บันทึกนี้ ตีความจากหนังสือ A World-Class Education : Learning from International Models of Excellence and Innovation (2012) (1) เขียนโดย Vivien Stewart บทที่ 6 Creating the Future คำคมประจำบันทึกนี้คือ การสอนเด็กตามแนวทางที่เราเคยได้รับการสอนในอดีต เป็นการปล้นอนาคตของเด็ก
การศึกษาในปัจจุบัน จึงต้องมุ่งพัฒนาเด็กไปมีชีวิตที่ดีในอนาคต ที่ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร เข็มมุ่งหลักมี ๒ ประการคือ สร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา และเสาะหา ทักษะที่ต้องการสำหรับการดำรงชีวิตในอนาคต ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับบริบทและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
ดังกล่าวในตอนที่ ๖ ลักษณะร่วมสำคัญของระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูง มี ๘ ประการ ได้แก่
- วิสัยทัศน์และภาวะผู้นำ
- กำหนดมาตรฐานสูงหรือท้าทาย
- มุ่งสร้างความเท่าเทียม
- ครูและผู้นำการศึกษาคุณภาพสูง
- ทำงานโดยมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน (alignment) และสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน (coherence)
- การจัดการและรับผิดรับชอบ
- แรงจูงใจของนักเรียน
- มุ่งเรียนเป็นพลโลก และเพื่ออนาคต
โดยที่แต่ละประเทศจะต้องประยุกต์หลักการทั้ง ๘ อย่างเป็นระบบ และคำนึงถึงบริบทและวัฒนธรรมของประเทศ ทำไปปรับปรุงไป ผมเรียกว่า ต้องดำเนินการระบบการศึกษาให้เป็น “ระบบที่เรียนรู้” (Learning Systems) เรียนรู้และปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี โดยมีกลไกพัฒนาคุณภาพต่อเนื่อง (CQI – Continuous Quality Improvement) ฝังอยู่ในระบบ
ความผิดพลาดที่พบบ่อยคือ การมองความไม่เท่าเทียมในการจัดสรรทรัพยากรแก่โรงเรียนว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา ความอ่อนแอของระบบการสรรหาครูและพัฒนาครู และการเปลี่ยนนโยบายโดยไม่มีขีดความสามารถในการดำเนินการการเปลี่ยนแปลงนั้น
สำหรับประเทศที่คุณภาพการศึกษาต่ำ และมีช่องว่างหรือความแตกต่างมาก มีคำแนะนำว่า รัฐบาลกลางต้องเข้าไปจัดการ แต่ก็มีคำแนะนำเสริมว่า ต้อง “ปลดโซ่ตรวน” โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง
หนังสือ A World Class Education แนะนำการดำเนินการ ๔ ประการในระดับรัฐและท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าจะพิจารณานำมาประใช้ในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาของไทย คือ
- 1. ชักชวนสาธารณชนร่วมกันแสดงความเห็น ว่าความรู้และทักษะที่คนทำงานต้องการในปี ๒๕๘๐ มีอะไรบ้าง สำหรับนำมาคิดมาตรฐานผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน
- 2. สร้างคณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงจากทุกภาคส่วนในพื้นที่ ได้แก่ผู้นำในระบบการศึกษาแต่ละระดับ, ภาคธุรกิจ, ภาคพ่อแม่, นักเรียน, และองค์กรชุมชน ร่วมกันเปรียบเทียบระบบการศึกษาของพื้นที่ กับระบบที่มีผลลัพธ์การเรียนรู้สูง และกำหนดแผน ๕ ปี เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง
- 3. กำหนดยุทธศาสตร์เพื่อเสาะหา คัดเลือก และส่งเสริมครู และผู้บริหารโรงเรียน ที่มีคุณภาพสูง และสนับสนุนให้ดำเนินการการเรียนรู้คุณภาพสูงในโรงเรียน
- 4. กำหนดยุทธศาสตร์ให้เกิดความเสมอภาคทางการศึกษา เป็นแกนหลักของระบบการศึกษา
เทคโนโลยีและนวัตกรรม
ในอนาคตอันใกล้ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจะเอื้อให้เกิดนวัตกรรมที่หลากหลายด้านการเรียนรู้ ได้แก่การเรียนรู้ที่จัดเฉพาะตัวนักเรียนแต่ละคน การเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้เมื่อไรและที่ไหนก็ได้ เป็นต้น เขาแนะนำให้หาทางใช้เทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ต่อไปนี้
- สร้างโอกาสให้นักเรียน เข้าเรียน “รายวิชาเสมือน” (virtual course) ผ่านระบบ ไอซีที ในหลากหลายวิชา ซึ่งจะมีประโยชน์เป็นพิเศษต่อนักเรียนในโรงเรียนที่ขาดแคลน
- สร้างช่องทางให้ครูได้รับการพัฒนา หรือคำแนะนำ จากครูสอนเก่ง (master teacher) ที่อยู่ไกลกัน รวมทั้งเป็นช่องทางให้เกิด “ชุมชนเรียนรู้” ในกลุ่มครูที่สอนวิชาเดียวกัน แต่สอนอยู่ในโรงเรียนที่ห่างไกลกัน
- ใช้ขยายเวลาเรียน ออกไปนอกเวลาเรียนตามปกติ หรือนอกภาคการศึกษา ช่วยให้มีความยืดหยุ่นของเวลาเรียน
- เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ให้บรรลุทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ โดยเฉพาะทักษะแก้ปัญหา และทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ
- ช่วยให้จัด “ห้องเรียนแห่งโลก” (global classroom) ได้ คือนักเรียนจากคนละซีกโลกเรียนด้วยกัน
- ช่วยให้นักเรียนทำการทดลองผ่าน online lab ได้ แม้ว่าโรงเรียนไม่มีเครื่องมือทางห้องปฏิบัติการ
- ช่วยให้นักเรียนมีเอกสารประกอบการศึกษาในหลักสูตร ที่เป็นเอกสารที่ดีที่สุดได้ ซึ่งก็คือ MOOCs (Massive Open Online Courses)
- ช่วยให้ครูประเมินความก้าวหน้า และให้ feedback ได้ทันทีหรืออย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอนานเป็นวันหรือสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเอื้อการเรียนของนักเรียนเป็นอย่างมาก
- เอื้อต่อการสื่อสารอย่างรวดเร็วระหว่างโรงเรียนกับพ่อแม่ผู้ปกครอง
- ช่วยการเรียนตามความต้องการของนักเรียนแต่ละคน ช่วยให้ข้อมูลหลักฐานการเรียนในขณะนั้น ว่านักเรียนต้องการความช่วยเหลืออย่างไร มีประโยชน์ยิ่งต่อนักเรียนที่เรียนช้า หรือต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
- ช่วยเอื้อการสร้างวิดีโอเกม สำหรับเป็นเครื่องมือช่วยให้การเรียนสนุกสนานน่าสนใจ ถูกจริตเด็กสมัยใหม่
ในอนาคตเมื่อมีระบบสื่อสาร 5G และระบบ AI ก้าวหน้า รูปแบบการเรียนรู้จะเปลี่ยนโฉมไปโดยสิ้นเชิง ในลักษณะ disruptive change
ประเทศต่างๆ ทั่วโลกต่างก็จัดระบบใช้ ไอซีที เอื้อให้เกิดระบบการศึกษาคุณภาพสูง เช่นเกาหลีจัดระบบติวเต้อร์ที่ใช้ทั่วประเทศ และจัดทำ e-textbook เป็นตำราเรียน ออนไลน์ ออสเตรเลียจัดระบบสาระความรู้ในหลักสูตร ที่เข้าถึงได้ทางออนไลน์ แก่ทั่วประเทศ และจัดให้มีข้อมูลโรงเรียนทุกโรงเรียนที่พ่อแม่เข้าไปดูได้ ทาง MySchool web portal จีนใช้เทคโนโลยีดาวเทียมช่วยให้ครูสอนเก่ง (master teacher) ในเมือง ช่วยฝึกครูในชนบทห่างไกล สิงคโปร์พัฒนาการบูรณาการ ไอซีที เข้าในระบบการศึกษาอย่างเป็นขั้นตอน คือ ขั้นตอนแรก ครูทุกคนได้รับการฝึก ไอซีที ขั้นตอนที่สอง มีโรงเรียนนำร่อง ใช้ ไอซีที ช่วยการเรียนเป็นทีม และเรียนโดยนักเรียนกำกับการเรียนของตนเอง (self-directed) ขั้นตอนที่สาม ขยายการดำเนินการในขั้นตอนที่สองสู่ทุกโรงเรียน ผ่านการพัฒนาครูและครูใหญ่ นอกจากนั้น สิงคโปร์ยังจัดทำ e-textbook ใช้ทั่วประเทศเช่นเดียวกันกับเกาหลี
เรียนร่วมโลก เพื่อพัฒนาวิธีจัดการเรียนรู้
สาระในตอนนี้ของหนังสือ เขียนสื่อกับวงการศึกษาอเมริกัน ผมได้ตีความนำมาเขียนใหม่ ให้เน้นสื่อสารต่อวงการศึกษาไทย
หลักการสำคัญคือ ปลูกฝังกระบวนทัศน์สำคัญสองประการให้แก่นักเรียน คือ กระบวนทัศน์มองโลกกว้าง มองออกไปนอกตัวเองนอกชุมชนที่ตนมีชีวิตอยู่ กับกระบวนทัศน์มองอนาคต ไม่หยุดอยู่แค่ทำความรู้จักสภาพปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่า ระบบการศึกษาของทุกประเทศต้องส่งเสริมการเรียนรู้นานาชาติ ซึ่งก็คือ การเรียนรู้ร่วมกันกับโรงเรียนในประเทศอื่นๆ โดยดำเนินการต่อไปนี้
ร่วมในโครงการวิจัยนานาชาติ
