เป็นครั้งที่สองแล้วนะคะ สำหรับการเขียนบันทึก เล่าเรื่องราวครั้งหนึ่งในชีวิตกับบทบาทนิสิตฝึกสอน วันเวลาก็ผ่านล่วงเลยมาแรมวันแรมเดือน เรื่องราว เรื่องเล่า ก็จะเริ่มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงจุดไหนก่อนดีค่ะ ฮ่าๆๆ วันนี้ก็มีอีกหนึ่งเรื่องราวของการจัดการชั้นเรียนที่ผู้เขียน อยากมาเล่าสู่กันฟัง จะเป็นอย่างไรนั้น มาเริ่มกันเลยค่ะ

          "เราต่างซ่อนตัวละครลับในเรื่องเล่าของเราบางตอน" ขออธิบายขยายความชื่อบันทึกที่เกี่ยวข้องกับการจัดการชั้นเรียนที่นำมาใช้ เป็นธรรมดาและเป็นธรรมชาติของผู้เรียนที่มีความแตกต่างระหว่างบุคคล บางคนชอบพูด บางคนชอบฟัง บางคนชอบถาม บางคนชอบหยอกล้อกันหรือคุยกันขณะที่ครูสอน เราเจอมาทุกรูปแบบเลยค่ะ จึงพยายามคิดหาวิธีการในการดูและปรับพฤติกรรม โดยได้นำกิจกรรมที่มีชื่อว่า "ตัวละครลับจับการ์ด" เข้ามาลองปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนดูค่ะ ซึ่งกิจกรรมนี้ จะดำเนินการโดยเริ่มตั้งแต่ต้นคาบเรียน ตั้งแต่การเช็คชื่อนักเรียน และครูจะชี้แจงกิจกรรมว่า ครูจะสุ่มตัวละครลับ ซึ่งจะมีพระเอกกับนางเอกที่ซึ่งไม่รู้ว่าใคร  เพื่อดูพฤติกรรมของพวกเขาเหล่านั้นว่าเป็นเช่นไร และประเมินดูว่า มีพฤติกรรมที่เหมาะสม ตั้งใจเรียนดีหรือไม่ หรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ตั้งใจเรียน และหากตัวละครลับในคาบเรียนนั้น ผู้เรียนซึ่งไม่รู้ว่าตัวเองคือตัวละครลับนั้นหรือไม่ ก็จะต้องคอยตรวจสอบและควบคุมพฤติกรรมของตนเอง

เมื่อครูบอกว่า มีตัวละครลับ ซึ่งไม่รู้ว่าใคร นักเรียนก็ตั้งใจเรียนกันขึ้นมาทีเดียวเชียวค่ะ


        เมื่อครูประเมินดูแล้ว พบว่ามีพฤติกรรมที่ดี เหมาะสม ตั้งใจเรียน ครูจึงจะให้ตัวละครลับดังกล่าว หรือพระเอกนางเอกเหล่านั้น สามารถจับการ์ดวิเศษเพิ่มพลังได้ โดยครูจะเฉลยตัวละครลับเหล่านั้นท้ายชั่วโมง และให้ออกมาหน้าชั้นเรียน เพื่อให้สะท้อนถึงพฤติกรรมของตนเอง  ทั้งนี้ผู้เขียนก็ได้นำเอาหลักการการสะท้อนผล ของท่านอาจารย์ฤทธิไกร ไชยงาม ที่อาจารย์ได้ให้คำแนะนำเมื่อมานิเทศในครั้งก่อน มาปรับใช้อีกด้วย โดยจะให้นักเรียนที่เป็นตัวละครลับสะท้อนถึงพฤติกรรมของตนเองว่าตลอดทั้งคาบที่เรียนในวันนี้ ตนเองมีพฤติกรรมเป็นเช่นไร ตั้งใจเรียนดี มีพฤติกรรมที่เหมาะสม สมควรที่จะได้รับสิทธิในการจับการ์ดวิเศษหรือไม่ รวมถึงให้สะท้อนถึงความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ ในคาบเรียนนี้อีกด้วย และเมื่อตัวละครลับดังกล่าวสะท้อนผล และครูพิจารณาผลแล้ว ว่าเห็นสมควรก็จะให้นักเรียนลุ้นในการจับการ์ดวิเศษ ซึ่งจะมีหลากหลายรูปแบบ เช่น เพิ่มคะแนน +1  ใช้สิทธิในการแก้ไขงาน สิทธิในการเลื่อนส่งงาน หรือสามารถเลือกเพื่อนให้ออกมาร้องเพลงให้ฟัง 1 ท่อน เป็นต้น 

                

เมื่อการ์ดวิเศษ เรียกตัว ให้มาร้องเพลงให้เพื่อนฟังค่ะ หนูก็เลยจัดไปเลยค่ะ



   ผลจากการใช้กิจกรรมดังกล่าว สามารถปรับพฤติกรรมของนักเรียนได้ในระดับหนึ่ง โดยนักเรียนส่วนใหญ่อยากที่จะเป็นตัวละครลับ เพราะจะได้สิทธิพิเศษในการจับการ์ด 
      

      ในความคิดของผู้เขียน สิ่งสำคัญยิ่งสิ่งหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน ที่เราจะมองข้ามหรือละเลยไปไม่ได้เลยนั้น คือ "การจัดการชั้นเรียน" ที่ครูผู้สอนจะต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ คือมีทั้งความรู้และเทคนิควิธีการที่จะดึงดูดใจและทำให้นักเรียนอยากจะเรียนกับเรา ประสบการณ์ เทคนิคต่างๆเหล่านี้จะเกิดขึ้นมาได้จะต้องอาศัยองค์ปรกอบหลายอย่าง ทั้งในเรื่องของระยะเวลา การฝึกฝนเพื่อพัฒนาให้มีทักษะเพิ่มพูนยิ่งขึ้นไป สำหรับวันนี้ผู้เขียนก็มีเรื่องที่จะมาเล่าสู่กันฟังเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันในครั้งต่อไป แล้วมาติดตามกันนะคะว่าชั้นเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 2 จะมีอะไรตื่นเต้นๆอีก ยิ่งใกล้วันสอบกลางภาคเข้ามาแล้ว ทั้งครูทั้งนักเรียนก็จะได้เตรียมตัวกัน และติวเข้มเนื้อหาก่อนสอบเพื่อทำคะแนนพิชิตเกรด 4 ที่คาดหวังกันเอาไว้ค่ะ แล้วมาติดตามกันนะคะ 

about:blank#blocked