[review] รีวิว The Exorcism of Emily Rose (2005) พลิกปมอาถรรพ์สยองโลก


[review] รีวิว The Exorcism of Emily Rose (2005) พลิกปมอาถรรพ์สยองโลก เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวไล่ปีศาจที่ประสบความสำเร็จเรื่องหนึ่งของโลก ใช้ทุนสร้าง 19 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ เปิดตัวสูงสุดอันดับ 1 นับตั้งแต่วันที่เข้าฉาย ภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในสหรัฐมากกว่า 43 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ติดอันดับภาพยนตร์ทำเงินสูงสุดในสหรัฐติดต่อกันถึง 6 สัปดาห์ ด้วยรายได้รวมกว่า 74 ล้านเหรียญสหรัฐ และปิดท้ายด้วยการทำรายได้ไปทั่วโลกมากกว่า 144 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นเครื่องการันตีว่า The Exorcism of Emily Rose มีความพิเศษและมีมนต์เสน่ห์มากพอ ที่จะทำให้คนดูสนใจและทำรายได้ถล่มทลายมากขนาดนี้ ทั้งนี้ก็เพราะมีต้นทางมาจากเหตุการณ์จริงนั่นเอง

หนังเริ่มต้นด้วยการประกอบพิธีกรรมไล่ผี (Exorcist) Emily Rose หญิงสาวอายุ 18 ที่ มีอาการที่เรียกว่า ปีศาจเข้าสิง แต่เธอก็ได้เสียชีวิตลงในขณะประกอบพิธีกรรม ทำให้บาทหลวงริชาร์ด ถูกจับดำเนินคดีข้อหา กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

เอริน บรูเนอร์ ทนายสาวได้เข้ามาทำหน้าที่แก้ต่างให้กับบาทหลวงริชาร์ด เธอต้องหาหลักฐาน เพื่อแสดงต่อศาลว่า บาทหลวงริชาร์ดไม่ได้กระทำ วิธีไล่ผีโดยประมาทแต่การตายของ Emily Rose มาจากสาเหตุอื่น ซึ่งแน่นอนว่าตัวเธอก็ไม่ได้เชื่อเรื่องพระเจ้าหรือปีศาจอะไรทั้งนั้นเธอเพียงต้องการว่าความให้บาทหลวงริชาร์ดผู้นี้ เพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเธอเองและบริษัทเองเท่านั้น แต่เธอก็ถือว่าเป็นทนายที่มีจรรยาบรรณและสู้เพื่อบาทหลวงริชาร์ดอย่างเต็มที่

ในระหว่างการขึ้นว่าความระหว่างอัยการ ฝ่ายโจทก์และทนายฝ่ายจำเลย จะมีการเปิดเผยเรื่องราวของ Emily Rose นับตั้งแต่เริ่มต้นที่เธอย้ายเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเจอเข้ากับเหตุการณ์ประหลาด การถูกบางสิ่งบางอย่างตามหลอกหลอน ไล่ไปจนถึงอาการผีเข้า หรือปีศาจเข้าสิง โดยเรื่องราวต่าง ๆ จะถูกเปิดเผยผ่านพยานทั้งฝ่ายอัยการและฝ่ายจำเลย เช่นหมอที่ดูแลอาการของเธอซึ่งเชื่อว่านั่นไม่ใช่อาการถูกปีศาจเข้าสิงแต่เป็นอาการลมชัก เพื่อนของเธอในมหาวิทยาลัยที่เราอาการแปลกๆ ของเธอเช่น ไม่กินอาหาร อดหลับ อดนอนอาการ ทำร้ายตัวเองมีเรี่ยวแรง ผิดมนุษย์มนา เห็นภาพหลอนของเธอตลอดเวลา นักมานุษยวิทยาที่เป็นพยานฝ่ายจำเลยที่ต้องการจะอธิบายว่านี่คือความเชื่อพื้นฐานของมนุษย์ทั่วทุกมุมโลกที่เกี่ยวข้องกับการถูกปีศาจสิง และปีศาจเป็นผู้ที่ทำให้เธอมีอาการบาดเจ็บ ไปจนถึงความตาย เรียกได้ว่าเป็นการนำเสนอเรื่องราวของ Emily Rose ผ่านมุมมองทางด้านวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา มานุษยวิทยา แบบยัอนไปย้อนมา (Flashback) ตามการนำเสนอของพยาน และเมื่อเปิดหลักฐานจากเทป ก็เริ่มเข้าสู่ความน่าสะพรึ่งกลัวของการไล่ผี จนท้ายที่สุด Emily Rose ก็ไม่สามารถต้านทานอำนาจของปีศาจได้เธอจึงเสียชีวิต

