ขอแสดงความยินดีกับหนูKMที่ได้รางวัลBlogยอดเยี่ยมจากสคส.

และขอแสดงความยินดีกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช
(ท่านวิชม ทองสงค์)ที่ได้รับเลือกเป็นศิษย์เก่าดีเด่นของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในปีนี้

หลุดดำ2

ผมไม่รู้ว่า จัดการความรู้ของต่างประเทศเป็นอย่างไร ถ้าถือว่าเป็นศาสตร์ทางการทหาร แล้วแพร่เข้ามาในภาคธุรกิจ โดยความหมาย

เพื่อนำความรู้มาใช้ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างลัดสั้นที่สุด

หากดู5องค์ประกอบการเป็นองค์กรเรียนรู้ของแชงเก้คือ
ร่วมฝัน
ทีมเรียนรู้
เป็นนายเหนือตนเอง
แบบแผนจิตสำนึก
และคิดเชิงระบบ
ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นหลักการกว้างๆที่ไม่มีตัวคุมวิสัยทัศน์หรือเป้าหมาย
จะฝันหรือมีเป้าหมายอย่างไรก็ได้ บอกเพียงว่า ถ้าให้เกิดพลัง คนในองค์กรต้องมีส่วนร่วม

วิถีทางศาสนา(พุทธ)เสนอว่าความรู้มี3ส่วนคือปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ

นอกจากนี้ยังมีตัวคุมความรู้ว่าต้องเป็นไปเพื่ออรรถประโยชน์3คือ
ประโยชน์ตน
ประโยชน์ผู้อื่น(สาธารณะ)
และประโยชน์ร่วมกัน
มันมากว่าwin-win (เพราะมีคุณธรรมอยู่ในความรู้ด้วย)

หัวใจสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียงคือ มีความรู้กับคุณธรรมกำกับ
ถ้าเป็นอย่างนี้ ความรู้กับคุณธรรมก็เป็นตัวเดียวกัน

ผมดีใจที่ได้ฟังอ.ประพนธ์นำเสนอแนวทางการจัดการความรู้ของสคส.ที่เชื่อมโยงกับความดีและความจริง ซึ่งก็คือ คุณธรรม

ผมเข้าใจว่า ศาสตร์ตะวันตก เมื่อหลุดพ้นจากการครอบงำที่ว่า
สรรพสิ่งเกิดจากการสรรสร้างของพระผู้เป็นเจ้า (พระเจ้าตายแล้ว) ก็ไม่มีทิศทาง (เพราะฉันคิด ฉันจึงมีตัวตน) เป็นระบบความรู้ที่มีพลังแต่ไม่มีทิศทางหรือเป้าหมายของชีวิต แตกย่อยไปไม่มีที่สิ้นสุดโดยจัดการความรู้กับโลกนอกตัว

ในขณะที่ทางศาสนาเน้นการจัดการความรู้ภายในตัวเพื่อนำไปสู่ความเข้าใจตนเอง เข้าใจโลก

ผมแนะนำให้ใช้อานาปนสติ เป็นแบบฝึกหัดการจัดการความรู้
รู้จักลมหายใจออก-เข้า ยาว-สั้น
รู้จักหน้าที่ของลมหายใจ ปรุงแต่งร่างกาย
กำหนดลมหายใจให้ละเอียดเพื่อทำให้ร่างกายรำงับ

ผมมีความรู้(ปริยัติ ปฏิบัติและปฏิเวธ)เพียงเท่านี้ ซึ่งเป็นความรู้3ขั้นใน16ขั้นเพื่อไปสู่การรู้จักตนเอง โดยที่ความรู้นี้เป็นไปตามอรรถประโยชน์3
ถ้ามีความรู้มากกว่านี้จะเล่าสู่กันฟังเพิ่มเติมครับ