ก่อนเล่า ขอท้าวความสั้นๆ เผื่อท่านใด 
อาจยังไม่รู้จัก EF ว่าคืออะไร

EF (Executive Function) คือ กระบวนการทำงานของสมองขั้นสูง ที่ใช้ในการควบคุมความคิด อารมณ์และการกระทำเพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 
.
โดยต้องอาศัยประสบการณ์เดิม(ที่มีคุณภาพ)ในอดีตมาใช้ในการประมวลผลด้วย

IQ EQ MQ สารพัด Q ที่เราเคยได้ยิน ได้อ่านเจอ ก็รวมอยู่ใน EF นี่แหละ ดังนั้น EF จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่รู้จักสนใจศึกษาและอยากช่วยลูกพัฒนา EF (รวมไปถึงพัฒนา EF ของตนเอง?
ใครอยากรู้มากกว่านี้ ไปค้นหาศึกษากันเพิ่มเติมต่อกันเองนะจ๊ะ 
+
กลับมาที่เรื่องน้ำตกชันตาเถร ว่ามีเรื่องใดบ้างที่สามารถช่วยในการพัฒนา EF ของลูกและตัวเอง
1. การจัดกระเป๋าไปน้ำตก แต่ละคนก็ทำหน้าที่จัดเตรียมกระเป๋าตัวเอง คิดเอง จัดเองตามใจ ใครอยากจะเอาอะไรไปก็ขนไปใส่กระเป๋าไป ขนเอง ก็แบกเอง?
.
ผลคือ แม่ลืมปากกาคู่ใจ? นึกได้ตอนจะจด ขอกุญแจรถวิ่งลงจากน้ำตกจะไปที่รถเพื่อไปเอาปากกา(ในรถมีสำรอง) โชคดีพี่สาวที่ใจดี มีปากกาให้ยืม เลยไม่ต้องหอบสังขารผุๆ กับขาตะเกียบวิ่งขึ้นไปที่รถ...ก็บอกแล้วแม่ EF ไม่ค่อยดี? 
.
ลูกชายเขานึกได้ว่า กระเป๋าที่เอามานั้นแม้มีน้ำหนักเบาที่สุด แต่พอใส่ของแล้วเวลาสะพาย ด้วยสายเชือกแบบนี้ทำให้เขาเจ็บตรงที่สะพาย แต่เขาใช้วิธีแก้ไขโดยรวบสายสะพายไว้ด้านเดียว(ตามภาพ) เขาบอกว่าการสะพายแบบนี้ทำให้รู้สึกดีขึ้น คล่องตัวขึ้น เรียนรู้ว่าครั้งหน้าจะเอากระเป๋าเป้อีกแบบมา
.
เด็กชายที่ไปด้วยกัน แม่จัดกระเป๋าให้ หนักตั้งแต่กระเป๋า ของที่ใส่ ขนทุกอย่างขึ้นน้ำตกไป ระหว่างทางก่อนถึงน้ำตกพวกเราแวะซื้อเสบียงเล็กน้อย ชายเลือกนมขนาด 400 มล.ซึ่งในความคิดแม่ดาวมันจะหนักไป จึงถามเขาอีกครั้ง "ทุกคนต้องแบกสัมภาระของตัวเองนะครับ คิดดีๆ หนูไหวไหม สำหรับน้าดาวคิดว่ามันจะหนักไปนะ ถ้าเป็นน้าดาวจะเลือกนมขวดเล็กพออยู่ท้อง หนูตัดสินใจใหม่ได้นะ แล้วแต่เลย" เด็กชายยืนยันจะแบกนมขวดนี้ขึ้นน้ำตก ยืดอก พกนม?
.
ผลคือ บ่นเป็นระยะ กระเป๋าหนัก แบกไม่ไหว? แม่ดาวทำคือรับฟังแสดงความเข้าใจ แต่ยังไม่ช่วย เพราะอยากให้เขาได้เรียนรู้ผลกรรมของตัวเอง อันที่จริงโทษแม่ บอกแม่จัดมาให้ แม่ดาวก็รับฟัง แสดงความเข้าใจความรุ้สึกเขาอีกหน "น้าดาวลองหิ้วแล้วมันหนักเกินไปที่จะเดินแบบนี้เนาะ" และบอกว่า "ครั้งหน้านะหนูจัดเองเลยนะ จะเอาอะไรมา ไม่เอาอะไร ทำเองได้เลย" ในบางจุดก็มีช่วยบ้าง เพราะอันตรายไป ส่วนมากก็แบกเอง ขาลงหมดแรง สามีใจดีช่วยแบกให้ อีกทั้งขาลงดูจะยากกว่า อีกทั้งขาก็อ่อน ขาขึ้นก็ได้เรียนรู้ผลกรรมเยอะล่ะ
.