ก่อนอื่น The Exorcism of Emily Rose สร้างขึ้นจากเรื่องจริง ในช่วงปี 70 เกี่ยวกับพิธีกรรมการไล่ผีอันโด่งดังที่ทำให้ผู้ที่ถูกประกอบพิธีกรรมต้องตายขณะประกอบพิธีกรรมคือ Anneliese Michel ชาวเยอรมันนี เกิดและเติบโตในครอบครัวผู้เคร่งครัด ในคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งเธอก็มีอาการเป็นโรคลมชักมาตั้งแต่อายุ 16 ปี และได้รับการรักษาด้วยการให้ยามาตลอด และเมื่อเธอเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย เธอก็ยังได้รับการรักษาอยู่ แต่อาการของเธอเริ่มรุนแรงขึ้น มีอาการประสาทหลอน ไม่กินอาหาร กินแมลงสาบ เห็นภาพลวงตา เป็นภาพผีและปีศาจตลอดเวลา และเมื่อเธอมีอาการรุนแรง ถึงขนาดทำร้ายตัวเองไม่รับประทานอาหารทั้งครอบครัวของเธอจึงตัดสินใจให้ บาทหลวง 2 ท่านเข้ามาประกอบพิธีไล่ผี (Exorcism) ตลอดระยะเวลา เกือบ 10 ปีที่มีอาการผิดปกตินั้นเธอได้ถูกประกอบพิธีกรรมไล่ผีถึง 67 ครั้งและทุกครั้งก็จะมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น จนท้ายที่สุดเธอก็ได้เสียชีวิต และหลังจากนั้นก็มีการนำคดีนี้ขึ้นสู่ศาลและศาลก็ได้พิพากษาว่าบาทหลวงที่ทำพิธีกรรมไล่ผีมีความผิด ฐานทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนามีโทษจำคุก 3 ปีแต่ให้รอลงอาญาไว้ก่อน

และด้วยสาเหตุผลจาก ที่ภาพยนตร์ได้นำเค้าโครงเรื่องมาจากเหตุการณ์จริงยิ่งทำให้ The Exorcism of Emily Rose เป็นที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นสำหรับผู้ชมและถือได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างยิ่งเพราะว่าหลายคนได้รับรู้เรื่องราวคดีนี้ตั้งแต่ต้นจนจบแล้วแต่หนังจะมีวิธีการเล่าเรื่องอย่างไรที่ทำให้คนสนใจและติดตามชมแม้จะรู้บทสรุปตอนท้ายแล้วก็ตาม ซึ่งสำหรับผมแล้วถือว่าทางผู้กำกับและทีมงานสอบผ่านและวิธีการเล่าเรื่องให้น่าสนใจ

สำหรับผมแล้ว นับตั้งแต่ผมดู The Exorcism 1973 ก็ติดใจกับพิธีกรรมไล่ผีในโลกภาพยนตร์ทันที นับว่าเป็นหนังผีที่ขึ้นหิ้งภาพยนตร์สยองขวัญของโลกใบนี้ไปแล้ว แต่พอมาดู The Exorcism of Emily Rose (2005) ต้องบอกว่ามีความน่าสนใจมาก มีมิติมากกว่าการไล่ผี มีเรื่องการหักเหลี่ยมในชั้นศาล การหาหลักฐานและพยานมาล้มล้างซึ่งกันและกันเรียกเป็นภาพยนตร์แนวสยองขวัญที่ใช้แนวแนวทางในการเล่าแบบภาพยนตร์กฏหมายที่มีความสนุกน่าสนใจเลยทีเดียว

