คำพูดกึ่งๆสำบัดสำนวน และไม่ใช่ศัพท์สแลง แต่แฝงแง่คิดนิดๆ และเชื่อว่าจะยังคงอยู่ไปอีกนาน เริ่มพบในโลกโซเชียล ราวๆปีพ.ศ. ๒๕๕๙
ไม่แน่ชัดว่า..ใครเป็นคนคิดและพูดขึ้นก่อน ใช้พูดได้ทุกเพศทุกวัย และพูดได้ทุกสถานการณ์ คำที่เกิดขึ้นในรุ่นเดียวกัน ได้แก่ “แล้วไงใครแคร์” ยังถือว่ามีการพูดน้อยกว่า..”เอาที่สบายใจ”
แสดงให้เห็นถึง..ความสำคัญของ “ใจ” และความห่วงใยใน “ความรู้สึก” คนไทยจึงต้องหยิบยกให้..ใจเป็นนาย และกายเป็นบ่าว..มาโดยตลอด
สิ่งที่จะวางใจไม่ได้ สำหรับผู้ใช้คำนี้และผู้ที่ได้ยินได้ฟัง พึงระลึกรู้ตัวอยู่เสมอว่า มันต่างกรรมต่างวาระ จะนำมาปะปนแล้วเหมารวมเป็น”เชิงบวก”ทั้งหมด คงไม่ได้
กลุ่มเพื่อนสนิทพูดกัน นั่นหมายความว่า..เอาที่สบายใจจริงๆ เป็นเชิงหยอกเย้า ส่วนพ่อแม่ลูก พูดคุยกันในครอบครัว ก็แสดงถึงบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง..
หากออกจากปากคู่รัก..ที่กำลังดูใจกัน หรือคนรัก..ที่กำลังหวานชื่นแบบข้าวใหม่ปลามัน..คำว่า"เอาที่สบายใจ" ฟังแล้วจะรู้สึกหนาวๆ อาจต้องหันกลับไปมองหน้าแล้วสบตากันนิดนึง..
ก็จะพบว่า..ความหมายไปในทางตรงกันข้าม มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจจะต้องอ่อนน้อมถ่อมตนในทันที คือ ยอมนั่นเอง..แบบว่า ไม่ต้องสบายนักก็ได้..
“เอาที่สบายใจ” จึงเป็นคำที่สื่อสารใจ ในขณะเดียวกันก็สื่อถึงบุคลิกและท่าทางคนพูดด้วย บ่งบอกถึงภาษาทางกายได้เหมือนกัน ทำให้เข้าใจได้ว่า คนพูดคิดอย่างไร? จริงใจ เหน็บแนม หรือประชดประชัน..
ไม่ใช่เรื่องแปลก เมื่อพระนักเทศน์ พูดคำว่า “เอาที่สบายใจ” เราจะเลื่อมใส ณ นาทีนั้นเลยและ รู้สึกอบอุ่น ปลอดโปร่งใจ จึงเป็นคำร่วมสมัย..ที่จะต้องให้ความสำคัญและหมั่นดูแล “หัวใจ”ซึ่งกันและกัน
เพราะ “ชีวิตนี้น้อยนัก” จึงต้องถามตนเองอยู่เสมอว่า..เราจะบั่นทอนจิตใจตนเองและผู้อื่นไปเพื่อ...?และถ้าจะสร้างความ “เบิกบานใจ” ให้ชีวิต ต้องทำอะไรบ้าง?
หลายคนคงคิดว่า..ทำหน้าที่เพื่อหน้าที่และทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ก็เป็นวิธีหนึ่ง คือเรียนหนังสือก็เรียนไป ทำงานแล้วก็ตั้งใจทำให้สำเร็จ..พิชิตงาน เบิกบานใจ..
“ใจ” อยู่ในจุดไหน..ก็มีค่าทั้งสิ้น อยู่ในหนังสือจิตวิทยาก็น่าสนใจ ถ้าอยากได้ความสบายใจก็ลองศึกษาดู จะพบถ้อยคำสำคัญมากมาย..อาทิ..
"คิดใหญ่ใจสร้างสรรค์..ด้วยใจรักและศรัทธา..ใจใฝ่ทำ..ก้าวไปไกล ใจคิดก้าวหน้า..เพราะ ความคิดที่ดีในใจเรา จะแผ่ความดีออกมาให้เห็น ดุจดอกบัวบานในบึง..."
ผมจึงเอาที่สบายใจกับงาน..ในวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ต้องพักผ่อน แต่งานก็คืองาน..ก็ถือว่าได้พักไปในตัว คือเหนื่อยแค่กาย แต่ใจก็เบาสบายและเป็นสุข..
เขียนป้ายคำขวัญ..จึงอดไม่ได้ที่จะเขียนให้กำลังใจตัวเอง..”อุปสรรค มักจะมาพร้อมโอกาสเสมอ” ใช่หรือเปล่าไม่รู้ แต่เขียนแล้วรู้สึกสบายใจก็แล้วกัน..
ไปดูหลุมปลูกฟักทองของนักเรียนชั้น ป.๒ ก็พบว่า..ต้นอ่อนงอกออกมาทุกเมล็ด วันที่หยอดเมล็ดฟักทองลงหลุม ผมไม่ทันอธิบาย นักเรียนหยอดเกือบ ๑๐ เมล็ด ต่อ ๑ หลุม จึงต้องให้หยิบออกบ้าง..นักเรียนเป็นงงสงสัย
ผมจึงบอกว่า เมล็ดมีจำกัดนะ งานนี้จะอาที่สบายใจคงไม่ได้..มันเปลือง
การปลูกผักที่โรงเรียนกำลังดำเนินไปด้วยดี วันนี้จึงโกยปู๋ยคอก ออกจากเล้าไก่ ซึ่งมีส่วนผสมของมูลไก่ แกลบและผักตบชวา ผมใช้มือคลุกเคล้าแล้วหว่านลงแปลงผักทุกแปลง..ทำอย่างสบายใจ ได้ผลงานเกือบบรรลุวัตถุประสงค์..
แต่แล้ว...ก็ต้องเลิกทำ เพราะรู้สึกจะไม่สบายใจ ผมโกยปุ๋ยคอกกองใหญ่ แต่..ไม่ใส่ถุงมือ....จะเอาที่สบายใจทุกเรื่อง..คงไม่สมควรจริงๆ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