มโน... มรณา (5-20)


         เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (25 ต.ค.61) ได้รับจดหมายจาก สภากาชาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ผู้เขียนบริจาคเลือดเป็นประจำ นับครั้งล่าสุดคือ 28 ครั้ง ตลอดช่วงที่ผ่านมา ไม่เคยมีจดหมายจากสภากาชาดไทยมาถึงบ้านแม้แต่ครั้งเดียว การบริจาคเลือดผ่านไปด้วยดีทุกครั้ง ไม่เคยมีปัญหาใด ข้อความตอนหนึ่งดังนี้...

     “...ในการตรวจทางห้องปฏิบัติการพบว่าผลการตรวจไม่ชัดเจน จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านมาทำการตรวจโลหิตซ้ำเพื่อให้ทราบผลที่แน่นอนอีกครั้ง...”

         อ่านซ้ำอีกครั้ง... มันยังไงนะ หรือว่าเดี๋ยวนี้มีระบบคัดกรองเลือดที่เข้มข้นขึ้น ผู้เขียนมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองดูแลสุขภาพดี ไม่มีโรคประจำตัว ไม่เคยกินยาประจำใดๆ บริจาคเลือดประจำตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ปี 2  ผลการตรวจร่างกายประจำปี ไม่มีปัญหา ทั้งน้ำตาลในเลือด ค่าตับ ค่าไต หัวใจ ปอด ไทรอยด์ ความดันโลหิตปกติ (ออกไปทางต่ำไปด้วยซ้ำ) น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติ ฯลฯ เรียกว่า สุขภาพดีเว่อร์ (แม้บางครั้งจะแอบรู้สึก เดี้ยงๆ บ้างอยู่เหมือนกัน)

          เอาล่ะสิ... เพิ่งไปงานศพรุ่นพี่อายุไม่มากนัก เป็นนักวิ่ง สุขภาพดีมาตลอด แต่มาพบโรคร้าย รักษาเพียง 6 ดือนก็จากไปอย่างรวดเร็ว  คนเรานี่ มันแน่เสียเมื่อไร ใครจะไปรู้เล่าว่าใครเหลือเวลาในชีวืตอีกเท่าไร

คิดต่อไปว่า...แล้วที่ถึงขั้นต้องมีหนังสือมาให้เราไปตรวจเลือดซ้ำนี่ มันโรคร้ายแรงอะไรหนอ อย่างเรานี่น่าจะเป็นโรคอะไรได้บ้าง หรือช่วงหลังไม่ได้ออกกำลังกายเลย (นอกจากเดิน) คลอเลสเตอรอลสูงหรือเปล่า หรือว่าตับอักเสบ (เพราะที่บ้านมีผู้เป็นพาหะโรคตับอักเสบบีอยู่) หรือค่าไตสูงเกินไป ช่วงหลังกินฟ้าทะลายโจรกับเห็ดถั่งเช่าหลินจือบ่อย (แต่ไม่ได้กินตลอด และงดก่อนไปบริจาคเลือด 3 วันแล้ว) เอ... การตรวจคัดกรองเลือดนี่คงไม่ได้ตรวจค่ามะเร็งให้หรอกมั้ง  ส่วนเรื่อง HIV ซิฟิลิส นั้น ปิดประตูไปได้ ไม่มีความเสี่ยงแน่นอน ไม่เคยรับเลือด เจาะหู ไม่ได้ฉีดวัคซีน ความเข้มข้นเลือดในการไปบริจาคครั้งล่าสุดก็ดีกว่าอีกหลายๆ ครั้งด้วยซ้ำ ฯลฯ 

   เฮ้อ... ตกลงจะเป็นโรคอะไรได้อีกล่ะนี่ จะปรึกษาพี่สาว ก็... ไม่เอาดีกว่าเดี๋ยวพี่เป็นห่วง คิดๆๆๆ ไปคนเดียวนี่ล่ะ คิดๆๆๆๆๆๆ ภาษาปัจจุบันก็ “มโน” ไปเรื่อยๆ จนรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงไปเลย

        เอาล่ะ... ไม่ว่าเราจะเป็นอะไรก็ตามที ลองคิดต่อไปว่าเราต้องเตรียมตัวอย่างไร จัดการเรื่องการงานอย่างไร กำลังจะรับงานในหน้าที่ใหม่ด้วย ใครจะทำต่อจากเรา ถ้าป่วยจะรักษาตัวที่ไหน จะเหลือเวลาเตรียมตัวเท่าไร พินัยกรรมส่วนตัว (มีสมบัติอันน้อยนิด) ก็ยังไม่ได้เขียนไว้ให้เรียบร้อย บ้าน ที่ดินเล็กๆ ชื่อเรา เงินที่เหลือในธนาคาร หนังสือมูลค่ามหาศาลที่สะสมมานานตลอดชีวิต ต้นไม้แสนรักของเรา โหยยยยยย... ที่อยากไปเที่ยวยังมีอีกเป็นหางว่าว... ถ้าป่วยนี่ คงจะไม่ได้ไปล่ะ งานศพเราจะจัดที่วัดเล็กๆ ใกล้บ้าน สวดอภิธรรมสัก 3 คืนก็พอ เผาเลยนะ ไม่ต้องเก็บอัฐ โปรยทิ้งแม่น้ำเป็นอาหารเต่าปลาไป ไม่ต้องขอพระราชทานเพลิงศพ (มีขั้นตอนมาก) พี่ๆ หลานๆ เราไม่มีใครรับราชการจะยุ่ง ทำไม่ถูกขั้นตอนจะลำบาก จะพาลให้เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ที่ทำงานจะต้องวุ่นวายกับงานศพของเรา.... ฯลฯ

