ถอดบทเรียน : เปิดประตูสู่การเรียนรู้ระหว่างเครือข่าย

เขียนบทแรกไว้ที่ https://www.gotoknow.org/posts... นับว่าเป็นจุดแข็งของงานอนามัยแม่และเด็กของเขต 4 ที่ศูนย์อนามัย โดย cluster แม่และเด็กมีเป้าหมายการขับเคลื่อนงานชัดเจน โดย อ.ดร.สุพัฒนา ธรรมวงศ์ หรือพี่กี เป็นผู้นำทางความคิดและการทำงานแบบพุ่งชนและเชื่อมประสาน ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ สะท้อนปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ “ข้อมูลเข้าถึงผู้บริหาร และทำงานแบบเข้าใจคนในพื้นที่”

ในเวทีเรียนรู้ KM&R2R จึงเป็น Learning space ภายใต้ความเป็นกัลยาณมิตรสูงมาก เราจัดให้แกนนำ(key man)ของแต่ละจังหวัดในเขต 4 มาเรียนรู้การใช้เครื่องมือ R2R เพื่อขับเคลื่อนงาน “อนามัยแม่และเด็ก” เกิดผลงาน 15 ผลงานและมีผลงานที่ปิด Gap ที่น่าสนใจทางผู้จัดจึงเชิญมาเรียนรู้เพื่อจัดการความรู้ผ่านการเขียน manuscript 9 เรื่อง มีทั้งงานที่ตอบโจทย์การขับเคลื่อนงานแม่และเด็กในเครือข่ายปฐมภูมิ การพัฒนานวัตกรรมเพื่อให้สามารถติดตามหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่ได้อย่างใกล้ชิด รวมถึงเทคนิคการดูแลหญิงหลังคลอดเพื่อสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ การสนับสนุนการคลอดแบบธรรมชาติ

เมื่อสกัดออกมาจะเห็นได้ว่าผลลัพธ์ที่เกิดจากการนำเครื่องมือ R2R มาใช้สามารถปิด Gap หรือลด Gap สอดรับตัวชี้วัดตามนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ANC, การคลอดปลอดภัย และการดูแลหญิงหลังคลอด ตลอดจนการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ แต่ผลงานในกลุ่มส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัยยังมีผลงาน R2R น้อย(แต่ช่วงไปถอดบทเรียนไปพบที่จังหวัดอ่างทองทำได้ค่อนข้างดี)รวมไปถึงเรื่องความเสี่ยง

จากบทเรียนนี้ได้สรุปกับตัวเองได้ว่า

เพื่อไม่ให้คนทำงานเหนื่อยและหนักเกินไป การเริ่มต้นทำ R2R หรือ KM นั้นนำ Policy +Evidences Base +KPI มาร่วมทำ Research Gap จะทำให้เกิดการสะท้อนภาพการทำงานของคนหน้างานได้ชัดเจนขึ้น และผลลัพธ์จากการใช้เครื่องมือเหล่านี้นอกจากจะแก้ GAP และตอบตัวชี้วัดเคลื่อน Policy ได้แล้ว ยังสามารถสร้างคนทำงานให้เกิดกระบวนการคิดที่เป็นระบบมากขึ้น

22-10-61