ชีวิตที่พอเพียง 3275. เครือข่ายสร้างศักยภาพผู้นำสร้างสุขภาวะ (คศน.)


บ่ายวันที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ผมไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับทิศทาง โครงการเครือข่ายสร้างสุขภาพผู้นำสร้างสุขภาวะ (คศน.) ครั้งที่ ๒/๒๕๖๑  ที่อาคารสุขภาพแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข    ได้เห็นความก้าวหน้าของโครงการในช่วง ๑๐ ปี อย่างน่าชื่นใจ    อ่านบันทึกแรกของผมเรื่องโครงการนี้ได้ที่ ()    และอ่านบันทึกเรื่อง คศน. ได้ที่ ()

โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำฯ ดำเนินการมาถึงรุ่นที่ ๖ ในขณะนี้    โดยได้รับเงินสนับสนุนจาก สสส. มาโดยตลอด    มีผู้เข้าร่วมโครงการรวม ๑๔๔ คน    กระจายอยู่ทั่วประเทศ  ในวงการต่างๆ   โดยทีมบริหารกลางใช้วิธีจัดการแบบ INN (Individual, Node, Network)    คือเน้นเชื่อมโยงเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง    ไม่ใช่แค่เป็นสมาชิกเฉพาะช่วงกิจกรรมของแต่ละรุ่นที่ใช้เวลา ๒ ปีเท่านั้น    ทำให้สมาชิกของเครือข่ายเกิดความสนิทสนมกันข้ามรุ่น   

กิจกรรมสนับสนุน Node & Network ที่ฝ่ายจัดการเครือข่ายนำมาสรุปเสนอได้แก่

  • เครือข่ายโรงพยาบาลสร้างสุข   มีสมาชิก ๙ โรงพยาบาล
  • เครือข่ายครูโรงเรียนแพทย์เพื่อพัฒนาหลักสูตรเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ครอบครัว
  • กิจกรรม Young KSN
  • ทีม special project เรื่องการพัฒนาเด็กเล็กชายขอบ ของ คศน. รุ่น ๖  สี่คน ได้แก่ นายวีระ อยู่รัมย์ แห่งมูลนิธิกระจกเงา (โรงเรียนไร่ส้ม สำหรับเด็กไร้สัญชาติ ที่จังหวัดเชียงราย)  นพ. มารุต เหล็กเพชร (รพช. เกาะยาว  จ. พังงา)   นส. ศิริพร พรหมวงศ์ (ครูอาสา ชุมชนคลองเตย)  และ นส. รัตติกร คุณาวุฒิ    ทีมนี้ได้มาขอให้ผมเป็นที่ปรึกษา และได้คุยกันไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑
  • โครงการพัฒนาเครือข่ายขับเคลื่อนสังคม  เน้นความเป็นธรรมในสังคม และประชาธิปไตย
  • โครงการพัฒนาหลักสูตร และศักยภาพนักประเมินผลเชิงพัฒนา    เน้นวิธี DE (Development Evaluation)

คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ กรรมการท่านหนึ่งบอกว่า    ในการเคลื่อนไหวต่อสู้เรื่องงดใช้สารเคมีเป็นพิษทางการเกษตร ที่กำลังร้อนอยู่ในขณะนี้ ()    สมาชิกของ คศน. หลายคนเป็นกำลังสำคัญ    เข้ามาร่วมมือกันเพราะมีความไว้วางใจกัน  

มีการนำเสนอ บทเรียนการขับเคลื่อน คศน. :  การขับเคลื่อนและเครื่องมือการพัฒนา   โดยทีมงานภายนอก มาทำงานเก็บข้อมูลและตีความคุณค่าของโครงการ    ช่วยให้เห็นภาพจากมุมมองของคนนอก    โดยสรุปได้ว่า คุณค่ามาจาก ๓ กลไกหลักๆ คือ

  • การสร้างพื้นที่และเครื่องมือ ให้สมาชิกได้เชื่อมต่อระหว่างกัน
  • สร้างเครื่องมือเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง    ซึ่งได้แก่ core module  และ special project
  • สร้างเครื่องมือผลักดันสู่การสร้างสรรค์สังคม

ดร. ณัฐพันธุ์ ศุภกา แห่ง สสส. ให้ความเห็นว่า    หลังจากดำเนินการมาได้ ๑๐ ปี    เกิดความเข้มแข็งในระดับหนึ่ง    คศน. ควรลดความเข้มข้นของยุทธศาสตร์ส่วน I (Individual)   หันไปเน้นที่ N (Node) และ N (Network) ให้มากขึ้น    โดยเน้นส่งเสริมให้แต่ละ I ทำงานกับเพื่อนร่วมงานในองค์กรที่ตนสังกัด    เพื่อขับเคลื่อนการทำงานเพื่อสุขภาวะในระดับองค์กรด้วย   

ดร. นพ. พงศธร พอกเพิ่มดี (หมอก้อง) ผู้อำนวยการ สนย. และเป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข และเป็นกรรมการท่านหนึ่งแนะนำเรื่องสำคัญ ๒ ข้อ

  • เพิ่มการฝึกที่จำเป็นสำหรับผู้นำคือ ทักษะการเจรจรต่อรอง  และทักษะการจูงใจให้ผู้อื่นเห็นพ้อง
  • ควรพิจารณาเพิ่มกิจกรรมด้านการเป็นผู้นำในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตัล ในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาวะ เช่น AI, Block Chain, Big Data Technology  

ผมได้ให้ข้อสังเกตต่อที่ประชุมว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำกับทิศทางได้ให้คำแนะนำให้ โครงการ คศน. เน้นการเรียนรู้ หรือการพัฒนาศักยภาพ ผ่านการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนสุขภาวะในบริบทต่างๆ ให้มากขึ้น   ไม่มองว่ากิจกรรมหลักของ คศน. คือ core module     ซึ่งเมื่อฟังรายงานก็เห็นว่าโครงการได้ดำเนินการไปในแนวทางที่แนะนำ        

ในระดับภูมิภาค ได้เกิด The Equity Initiative (4) ที่มีความคล้ายคลึงกับ คศน. มาก   แต่ดำเนินการเป็นเครือข่ายนานาชาติในภูมิภาคอุษาคเนย์และจีน    ตอนเริ่มโครงการนี้ทีมริเริ่มโครงการได้เรียนรู้จากโครงการ คศน. ส่วนหนึ่ง    และยังทำงานร่วมกันด้วย

กิจกรรมที่เริ่มต้นจากสมาชิก คศน. ที่ก่อผลขยายตัวกว้างขวางคือ (๑) โครงการ DHS  ที่ต่อมากลายเป็นโครงการ พชอ. ของรัฐบาล ()   ผู้นำที่เด่นคือ นพ. สุวัฒน์ วิริยพงษ์สุกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชินีนาถนาทวี     (๒) โครงการปฏิรูปการศึกษาของวิชาชีพสุขภาพ (ศ. พญ. วณิชา ชื่นกองแก้ว) ()    (๓) โครงการเครือข่ายโรงเรียนสร้างเสริมสุขภาพ (ดร. ประวิต เอราวรรณ)   เป็นต้น   

วิจารณ์ พานิช

๓๐ ส.ค. ๖๑


 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)