        พอ “มโน” จนเหนื่อยเพลียได้ที่แล้ว ก็ให้รู้สึกว่าคนเราจะตายแต่ละทีก็ดูจะยุ่งยากอยู่ไม่น้อย มีอะไรต้องจัดการตระเตรียมมากมาย  แล้วก็มานั่งขำๆ ตัวเอง นี่ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นโรคอะไร เรายังมโนไปได้มากมายถึงเพียงนี้ เออหนอคนเรา ช่าง “ปรุงแต่ง” ได้มากมายเกินบรรยาย เลยบอกตัวเองว่า... เป็นอะไรก็ช่างเถอะ ตอนนี้ง่วงแล้ว นอนดีกว่า... ฮาๆๆๆๆๆๆ

        เช้ารุ่งขี้น สายๆ รีบโทรไปตามเบอร์ติดต่อในหนังสือที่ส่งมา เพื่อถามว่าสถานที่ที่จะต้องไปตรวจเลือดซ้ำนี่ อยู่ที่ไหน ตึกเดียวกับที่ไปบริจาคเลือดหรือไม่ จะได้ไปถูกไม่ต้องเสียเวลา เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจคัดกรองโลหิต รับสายบอกว่าใช่แล้ว ตึกเดียวกัน จึงลองถามว่า ที่ว่า... “ผลการตรวจไม่ชัดเจน” นี่ แปลว่าอะไร เป็นโรคร้ายแรงอะไรเปล่า บอกได้ไหม เขาก็ขอหมายเลขประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก ชื่อสกุล วันเดือนปีเกิด สักพัก ก็บอกมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ว่า...

        “อ้อ...เป็นแบบคนส่วนใหญ่ของผู้บริจาคเลือดครับ ตรวจพบสารที่ขัดขวางการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ไม่มีเชื้อหรือร้ายแรงอะไร โดยมากเกิดจากผู้บริจาคเลือดกินอาหารเสริมหรือสมุนไพรต่างๆ ก่อนมาบริจาคเลือด...” 

         สรุปว่าไม่ต้องตกใจ เป็นเรื่องปกติ พบแบบนี้มากในปัจจุบัน เพราะคนนิยมกินอาหารเสริม วิตะมิน สมุนไพรต่างๆ ให้เว้นการบริจาคเลือดไป 6 เดือน ก่อนบริจาคใหม่ก็ให้ตรวจเลือดก่อนเท่านั้น คิดต่อไปว่า...เขาก็เขียนข้อความแบบกลางๆ นะ แต่เราไปตีความขยายความต่อไปจนยืดยาว ทำเอาร่างกายเปลี้ยเพลียแรงเกือบ “ป่วย” ตามที่ปรุงแต่งเสียแล้วเรา

          เฮ้อ... ลุ้นซะแทบแย่ว่าจะได้โรคอะไร ในที่สุดก็ยังไม่ได้ (โรค) มา แต่ได้ “แผนการเตรียมตัวตาย” ฉบับเกือบสมบูรณ์แล้ว ฮาๆๆๆๆๆๆ อย่างนี้นี่เองที่เขาเรียกกันว่า “มโน” จนเกือบ “มรณา”  ทั้งที่ฟัง/อ่าน ธรรมะที่ครูบาอาจารย์ท่านพร่ำสั่งสอนเรื่องการเตรียมตัวตาย การฝึกตายเสียก่อนตาย บ่อยๆ แต่ไม่ซาบซึ้งใจเพราะยังไม่มีประสบการณ์ตรง ครั้งนี้น่าจะถือเป็น “สอบย่อย” ให้เก็บ “คะแนน” ก่อน “สอบไล่” ก่อนก็แล้วกันนะ

             ยิ้มมมมมมมมม... ดีจังตอนนี้ยังพอมีเวลา เตรียมตัวก่อนสอบไล่... (✿◕‿◕)♪✿♪♡

                  …ขอบคุณค่ะ...   
หมายเลขบันทึก: 656102เขียนเมื่อ 22 ตุลาคม 2018 09:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 22 ตุลาคม 2018 09:47 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลงจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (4)

หายไปนานเลยนะค่ะ ดีใจค่ะมาเขียนบันทึกให้อ่านอีกครั้ง

ขอบคุณค่ะ คุณแม่มดดีใจเช่นกันค่ะที่ได้กลับมาบ้านเดิมและได้พบกัลยาณมิตรเช่นเดิม :)

ขอบคุณค่ะ เคยมีประสบการณ์เช่นกันค่ะ ทำข้อสอบย่อยบทหนึ่ง กว่าจะถึงเช้าเตรียมชีวิตไว้หลายด้าน เวลาผ่านเนิบช้าค่ะ

ขอโทษด้วยนะคะ เพิ่งมาดูคอมเม้นท์ค่ะ

ความจริง…ธรรมชาติก็กรุณาต่อมนุษย์มาก ค่อยๆ ส่งบททดสอบย่อยๆ เป็นการเตือน มาให้เราเป็นระยะๆ เพียงแต่หลายครั้งเราเองที่ไม่ตระหนักถึงคำเตือนนั้น

ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี