Reflection จากชุมชน

Reflection

 

Home visit ครั้งที่ 1

รู้สึกอย่างไร

          เริ่มแรกที่รู้ว่าจะได้ไปเยี่ยมบ้านก็รู้สึกตื่นเต้น แต่หลังจากนั้นความตื่นเต้นก็เริ่มกลายเป็นความกลัวและกังวล คิดมากในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องที่ว่าคนไข้จะเป็นแบบไหน เราจะเข้าหาเขายังไงดี ถึงเวลาทำจริงแล้วเราจะทำได้หรือเปล่า ครั้งนี้ไม่ได้มีอาจารย์คอยอยู่ใกล้ๆ ให้ปรึกษาเหมือนที่ผ่านมา สิ่งที่รู้เกี่ยวกับคนไข้ก็มีแค่ข้อมูลคร่าวๆ เรียกได้ว่าแทบไม่รู้อะไรเลยดีกว่า แต่ก็ยังโชคดีที่ครั้งนี้ไม่ใช่การออกไปคนเดียว ยังมีเพื่อนร่วมกลุ่มอีกสองคนมาคอยช่วยกันคิดช่วยกันทำ เราไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว คิดได้แบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นหน่อย และยิ่งใกล้วันไป ความตื่นเต้นก็เริ่มกลับมา

 

ได้เรียนรู้อะไร

          ได้เรียนรู้การเผชิญหน้ากับสิ่งที่เหนือความคาดหมาย ตอนแรกที่ได้ข้อมูลคือคนไข้ติดเตียงและใส่สาย NG Tube เราก็คิดว่าน่าจะพอคุยกันรู้เรื่องเหมือนคนไข้ Stroke ที่เคยเจอมา แต่เมื่อไปถึงที่จริงๆ คุณยายนอนติดเตียงแบบแทบจะไม่ขยับตัว พูดไม่ได้ ยังดีที่ฟังรู้เรื่องและทำตามคำสั่งได้ นั่นทำให้ได้เรียนรู้การปรับตัวเข้ากับสิ่งที่เจอ เรียนรู้กระบวนการคิดและการดูแลของญาติคนไข้ที่สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี รวมถึงได้เรียนรู้เทคนิคจากเพื่อในกลุ่ม เพราะบางอย่างเราก็ไม่เคยได้ทำตอนฝึกงานจนอาจจะหลงลืมขั้นตอนไปบ้าง ก็ได้มารื้อฟื้นกันใหม่ในครั้งนี้

 

จะพัฒนาตนเองอย่างไร

          ด้วยความที่ไปครั้งแรกแบบยังไม่ค่อยรู้ข้อมูล ทำให้เป็นการไปแบบงงๆ ยังไม่ค่อยแน่ใจในหลายๆ อย่างเกี่ยวกับคนไข้ จึงรู้สึกว่าบางเรื่องญาติคนไข้ยังรู้ดีเสียกว่า ทำให้อยากจะพัฒนาองค์ความรู้ของตัวเองให้มากขึ้น เพื่อที่จะสามารถให้คำแนะนำและสอนญาติได้อย่างมั่นใจ และจะมีการเตรียมพร้อมสำหรับครั้งต่อไปให้มากขึ้น จัดสรรเวลาและแบ่งหน้าที่กับเพื่อนอย่างเป็นระบบเพื่อใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุดและไม่ทำให้คนไข้เหนื่อยโดยใช่เหตุและอาจจะพาลไม่อยากฝึกต่อ

 

Home visit ครั้งที่ 2

รู้สึกอย่างไร

          ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง แต่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้ไป ความตื่นเต้นมีมากกว่าความกังวลเพราะครั้งนี้เราเตรียมพร้อมมากกว่าครั้งแรก เราวางแผนกันไว้แล้วว่าจะทำอะไรและใช้เวลาเท่าไหร่เพื่อให้ทุกอย่างออกมาดีที่สุด รวมถึงมีแผนสำรองเตรียมไว้ ทำให้ความกังวลลดน้อยลงมาก และเมื่อถึงเวลาลงมือทำจริงๆ ก็รู้สึกว่าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี อาจจะมีติดขัดเล็กน้อยแต่ก็สามารถปรับให้ทุกอย่างออกมาเป็นไปตามแผนที่วางไว้ได้ ความรู้สึกส่วนใหญ่ที่ได้จากการไปครั้งนี้จึงออกมาดีกว่าครั้งแรกที่ไป

 

ได้เรียนรู้อะไร

          เรียนรู้การแบ่งหน้าที่และจัดสรรเวลาสำหรับการทำกิจกรรมอย่างเหมาะสม ปรับเปลี่ยนบางอย่างตามสถานการณ์ รวมถึงได้เรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมจากเพื่อน เรียนรู้การทำงานเป็นทีมที่ต้องแบ่งหน้าที่กันเพราะต้องทำงานหลายอย่างในเวลาที่จำกัด ในขณะเดียวกันก็ได้เรียนรู้จากญาติคนไข้มาอีกหลายอย่าง ทั้งเรื่องการดูแล เรื่องยา เรื่องความเป็นอยู่ต่างๆ ทำให้เข้าใจในตัวของคนไข้มากขึ้น

 

จะพัฒนาตนเองอย่างไร

          พัฒนาองค์ความรู้ให้มากขึ้น สิ่งที่เตรียมมาอยากจะเพียงพอสำหรับครั้งนี้ แต่ก็ต้องการหาความรู้เพิ่มเติมในหลายๆ อย่างเพื่อสร้างความมั่นใจให้ทั้งกับตัวเองและญาติ พัฒนาการนำความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่มาประยุกต์ใช้ให้หลากหลายมากกว่านี้

 

School visit

รู้สึกอย่างไร

          รู้สึกตื่นเต้นและท้าทาย เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาก็มักจะได้ประสบการณ์ที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับการทำกิจกรรมในกลุ่มเด็กเยอะๆ ทำให้การไปโรงเรียนในครั้งนี้เหมือนได้ท้าทายตัวเองอีกครั้งว่าจะสามารถรับมือได้หรือไม่ ซึ่งเมื่อถึงเวลาจริงก็รู้สึกสนุกสนาน เด็กน่ารักและไม่ดื้อมากอย่างที่คิด แม้ว่าพออยู่รวมกันมากๆ แล้วจะวุ่นวายไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้สร้างความรู้สึกแย่ๆ ให้ ยิ่งได้รู้เรื่องของเด็กบางคนก็ยิ่งอยากจะให้ความรักและเล่นกับเขาให้มากๆ อยากให้เขาได้เติบโตมาอย่างมีความสุขเหมือนกับเด็กคนอื่น

 

ได้เรียนรู้อะไร

          เรียนรู้การสังเกตและประเมินเด็กผ่านการทำกิจกรรม เพราะไม่ได้เข้าไปประเมินเด็กเป็นรายบุคคล แต่จากการทำกิจกรรมต่างๆ ก็ได้เห็นพฤติกรรมที่แสดงออกอย่างชัดเจน ได้เรียนรู้การวิเคราะห์เด็กแต่ละคนว่ามีปัญหาจากทางบ้านแบบไหนที่ทำให้เด็กแสดงออกมาแบบนั้น ได้เรียนรู้การทำงานของครูที่ต้องดูแลเด็กหลายคนในเวลาเดียวกันแต่ก็สามารถทำออกมาได้ดี รวมถึงได้เรียนรู้การทำงานเป็นกลุ่มใหญ่กับเพื่อนซึ่งเราไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันทั้งห้องแบบนี้บ่อยนัก อาจจะมีเถียงกันบ้าง แต่กิจกรรมทุกอย่างก็สามารถจบลงได้ด้วยดี

 

จะพัฒนาตนเองอย่างไร

          อยากจะพัฒนาในเรื่องของการปรับกิจกรรมและรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า เพราะหลายครั้งที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจไว้ กิจกรรมที่เตรียมมาตอนแรกไม่สามารถใช้ได้ ก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับเด็ก ซึ่งรู้สึกได้ว่าตัวเองยังปรับกิจกรรมได้ไม่เร็วพอและยังไม่เก่งในด้านนี้มาก ควรจะหาความรู้เพิ่มเติมและดึงเอาประสบการณ์จากการฝึกงานมาใช้ให้มากกว่านี้ รวมถึงอยากพัฒนาในด้านการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเด็กให้มากกว่านี้เพราะรู้สึกว่ายังเข้าถึงเด็กบางคนได้ไม่มากพอ เด็กยังไม่เปิดใจให้อย่างที่ควรจะเป็น

 

Knock door ออกชุมชนคณะ

รู้สึกอย่างไร

          รู้สึกทั้งกลัวและกังวลยิ่งกว่าครั้งอื่น เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ต้องไปทำตามหน้าที่ แต่ต้องคอยให้ความรู้กับน้องปีอื่นด้วย ซึ่งน้องก็ต้องมีความคาดหวังอยู่ไม่มากก็น้อยว่าพี่จะสามารถแสดงให้เห็นบทบาทของวิชาชีพได้ นอกจากจะกังวลน้องแล้วก็กังวลเกี่ยวกับคนไข้ เกี่ยวกับการประสานงานกับเพื่อนกายภาพ ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างที่บ้านคนไข้ทำให้การจัดการเป็นไปได้ค่อนข้างยาก แต่เมื่อถึงวันจริงแล้วก็รู้สึกว่าทำได้ดีในระดับหนึ่ง สามารถแนะนำและให้ความรู้กับน้องได้ ทำให้น้องได้เห็นอีกแง่หนึ่งของบทบาทนักกิจกรรมบัด รู้สึกดีที่ได้ยินน้องบอกว่าเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเราทำแบบนี้ได้ด้วย วิชาชีพมีอะไรที่ไม่เคยรู้อีกมาก มันทำให้มีแรงฮึดมากขึ้นและมีกำลังใจที่ดีมากขึ้นกว่าตอนแรก

 

ได้เรียนรู้อะไร

          เรียนรู้การทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อนกายภาพ การแบ่งหน้าที่กันทำในเวลาที่จำกัดและสถานที่ที่ไม่เอื้ออำนวย มีหลายอย่างที่ติดขัดและไม่เป็นไปตามแผน แต่ก็พยายามทำให้ทุกอย่างผ่านมาได้ เรียนรู้การเป็นพี่ที่ต้องคอยสอนน้อง คอยตอบคำถามทุกอย่างที่น้องสงสัย ได้ดึงเอาความรู้ที่มีและประสบการณ์จากการฝึกงานมาแนะนำน้องในเรื่องต่างๆ

 

จะพัฒนาตนเองอย่างไร

          พัฒนาในด้านของการประสานงานกับเพื่อนกายภาพให้ดีกว่านี้ ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างทำให้ไม่ได้คุยกันมากนักและมีหลายอย่างที่ทับซ้อนกัน ไม่ได้ตกลงกันให้ชัดเจนก่อนเริ่มงาน นอกจากนี้ก็คือพัฒนาความรู้ที่มี หาความรู้ติดตัวไว้เสมอเพื่อที่จะได้สอนให้น้องเข้าใจบทบาทของตัวเองได้ดีกว่านี้ พัฒนาในเรื่องของความมั่นใจที่จะเป็นที่พึ่งให้น้อง ทำให้น้องรู้สึกว่าตัวเองสามารถเข้ามาปรึกษาพี่คนนี้ได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกจิตอาสา

คำสำคัญ (Tags)#กิจกรรมบำบัด

หมายเลขบันทึก: 655260, เขียน: 10 Oct 2018 @ 21:40 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)