเรียกเงินคืนกองทุนโดย อบต. ตามระเบียบ มท. ว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน พ.ศ. 2541, http://pab.dopa.go.th/internal/dev/commu_dis.pdf
& หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.3/ว 1320 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2558 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมการปรับปรุงร่างระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2557
& หนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0310.3/ว 0132 ลงวันที่ 11 มกราคม 2551 เรื่อง แจ้งแนวทางการดำเนินงานโครงการเศรษฐกิจชุมชน, https://www.kml.go.th/image_files/กฎระเบียบกระทรวง/a9.pdf
กระทรวงมหาดไทยแจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลที่ได้รับการยกฐานะเป็นเทศบาลตำบล หรือยุบรวมกับเทศบาลตำบล ให้เทศบาลตำบลส่งคืนเงินทุนตามโครงการเศรษฐกิจชุมชนที่ได้รับคืนจากกลุ่มอาชีพหรือกลุ่มเกษตรกรเข้าบัญชีเงินทุนโครงการเศรษฐกิจชุมชนอำเภอ ก่อนวันที่ 27 ธันวาคม 2557
& หนังสือสำนักกฎหมายและระเบียบท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ มท 0804.4/ 364 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2553 เรื่อง หารือโครงการเศรษฐกิจชุมชน (หมู่บ้านละ 100,000 บาท), http://www.dla.go.th/upload/callcenter/type1/2018/9/66292_1.pdf