สิ่งที่เราเรียนรู้ร่วมกัน คือ อาหาร ด้วยความกลัวอด เลยขนอาหารเยอะเกินไป กล้วย น้ำ นม ขนม อาหาร เยอะเกิน (ครั้งที่แล้วเอาไปน้อย กินไม่พอ ครั้งนี้เยอะเกินอีก?) คือ ห่วงกินจนหลังแอ่น? ครั้งหน้ากล้วยคนละลูก น้ำคนละขวด อาหารวางไว้ข้างล่างน้ำตกน่าจะดี
+
ส่วนเรื่องเสื้อผ้าเปลี่ยนกลับ เราเรียนรู้กันจากครั้งที่แล้วว่าเอาไว้ที่รถไม่ต้องแบกขน แจ้งทุกคน แต่มี 1 คนที่ลืมเอาออกจากกระเป๋าขนทุกอย่างขึ้นไป? ฝึกกันต่อไปนะทาเคชิ 
+
2. ระหว่างการเดินทาง พวกเราชวนกันเล่นเกมฝึก EF (อันที่จริงไม่ได้ตั้งใจขนาดนั้น แต่มันใช่พอดี) เช่น ผลัดกันบอกชื่อสัตว์บก / ต่อคำคล้องจองภาษาอังกฤษ ถ้าใครจำได้ เช่น Man ผู้ชาย/ My ฉัน/ Fun สนุก ต่อกันไปใคร End จบ หรือ จบ End ได้คนนั้นปิดเกม เป็นการดึงข้อมูลจากอดีตมาประมวลผล น้องเล็กยังมี่คลังคำศัพท์น้อย เลยไม่ค่อยสนุก เกมนี้เลยเล่นไม่จบ สนุกกับเกมผลัดกันบอกชื่อสัตว์ ในการเล่นเกม นอกจากต้องคิด ก็ต้องมีการจำ ว่าชื่อไหนพูดไปแล้ว ยับยั้งชั่งใจรอคอยให้ถึงตาตัวเองแล้วค่อยพูด คือบางคนคิดออกแล้วอยากจะพูด ก็ต้องอดทนรอจนกว่าจะถึงตาตัวเอง
+
ยังไม่ถึงน้ำตกก็ได้ฝึก EF กันมากมาย ขำกระจายด้วยนะตัวเธอ ไว้มาโม้ต่อในวันพรุ่งนี้ที่มีเวลานะคะ 
+
ต้องขออภัยถ่ายทอดช้า ไปมาจะครบอาทิตย์แล้ว ยังบ่นความไม่จบ5555
+
ตอนหน้าถึงน้ำตกล่ะ (อันที่จริง ตอนแรกที่บ่นความเผยแพร่ไปนี่ลงน้ำตกเลยนะ5555 ดำเนินเรื่องแบบนี้ไม่สับสนเนาะ)
อ้อ...ในตอนก่อนหากใครได้อ่านเรามีข้อตกลงร่วมกันในการไปน้ำตกครั้งนี้ การสร้างข้อตกลงนี้ ระหว่างที่ฟัง เขาก็ต้องจดจ่อใส่ใจ เพราะแม่ดาวจะถามให้เขาทวนข้อตกลงกัน การมีข้อตกลง ก็ทำให้พวกเขาได้รู้ขอบเขต ใช้ทักษะการควบคุมตัวเอง ต้องประเมินตนเอง วิเคราะห์ ตัดสินใจ วางแผน ขณะที่อยู่ที่น้ำตกให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกัน
+
อ่านแล้วอาจเข้าใจว่าแม่ดาวนั้นช่างเป็นผู้เชี่ยวชาญซะเหลือเกิน แท้จริงแล้วเปล่าเล้ยยยย(เสียงสูง) เพิ่งเรียนมาไม่นานไง เลยยังจำได้ กฎของสมองข้อนึงคือ ต้องเรียนรู้ซ้ำๆ ทำซ้ำๆ ดังนั้นการพิมพ์ถ่ายทอดเช่นนี้ก็เป็นการได้ทำซ้ำ คิดซ้ำ ทบทวนความรู้ที่ได้เรียนรู้มาของตัวเอง
อ้าวขออภัย แม่ดาว ยาวตลอดดดดดดดดด ว่าจะพิมพ์สั้นๆ ยาวอีกล่ะ เค้าขอโทษ?