
<p>ตอนที่ 1 https://www.gotoknow.org/posts… เขียนบันทึกเรื่องทั่วไปของค่ายใหญ่ ตอนที่ 2 จึงตั้งใจกำหนดหัวข้อย่อยว่าเป็นเรื่องของอุดมการณ์</p><p>เรื่องราวของเด็กกิจกรรมเรื่องหนึ่งที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจ ให้มีกำลังทำงานจิตอาสาและเสียสละคือเรื่องของอุดมการณ์ ที่ส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น มีเปลี่ยนแปลงแข็งอ่อนเข้มจางไปตามกาลเวลาและสถานการณ์บ้านเมือง เทคโนโลยีและนวัตกรรม แต่แม้เวลาจะล่วงเลยไปนานเพียงใด ความเห็นส่วนตัวยังมองว่าอุดมการณ์ ก็จะยังเป็นเครื่องมือและกลไกสำคัญของเด็กกิจกรรม</p><p>ชมรมประสานงานนักศึกษาเพื่อน้องผ้ด้อยโอกาสทางการศึกษา (ปนน.) มีหลักคิด หลักใจ อยู่หลาย ๆ อย่าง ที่ถูกส่งผ่านจากรุ่นสู่รุ่น 21 ปีผ่านไป ชมรมและกิจกรรม ก็ยังคงมีให้เห็น ความอบอุ่นและพลังศรัทธา ยังถูกส่งผ่านกิจกรรมเพื่อน้องผู้ด้อยโอกาส เสียงเพลงที่ขับขานในค่ายยังดังกึกก้องทั้งในช่วงพิธีกรรมและในหัวใจของชาวค่ายไม่เสื่อมคลาย แต่ละองค์กรกิจกรรม โดยเฉพาะค่าย มักจะมีเพลงค่ายเป็นเพลงปลุกใจและเป็นสิ่งรวบรวมพลังสมาธิเพื่อหลอมรวมใจให้เป็นหนึ่ง บางเพลงมีท่อนฮุกจนบางทีกลายเป็นคำขวัญหรือประโยคสำคัญเพื่อเรียกขวัญและพลังใจ ชมรม ปนน. เองก็มีเพลงชมรมอยู่หลายเพลง โดยเฉพาะเพลง “เราชาว ศนน.” ที่มีท่อนปลุกใจชาว ปนน.มาโดยตลอดว่า “เป็นดั่นพี่น้อง เพื่อนผองและกำลังใจ” หรืออีกเพลงที่มีท่อนเริ่มต้นว่า “เหนื่อยล้า ท้อใจมีบ้าง เดียวดายอ้างว้างความเหงาเข้ามาเยือนกาย </p><p>ความหวังเลือนลาง เส้นทางไปยังจุดหมาย จะดีหรือร้าย ขอเพียงใจเธอมั่นคง” โดยความเห็นส่วนตัวมองว่า เพลงก็สามารถส่งต่ออุดมการณ์จากรุ่นสู่รุ่นได้ </p><p>เราเคยมี Logo ชมรม และสัญลักษณ์ตุ๊กตาน่ารัก ๆ เพื่อเป็นมาสคอตชมรม แต่เมื่อเวลาผ่านไป ก็จางหายไปตามกาลเวลา … แต่เพลงยังอยู่</p><p>ปนน. มีสมุดบันทึกเล่มใหญ่ที่เขียนและจัดทำขึ้นใหม่เรื่อย ๆ เมื่อหน้ากระดาษเต็ม น่าจะเป็นซีรีย์ยาว ๆ หนึ่งเรื่องได้ถ้าทำเป้นละครในชื่อตอน “เพราะคิดถึง” ที่ทุก ๆ คนสามารถเขียนบันทึกได้ทุก ๆ เรื่อง ทั้งเรื่องสุขทุกข์ เรื่องเรียน รักใคร่ หรือแม้แต่ปัญหาชิตที่รุมเร้า สมุดบันทึกเล่มใหญ่ก็ช่วยเป็นที่ “ระบาย” เผื่อผ่อนคลายความตึงเครียดหรือความรักที่ล้นใจได้เป็นอย่างดี ตอนนี้ เราไม่มีที่ทำการชมรมให้ได้มานั่งจดจารเขียนบันทึก เรื่องราวของ “เพราะคิดถึง” จึงดูจางหายไปตามเวลาและปัจจัย</p><p>ตัวเอกที่จะเป็นส่วนสำคัญให้ “ปนน.” เข้มแข็งและสามารถส่งต่ออุดมการณ์ “ค่าย” ได้คือ คณาจารย์และรุ่นพี่ศิษย์เก่า เรามีต้นแบบของการเสียสละและผู้อุทิศตนเพื่อสังคมอย่าง รศ.ดร.สมจิต แดนสีแก้ว ที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมตั้งแต่ยังเป็นกลุ่มก่อนจดทะเบียนเป็นชมรมจนกระทั่งท่านเกษียณอายุราชการ นับรวม 20 ปี ที่ท่านอยู่ร่วมกับชมรม … ท่านคงมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับชมรม และแม้จะเกษียณอายุไปเมื่อกันยายน 2561 แต่เชื่อว่า อาจารย์สมจิต หรืออาจารย์แม่ของเราชาว ปนน. ก็จะยังเป็นที่ปรึกษาและเป็นขุมทรัพย์ทางใจให้เราชาว ปนน. เช่นเคย </p><p>รุ่นพี่ศิษย์เก่า ก็สำคัญมิใช่น้อย น้อง ๆ ไปจัดค่ายที่ไหน เป็นต้องตามไปให้กำลังใจ และช่วยกำลังกายอยู่ไม่เคยขาด แถมกำลังทรัพย์ก็ยังคอยเจียดมาให้น้อง ๆ ได้ใช้หล่อเลี้ยงชีวิตในค่ายได้เสมอมากบ้างน้อยบ้างตามกำลัง และเชื่อว่าเป็นอีกมิติหนึ่งที่ช่วยเสริมเรื่องอุดมการณ์แห่งการเป็นผู้เสียสละ</p><p>นอกจากที่เล่ามา พวกเราหลายคน หลังจากเรียนจบแล้ว ก็ยังเคารพนับถือกันเป็นพี่น้องที่ส่งมอบความปรารถนาดีแก่กันเสมอ ๆ เป็นเพื่อนที่สนิทกว่าในชั้นเรียน เป็นพี่น้องต่างบิดามารดาที่คุยกันได้มากกว่าคนในครอบครัว (ในหลาย ๆ เรื่อง) และเป็นกำลังใจสำคัญในการก้าวผ่านวิกฤตของชีวิต…หรือที่เรียกว่า “กัลยาณมิตร” ที่สำคัญต่อลมหายใจ</p><p>ค่าย จึงไม่ได้หมายถึงเพียงกิจกรรมที่ออกไปทำ ไปสร้าง ไปมอบให้ แล้วกลับ แต่ค่ายมีเรื่องเล่ามากมาย…รวมถึงอุดมการณ์ ความรัก ความสุข ความทรงจำ</p><p>แล้วเดี๋ยวจะมาบันทึก ตอนที่ 3 ให้อ่านนะครับ คิดว่าน่าจะบันทึกเรื่องดีงามในค่ายที่ยางคำพิทยาคมครับ</p><p>ณ มอดินแดง</p><p>24 ธันวาคม 2561</p>