บทเรียนจากการสูญเสียซ้ำแล้วซ้ำเล่า

      3 วันที่ผ่านมาเราได้สูญเสีย น้องร่วมวิชาชีพจากอุบัติเหตุสะเทือนใจ กรณีนายตำรวจ ยศ ร.ต.อ. ใน จ.บุรีรัมย์ ขับรถปิกอัพเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนประสานงากับรถพยาบาลของร.พ.ประโคนชัย โดยรถพยาบาลคันดังกล่าว ประสบเหตุขณะลำเลียงสาวท้องแก่ใกล้คลอดมาจากโรงพยาบาลประโคนชัย เพื่อจะส่งไปทำคลอดที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ซึ่งสร้างความสลดหดหู่ให้แก่วิชาชีพพยาบาลยิ่งนัก เพราะเหตุการณ์นี้ เราสูญเสียน้องพยาบาล น.ส.สุดารัตน์ เชื่อมาก หรือน้องดา อายุ 25 ปี พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพชุมชน (รพ.สต.) เขาคอก อ.ประโคนชัย ทั้งที่น้องพึ่งเรียนจบมาทำงานได้ไม่กี่ปี และเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว     

    และสำคัญคือ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ทั้งที่บาดเจ็บสาหัส พิการ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต แต่เราก็ยังเป็นวิชาชีพที่ถูกมองข้าม หลัง ๆ มานี้ น้อง ๆ ไม่ได้รับการบรรจุเข้ารับราชการ ความเหลื่อมล้ำของวิชาชีพเรากับตำรวจ ทหาร หรือวิชาชีพอื่น ๆ ยังมีให้เห็น หรือเป็นเพราะเพศสภาพ ความเป็นหญิง เป็นชาย และการถูกตรึงด้วยอำนาจอะไรก็ตามที่เราไม่มีสิทธิ์ มีเสียงที่จะเรียกร้องได้ เราต้องเผชิญกับความเป็นความตาย ความเสี่ยง เชื้อโรคมากมาย สิ่งที่ดิฉันอยากให้ทบทวนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ และที่ผ่าน ๆ มา คือ

  • การบรรจุข้าราชการสำหรับพยาบาลที่เป็นวิชาชีพจำเป็นต่อระบบสุขภาพทำไมจึงติดขัดในเมื่อวิชาชีพอื่นทำได้ 
  • การเยียวยาด้วยสินไหมทดแทนตามพรบ.อุบัติเหตุ เพียงพอหรือไม่ 
  • การปูนบำเหน็จมีให้เฉพาะตำรวจทหารเท่านั้นหรือที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่
  • มาตรฐานของรถกู้ชีพต้องปรับปรุงหรือไม่ ใครต้องรับผิดชอบ จะจัดระบบให้ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย พยาบาล และบุคลากรอื่นๆ อย่างไร

    หรือจะรอให้คนเบื่อหน่ายหันหลังจากวิชาชีพ หรือถอยหลังเข้าคลองเพราะความเหนื่อยเหนื่อยจากระบบที่ไม่ได้สนับสนุนการทำงานในปัจจุบัน ถามว่าที่ทำงานอยู่ในระบบปัจจุบันรุ่นเก่า ๆ ท่องคำว่าเสียสละ อดทนเพื่อประชาชนค่ะ ประกอบกับระบบข้าราชการที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่น้องรุ่นหลัง ๆ หากระบบสนับสนุนไม่ดีจริง ค่าตอบแทนไม่จูงใจ การที่คนจะคงอยู่ในงานอาจจะไม่นานอย่างที่คิด ระบบสุขภาพจะเป็นอย่างไร ฝากไว้เผืื่อมีท่านใดผ่านมาได้อ่านนะคะ                

  วันที่ 21 ตุลาคม เป็น “วันพยาบาลแห่งชาติ” ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หรือ “สมเด็จย่า” ของปวงชนชาวไทย  ดิฉันยังคง น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จย่าผู้ทรงให้ความสำคัญกับวิชาชีพพยาบาลเท่าเทียมกับวิชาชีพอื่น ๆ  และขอเชิดชูบุคคลผู้เสียสละเพื่อผู้ป่วยจนชีวิตหาไม่ คือ น.ส.สุดารัตน์ เชื่อมาก ขอให้น้อง จงไปสูภพภูมิที่ดี  

  1. สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการพยาบาลไทยอย่างหาที่สุดมิได้


2.นางสาวสุดารัตน์ เชื่อมาก พยาบาลวิชาชีพ ผู้เสียสละ ...สุข สงบ ในสัมปรายภพ นางฟ้าของวิชาชีพ


เขียน...Kwansuda Boontoth

ภาพ จากอินเตอร์เน็ต และ เว็ปไซต์ chaoprayanews