ก่อนล้มตัวลงนอน..คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เหมือนเช่นทุกคืนไม่เปลี่ยนแปลง ส่งไลน์ข้อความและภาพแทนเสียง..บอกคนที่รักและคิดถึง ซึ่งไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนทำอะไร? จะได้ดูไลน์หรือไม่..ก็ไม่ได้สนใจถึงปานนั้น.. คำว่า..ฝันดี..จะมีให้กันทุกคืน..แทนความรู้สึกที่ยังมั่นคงเสมอ..

              พอขับรถออกจากบ้าน..ความรู้สึกอย่างหนึ่งก็เกิดขึ้น คือสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป..กับสิ่งที่ยังไม่เคยเปลี่ยน..คือยังมั่นคงอยู่ในความรู้สึก..

            สิ่งที่เปลี่ยนไปสำหรับตัวผม มีไม่มากเกิดจากการสังเกตตัวเองและเกิดจากการมองไปรอบๆด้าน ทั้งไกลและใกล้ สรุปได้ว่า..

            ผมขับรถเร็วขึ้น ใช่ว่าผมจะรีบเร่ง แต่ด้วยสมรรถนะของรถ ทำให้ผมต้องขับเร็วขึ้นกว่าปกติ ทำให้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ พอรู้ตัวว่าเร็วนักก็ต้องรีบผ่อนๆลงมา

            ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น..ผมหมายถึงการตรวจเช็คสภาพรถที่ศูนย์..รายการจ่ายค่าอะไหล่และค่าบริการ ดูจะสูงขึ้นแบบผิดหูผิดตา แต่ก็ต้องยอมจ่าย เพราะผมมั่นใจในบริการของเขา

            ภัตตาคารMK นานๆจะได้เข้าไปรับประทานอาหาร เพราะเห็นว่าเมนูทุกรายการไม่ใส่ผงชูรส ก็เลยเป็นตัวเลือกระดับต้นๆ เที่ยวนี้ต้องรอคิวนาน พอได้คิวเขาก็ให้สั่งอาหารก่อน จากนั้นรอสักครู่จึงได้เข้าไปนั่งที่โต๊ะ..ที่มีอาหารรออยู่พร้อมแล้ว ก็เป็นอะไรที่แปลกและเปลี่ยนไป

            ทานของแพงแล้ว ขากลับก็เลยต้องประหยัดกันสักหน่อย เลี้ยวรถเข้าไปในตลาดนัด รู้สึกว่าตลาดนัดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ที่จอดรถกว้างขวางแต่เต็มหมด มีเครื่องเล่นสนามสำหรับเด็ก มีสินค้าทุกชนิด ทั้งของกินของใช้ ของใหม่ของเก่า ของสดของคาว และเสื้อผ้า พระเครื่อง..

             ผมซื้อแกงแกะ (แกงถุง)และ ปลาเผา..หน้าตาดูท่าว่าจะมีรสชาติอร่อยใช้ได้  สิ่งที่รู้สึกได้อย่างหนึ่งก็คือ..ปริมาณของแกงและปลาจะเล็กลง แต่ราคาเท่าเดิม..หรือว่าจะเริ่มค่อยๆเปลี่ยนเรื่องของราคา เพื่อต้อนรับการเข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง..

            สิ่งที่ไม่เปลี่ยน ดูอย่างไรก็ไม่เปลี่ยน ยังรู้สึกว่าเหมือนเดิมและบางครั้งก็ดูดี ที่มีประสบการณ์กับเขาบ้าง แต่บ่อยนักก็คงรำคาญเหมือนกัน..

            อย่างแรกที่คิดว่าไม่เปลี่ยนแน่ ก็คือ รถติดที่กรุงเทพฯ ติดได้ยาวและนานมาก คนกรุงเทพฯเก่งจริงๆ ที่มีความอดทนสูง เท่าที่ทราบนับวันจะติดมากขึ้น เพราะมีการปรับปรุงถนนหนทาง ทั้งบนดินใต้ดิน แบบนี้ก็คงติดกันจนชินไปอีกนานเท่านาน

            รถติด..ก็ต้องใจเย็นๆ เปิดฟังเพลงลูกทุ่งซึ้งๆ กลางเก่ากลางใหม่ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงทั้งคำร้องและทำนอง ฟังได้ไม่เบื่อ บางเพลงก็ร้องพอได้ แม้ว่าจะไม่ไพเราะสักเท่าไหร่ กลับถึงบ้านดูรายการ "ไมค์ทองคำ” ก็ยิ่งตอกย้ำว่า ผมเป็นคอลูกทุ่งตัวจริง ที่ไม่เคยเปลี่ยนรสนิยมในการฟังเพลง

            ดูทีวี..พร้อมๆกับแกะปลาเผาจากตลาดนัดมาจิ้มน้ำปลา รสชาติเหมือนเดิม ไม่ว่าจะซื้อจากตลาดนัดไหนก็ตาม ยังไงก็ต้องหอมและหวานมันไว้ก่อน และมื้อเย็นของผม คิดว่าจะไม่ทานให้อิ่ม มันจะแน่นในพุง สุดท้ายก็อิ่มเช่นเคย

            จากนั้น..ฝนก็ตก ที่บ้านผมเวลาฝนตกหนักๆ สิ่งที่ตามมาก็คือไฟฟ้าจะดับ หรือไม่ก็ออกอาการวูบวาบ คืนนี้ก็ไม่แตกต่างจากคืนก่อน ฝนฟ้าคะนองอยู่นาน เสียงฟ้าคำรามครืนๆ สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งบ้าน

            ฝนหยุดตกแล้ว..คราวนี้ก็เป็นหน้าที่ของกบเขียดและอึ่งอ่าง ร้องระงม เซ็งแซ่ไปทั่วทั้งป่า (สวน) ผมก็เลยนอนฟังอย่างเพลิดเพลิน เหมือนเช่นทุกคืน..ที่ฝนตกหนักและนานแบบนี้..

            ก่อนล้มตัวลงนอน..คว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เหมือนเช่นทุกคืนไม่เปลี่ยนแปลง ส่งไลน์ข้อความและภาพแทนเสียง..บอกคนที่รักและคิดถึง ซึ่งไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนทำอะไร? จะได้ดูไลน์หรือไม่..ก็ไม่ได้สนใจถึงปานนั้น..

            คำว่า..ฝันดี..จะมีให้กันทุกคืน..แทนความรู้สึกที่ยังมั่นคงเสมอ..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๑๐  กันยายน  ๒๕๖๑

            <p> </p>