การวิจัยที่สำคัญยิ่งน่าจะเป็นการวิจัยตอบคำถามด้านการจัดการ หรือการวิจัยระบบการศึกษา เน้นคำถามที่นำไปสู่ผลลัพธ์การเรียนรู้ที่สูง และค่าใช้จ่ายต่ำ เช่น การอาชีวศึกษา และการฝึกทักษะอาชีพแบบใดที่ให้ผลดีที่สุดในศตวรรษที่ ๒๑ การดำเนินการอะไรที่มีผลลดการออกกลางคันได้ดีที่สุดในระดับ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา โจทย์วิจัยที่กว้างและซับซ้ อนทำนองนี้ จะนำไปสู่การคิดหา และเปรียบเทียบผล ของวิธีการที่หลากหลาย รวมทั้งเกิดความเข้าใจว่า มาตรการแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียเสมอ การเลือกมาตรการจะต้องเข้าใจว่า จะได้รับผลดีด้านใด และต้องยอมรับผลเสียในด้านใด
การวิจัยร่วมกัน ด้วยโจทย์เดียวกัน ในหลายประเทศ จะช่วยให้เข้าใจความสำคัญของบริบทสภาพแวดล้อม รวมทั้งเข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อการจัดการการศึกษา
เปิดโอกาสให้จังหวัด หรือเขตพื้นที่การศึกษาเข้าร่วมโครงการเปรียบเทียบ (benchmarking) นานาชาติ
โครงการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้นานาชาติที่เป็นที่ยอมรับนับถือ และสร้างการเรียนรู้เกี่ยวกับคุณภาพการศึกษามากที่สุดในปัจจุบันคือ PISA ซึ่งประเมินสมรรถนะของนักเรียนอายุ ๑๕ ปี ด้านการอ่าน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ หากประเทศไทยส่งจังหวัดที่เป็นเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเข้ารับการประเมิน และหาทางศึกษาเปรียบเทียบผลลัพธ์และวิธีการจัดการเรียนรู้ เทียบกับบางประเทศที่ผลการทดสอบได้คะแนนสูง ก็จะเกิดความรู้ความเข้าใจวิธีจัดการศึกษาให้มีคุณภาพสูง สำหรับนำมาพัฒนาวิธีจัดการเรียนรู้ของจังหวัดนั้น และเมื่อพิสูจน์ได้ว่า วิธีการที่พัฒนาขึ้นใช้ในจังหวัดนำร่องได้ผลดี ก็ดำเนินการขยายผลปรับใช้ในจังหวัดอื่นๆ หรือทั่วประเทศ
ส่งเสริมให้ครูและผู้บริหารการศึกษามีส่วนร่วมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้นานาชาติ
เพื่อส่งเสริมครูดีมีความสามารถ และใช้ประโยชน์คนเหล่านี้ให้มีบทบาทยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัด และประเทศ ควรส่งเสริมให้ครูสอนเก่ง (master teacher) ไปสังเกตการณ์ห้องเรียนในประเทศที่การศึกษามีคุณภาพสูงระดับโลก ผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีผลงานเด่นด้านยกระดับคุณภาพของผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ควรได้ไปฝึกปฏิบัติงานบริหารโรงเรียนในเวลาสั้นๆ (เช่น ๑ - ๓ เดือน) ในโรงเรียนของประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูงเด่นระดับโลก และในยุคที่ ไอซีที ก้าวหน้ามากเช่นปัจจุบัน การแลกเปลี่ยนเรียนรู้นานาชาติส่วนใหญ่อาจทำผ่าน ไอซีที
สร้างภาคีในต่างประเทศ
การสร้างภาคีเป็นความสัมพันธ์ระยะยาว เพื่อให้การศึกษามีมิติของความเข้าใจประเทศหรือสังคมอื่น ในกรณีนี้เพื่อการเรียนรู้ประเทศของสถาบันภาคีในมิติที่ลึก เชื่อมโยงเรื่องการศึกษากับเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ศิลปะ และอื่นๆ รวมทั้งเกิดการเรียนรู้ในมิติเชิงพลวัต ที่การศึกษาต้องปรับตัวเพื่อสร้างพลเมืองที่มีสมรรถนะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย
ควรเลือกเป็นภาคีกับโรงเรียนในประเทศที่มีคุณภาพการศึกษาสูง เพื่อเรียนรู้วิธีการจัดการโรงเรียนที่มีคุณภาพสูง รวมทั้งการจัดบรรยากาศการเรียนที่ส่งเสริมการเรียนรู้คุณภาพสูง โดยยึดหลักการว่า คนในวงการศึกษาต่างก็เป็น “บุคคลเรียนรู้” การแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากกันและกันมีคุณค่าเสมอ
ขอขอบคุณ นพ. สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. ที่กรุณาส่งหนังสือเล่มนี้มาให้
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ม..ค. ๖๒
ห้อง ๒๐๙ โรงแรมราชพฤกษ์ พาวิลเลี่ยน นครปฐม