๒๔๘. สมการพอเพียง..เพียงพอแล้วสำหรับการเรียนรู้สู่การปฏิบัติ..

"ความพอเพียง นั้นเป็น "ผล" ไม่ใช่ "เหตุ" ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งจะทำให้เกิดผลที่สุดคือ ความสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หรือก็คือ ความยั่งยืน"

          ผมชอบอ่านบทความของ อ.ต๋อย ซึ่งเป็นนามปากกาของท่านอาจารย์ฤทธิไกร ไชยงาม แห่งมหาวิทยาลัยมหาสารคาม อ่านครั้งคราใดได้ความรู้เกี่ยวกับปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทุกครั้ง ท่านรู้จริงและค้นคว้าอย่างตั้งใจใน“ศาสตร์พระราชา”

      วันนี้..ในบทความของท่านบอกว่า บุคคลที่เข้าใจคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ ๙ มากที่สุดในโลกคนหนึ่ง คือ อ.ยักษ์ ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร เหมาะสมอย่างยิ่งแล้ว ที่ท่านได้รับเลือกให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ อยู่ในขณะนี้ ...

          อ.ต๋อย พบ อ.ยักษ์ในYouTube  และมีความรู้สึกว่าYoutube ที่ทำให้การเรียนรู้จากผู้อื่นเป็นเรื่องง่ายยิ่งนัก อินเตอร์เน็ตทำให้เราเข้าสู่ยุค "ครูไม่รู้จักศิษย์" เรียบร้อยแล้ว

          อ.ต๋อย ตีความคำสอนของในหลวง ร.๙ ตามความเข้าใจ อ.ยักษ์ ด้วย "สมการความพอเพียง" นั่นคือ ความรู้ + ความดี = ความพอเพียง

          จากบทความของ อ.ต๋อย มีหลายข้อความที่น่าสนใจ ตรงกับความรู้สึกของผมที่เคยคิดแต่ไม่เคยเขียนที่ไหน ผมเข้าใจถูกหรือไม่? คงไม่ใช่ประเด็นแต่อย่างใด ความรู้ใหม่ๆต่างหาก ที่ท่านผู้อ่านน่าจะลองคิดตาม อาจได้ทั้งความรู้และความคิดเพิ่มเติมก็เป็นได้

          สมการพอเพียง ที่ อ.ต๋อย ถอดบทเรียนจากถ้อยคำ ที่อ.ยักษ์ มักจะเน้นย้ำอยู่เสมอว่า...

          "ความพอเพียง นั้นเป็น "ผล" ไม่ใช่ "เหตุ" ความพอเพียง คือ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ซึ่งจะทำให้เกิดผลที่สุดคือ ความสมดุลและพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง หรือก็คือ ความยั่งยืน"

        มิน่าเล่า..หลายคนเข้าไม่ถึง บางคนไม่เข้าใจเพราะไม่ได้ศึกษา การตีความและเข้าใจแบบกลับทาง จะยิ่งยากและเพิ่มความรู้สึกที่ผิดๆ อย่างเช่นข้อความต่อไปนี้...

        “ดังนั้น ๓ ห่วง ก็คือ "ผล" ไม่ใช่ "เหตุ" การเอาผลมาอธิบาย จึงยากที่จะเข้าใจจน สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสิ่งที่พูดกันนั้นใครๆ ก็พูดได้ เปรียบเสมือนคนไม่ดี (หรือพระไม่ดี) เอาธรรมะหรือความดีของพระพุทธเจ้ามาสอน”

         สมการพอเพียง..ความกระจ่างชัดเริ่มต้นที่การสอนศาสตร์พระราชา  ต้องเน้นไปที่ "เหตุ" เหตุที่นำมาสู่ "ผล" ต้องสอนด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเองเสียก่อน สอนด้วยการเป็นแบบอย่าง  "เหตุ" ของความพอเพียงคือ "ความรู้" และ "ความดี" (ความดีก็คือมีคุณธรรม) ดังนั้น จึง สามารถเขียนเป็นสมการความพอเพียงเป็น ความรู้ + ความดี = ความพอเพียง

         อ.ต๋อย อธิบายสมการพอเพียง..หลังจากที่ได้ถอดบทเรียนเสร็จเรียบร้อย เป็นคำอธิบาย ที่ชัดเจน น่าฟังมาก และผมก็น้อมรับตลอดจนเชื่อมั่นว่านี่คือความจริงทางวิชาการและทักษะชีวิต อ.ต๋อย ได้กล่าวไว้ว่า...

         ความรู้ ... จะทำอะไรต้องมีความรู้ ต้องใช้ความรู้ เริ่มจาก..

         รอบรู้ คือ รู้จักตนเอง รูู้ศักยภาพของตนเอง รู้จักประมาณในตนเอง รู้ลึกรู้ละเอียดในสิ่ง ที่จะทำ เช่น จะเลี้ยงกุ้งต้องรู้เรื่องกุ้ง รู้วงจรชีวิตกุ้ง รู้วิธีการเลี้ยงกุ้ง ฯลฯ รู้รอบและรู้กว้างขวางในสิ่งที่เกี่ยวข้องครอบคลุม ๔ มิติ

         รอบคอบ เมื่อจะลงมือทำอะไร ต้องรอบคอบ รอบคอบในการใช้ความรู้ คิดพิจารณาถึง เหตุผล มีเหตุมีผลในการลงมือทำ

         ระมัดระวัง คือ จะต้องระมัดระวังในการลงมือทำ วางแผนป้องกันเหตุหรือความเสี่ยงที่ อาจจะเกิดขึ้น อย่างรอบด้านครอบคลุม ๔ มิติ

         ความดี ... ต้องเป็นผู้มีคุณธรรม..

         คุณธรรมกำกับใจคือ ความซื่อสัตย์ สุจริต ก่อนจะทำอะไรต้องคิดพิจารณาเรื่องนี้ก่อน  คุณธรรมที่สำคัญที่สุดคือ "ความเพียร" ก็คือ การลงมือทำด้วยตนเอง พึ่งตนเอง และ มีความขยันและอดทน

         เมื่อสามารถพึ่งตนเองได้แล้ว ก็ให้เอื้อเฟื้อ แบ่งปัน ผู้อื่น

         วันนี้พอแค่นี้ครับ ... ต่อไปนี้ ผมจะใช้สมการแห่งความพอเพียงของ อ.ต๋อย สอน ตนเองก่อนแล้วนำไปสอนในห้องเรียน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับครู เป็นประตูสู่ความพอเพียงที่มั่นคงและยั่งยืน

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๔  ตุลาคม  ๒๕๖๑

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

พอเพียงก็เพียงพอค่ะอาจารย์

เขียนเมื่อ 

ขอบพระคุณครับท่าน ผอ. มากครับ …มีความสุขมากเมื่อได้อ่านบันทึกนี้ …. ขอชื่นชมและเชียร์ให้ท่านเขียนตัวอย่างการปฏิบัติหน้างานเหมือนที่ท่านได้ทำต่อไปให้มากที่สุดครับ … เพราะ หลังจากนี้อีกไม่กี่ปี โรงเรียนของท่านจะกลายเป็นต้นแบบของ โรงเรียนที่เป็นมหาวิชชาลัย “ปูทะเล” ให้คนได้รู้ตาม … (เราเข้าสู่ยุค “ครูไม่รู้จักศิษย์” เรียบร้อยแล้ว)

ขอบคุณครับ นอกจากอาจารย์จะให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ผมแล้ว ยังให้กำลังใจผมอีกด้วย จะจดจำไว้ไม่มีวันลืมเลือน