แม้จะเป็นแนวภาพยนตร์สยองขวัญเกี่ยวข้องกับการขับไล่ปีศาจซึ่งแม้ว่าจะมีอยู่อย่างมากมายแล้วก็ตาม แต่ในเรื่องนี้มีการเล่าเรื่องที่คมคาย ไม่ได้เล่าแบบตรงๆ หรือ ที่อ ๆ และก็ไม่ได้ทำให้เราเห็นว่า มีบทสรุปที่ชัดเจนว่า เป็นปีศาจเข้าจริ งๆ หรือเป็นอาการที่เกิดทางจิตจริง ๆ กันแน่ เรียกได้ว่าเราคนดูจะอยู่ในสถานะของลูกขุนที่จะเชื่อหรือไม่เชื่อ โดยฟังจากการอธิบายหรือหลักฐานที่อัยการหรือทนายความเล่าให้เราฟังนั่นเอง และเมื่อเราดูหนังเรื่องนี้จบลงแล้ว เราจะมีหน้าที่ตัดสินว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิดเหมือนคณะลูกขุนในภาพยนตร์นั่นแหละ

มีฉากและการตีความเรื่องผี ปีศาจ และเรื่องระหว่างโลกความเป็นกับความตายที่น่าสนใจมาก และฉากนี้นี่เอง เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง ว่าตัวละครเอกของเรื่องนั้นจะอยู่หรือจะไป

และหากมองให้ลงลึกไปกว่านั้นอีก การต่อสู้กันระหว่างอัยการฝ่ายโจทก์และทนายฝ่ายจำเลย ก็เปรียบเสมือนกับการหาหลักฐานมาสู้กัน หลักฐานที่เป็นภาพสะท้อนของความเชื่อความศรัทธาต่อพระเจ้ากับความไม่เชื่อ การต่อสู้กันระหว่างความถูกต้องและมนุษยธรรม การต่อสู้กันระหว่างความสว่าง (ในภาพยนตร์เปรียบเทียบเวลา 15:00 น) อันเป็นสัญลักษณ์ของพระเจ้า กราฟระหว่างความมืด(ในภาพยนตร์เปรียบเทียบเวลา 03:00 น) อันเป็นของของซาตาน

ในช่วงท้ายของภาพยนตร์นั้น มีการอธิบายเป็นตัวอักษรถึงบทสรุปของเรื่องราวในเหตุการณ์จริง และได้หยิบยกคำพูดของบาทหลวงผู้ประกอบพิธี นี้เอาไว้หลังจากตัดสินคดีความซึ่งเขาไม่ขออุทธรณ์ เขาได้พูดว่า

"นี่คือเรื่องของพระเจ้า ศาลที่ไหนก็ตัดสินไม่ได้"

นั่นเป็นนัยยะสำคัญที่ว่าไม่ว่าเหตุการณ์นี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริงก็ตาม เราก็ไม่อาจไปตัดสินหรือชี้ชัดได้เลย

ความดีงามอย่างหนึ่งของภาพยนตร์เรื่องนี้คือความสามารถในการแสดงของ Jennifer Carpenter ที่รับบทเป็น Emily Rose เธอได้ถ่ายทอดอารมณ์ความเจ็บปวดความกลัว ของตัวละครที่เธอได้แสดงไว้อย่างดีมากจนทำให้เราเชื่อว่า นี่คือการถูกปีศาจสิงจริง

The Exorcism of Emily Rose (2005) เป็นภาพยนตร์สยองขวัญแนวขับไล่ปีศาจที่มีมิติการเล่าเรื่องที่น่าสนใจและน่าติดตามอย่างยิ่ง อีกทั้งมีความแข็งแรงทางด้านเนื้อหาเพราะหยิบยกมาจากเหตุการณ์จริงที่เคยเป็นคดีความอันโด่งดังในช่วงยุค 70 หากใครเป็นแฟนแล้ว หนังไล่ปีศาจแล้ว ไม่ควรภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยประการทั้งปวง

8.5/10

วาทิน ศานติ์ สันติ

#MovieStation #สถานีหนัง

#หนังสยองขวัญ #หนังผี

#หนังไล่ผี #หนังไล่ปีศาจ

#หนังจิตวิทยา #หนังกฎหมาย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สถานีหนัง



ความเห็น (0)

หมายเลขบันทึก

661072

เขียน

14 Apr 2019 @ 16:39
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง
อ่าน: คลิก