กษัตริย์แห่งมิถิลานคร ทรงตรัสเรียกโหราจารย์เข้าเฝ้าแต่ยามรุ่ง
“ท่านโหราจารย์ เราฝันประหลาด 
ฝันเห็นหนทางเต็มไปด้วยมูตรคูถ (อุจจาระปัสสาวะ)
แล้วเราได้ดำเนิน เดินเหยียบย่ำไปบนกองสิ่งปฏิกูลเหล่านั้น
แต่ช่างประหลาดนัก มูตรคูถทั้งหลายหาได้ติดบาทาเราขึ้นมาแม้แต่สักนิด”
.
“ทรงสุบินเป็นมงคลพระเจ้าข้า” โหรา กราบทูล
“จริงเช่นนั้นรึ” กษัตริย์ตรัสถาม 
“พระเจ้าข้า อันมูตรคูถเหล่านั้น เปรียบได้ดังโลกธรรม เช่น ลาภ ยศ สรรเสริญ กามสุข อันพึ่งบังเกิดมีแด่ท่านตามกษัตริยฐานะ 
แต่ฝ่าพระบาท ทรงดำเนินไปบนสิ่งเหล่านี้ได้โดยทรงไม่นำจิตไปยึดติดกับมันว่า ฉันเป็นกษัตริย์ มีฐานะเหนือคนอื่น
จิตไม่ยึด ดั่งพระบาทไม่ติดมูตรคูถฉันนั้น พระเจ้าข้า...”

ทรงเป็นผู้นำที่เหนือกว่าผู้นำ...

.
.

อย่าว่าแต่โลกธรรม ...แม้กระทั่งความดี เราก็ยึดติดไม่ได้...
คนทำดีแล้วแอบหวังว่าคนอื่นจะดีตอบ นั้นเป็นคนดี แต่ยังไม่เข้าใจโลกดี
คนที่รู้คุณคน และรู้จักตอบแทนคุณนั้น (กตัญญูกตเวที)
พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า เป็นคนหาได้ยาก

.
ดังนั้นคนที่เราทำดีกับเขา แล้วเขาเห็นคุณค่า ตอบแทนคุณเรามา นั้นคงมีน้อย
ด้วยธรรมชาติมนุษย์มักเห็นความดีของตัวเอง 
....แต่มักไม่เห็นของคนอื่น
.
เข้าใจโลกเช่นนี้แล้ว จงอย่าท้อ...
จงยืนหยัดทำดี แต่อย่าติดในดี ทำแล้วก็ปล่อยวาง
จงเดินบนกองมูตรคูถ โดยไม่ติดตีน
จงเป็นคนดีที่ไม่ติดดี...

.
.

และจงเป็นคนที่โลกหาได้ยาก ..รู้จักบุญคุณคนอื่น...
ท่านจะเป็นคนดีเหนือดี ที่หาได้ยาก