​ ไม่ยอมนอนรพ.ให้เซ็นชื่อไม่ยินยอมรักษาแล้วจบมั๊ย



เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีน้องพยาบาลมารายงานช่วงเวลาประมาณ 12.00 นพี่โจ้ค่ะ คนไข้หลอดเลือดสมองตีบหมอให้นอนโรงพยาบาลไม่ยอมนอนค่ะหนูให้ข้อมูลแล้ว พี่พยาบาลอีกคนมาให้ข้อมูลก็ยังไม่ยอมนอนค่ะจึงตัดสินใจให้เซ็นใบไม่ยินยอมรักษาแต่หนูก็ยังกังวลใจอยู่ฉันมาปรึกษาพี่อีกครั้งค่ะชลัญ อุ้ยหลอดเลือดสมองตีบเชียวนะนั่นนั้นๆไม่ได้เป็นไข้หวัดเด้อาการเป็นไงบ้างแขนขาอ่อนแรงพูดไม่ชัดหรอ

น้องบอกมีแค่พูดไม่ชัดค่ะพี่แต่แขนขายังกำลังปกติดีแต่ผล เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ สมองออกบอกว่าเป็นหลอดเลือดสมองตีบหมอจะให้นอนโรงพยาบาล พูดอย่างไรก็ไม่ยอมบอกว่าห่วงหลานที่อยู่ที่บ้าน 2 คนไม่มีคนดูแลพ่อแม่ทำงานที่กรุงเทพหมดชลัณถามว่าอ้าวแล้วญาติพี่น้องในหมู่บ้านไม่มีเลยหรือ

น้องบอกอันนี้ก็ไม่ทราบครับพี่ยืนยันแต่ไม่นอนอย่างเดียวเลยแล้วตอนนี้คนไข้อยู่ไหนแล้วละน้องน่าจะรอรับยานะคะแต่หนูกังวลใจมากก็เลยมาบอกพี่ก่อนเผื่อช่วยแก้ไขงั้นพี่วานหนูช่วยเหลือคนไข้ให้พี่หน่อยได้ไหมน้องพยายามมองหาสักพักก็เห็นคนไข้ยังนั่งรอรับยาอยู่จึงเดินไปเชิญคนไข้มาพบฉันที่โต๊ะพยาบาล

สักครู่่น้องนำคนไข้มาส่งคนไข้เป็นหญิงอายุประมาณ 60 กว่าปีกำลังยุ่งอยู่กับการต่อโทรศัพท์คุยกับใครสักคนหนึ่งซึ่งจากการสังเกตของดิฉันพบว่าน่าจะเป็นคนที่มีส่วนในการตัดสินใจว่าคนไข้จะนอนหรือไม่นอนโรงพยาบาลแต่ก็ทำท่าเหมือนโทรไม่ติดติดต่อไม่ได้ดิฉันจึงได้ถามผู้ป่วยว่าถ้ามีปัญหาอะไรในการนอนโรงพยาบาลหรือเปล่ามีอะไรพี่ตกกังวลไหมพยาบาลพอช่วยอะไรได้ไหม

คนไข้บอกว่าฉันเป็นห่วงหลาน 2 คนที่อยู่ที่บ้านยังเล็กๆกันอยู่เลยคนไข้พยายามพูดในขณะที่พูดแบบลิ้นแข็งพูดไม่ชัดแต่แขนขาดูเหมือนกำลังปกติจากการที่ดิฉันได้สังเกตในหมู่บ้านไม่มีญาติพี่น้องเลยหรือคุณป้า ที่ฉันถามอีกครั้งไม่มีเลยหมอไม่รู้จะฝากใครแต่ยังไงก็นอนไม่ได้

สักพักเหมือนคนไข้ติดต่อญาติได้แล้วก็คุยบอกญาติว่าหมอเขาจะให้แม่นอนโรงบาลแม่ก็บอกแล้วว่านอนไม่ได้นอนไม่ได้เขาก็ยังจะไม่ให้แม่กลับ ได้ยินเสียงผู้หญิงจะรอดมาตามสายโทรศัพท์ว่าแม่ก็บอกเขาไปสิว่าไม่นอนนอนไม่ได้

ดิฉันคิดในใจอุ้ยไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะที่จะบอกว่าไม่นอนไม่นอนโรงพยาบาลก็ได้มันไม่นอนไม่ได้เพราะในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้ามันอาจไม่ใช่แค่ลิ้นแข็งมันอาจจะเป็นแขนขาไม่มีแรงอัมพฤตอัมพาตพิการไปเสียใจแย่มากกว่าเดิมหรือเปล่าจึงตัดสินใจขอคุยกับญาติที่คนบ้ากำลังคุยสายอยู่

สวัสดีค่ะดิฉันพยาบาลจากโรงพยาบาล....กำลังเรียนสายอยู่กับญาติคุณป้า...ถูกต้องใช่ไหมคะ ตามสายบอกมาว่าถูกต้อง แล้วก็เริ่มพูดว่าก็แม่บอกแล้วว่านอนไม่ได้ที่ฉันบอกตอนนี้คุณฟังฉันแป๊บนึงคุณทราบไหมว่าแม่ของคุณเป็นอะไรแม่บอกเป็นหลอดเลือดสมองแต่ไม่บอกไม่ได้เป็นอะไรมากแค่พูดไม่ชัด

ดิฉันบอก OK ถูกต้องค่ะเป็นโรคหลอดเลือดสมองแต่แค่ตอนนี้คือแค่พูดไม่ชัดแต่ในอีก 24 ชั่วโมงครั้งหน้าที่ฉันไม่แน่ใจว่าจะมีอาการอื่นที่นอกเหนือจากการพูดไม่ชัดหรือไม่ซึ่งการรักษาที่ดีที่สุดในตอนนี้คือการนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตอาการและให้ยาตามแผนการรักษาของแพทย์จะเป็นการดีที่สุดเพราะหากช้ากว่านี้แล้วมีอาการมากขึ้นกว่านี้เราไม่สามารถที่จะช่วยเหลือให้คนไข้กลับมาดีได้ดังเดิม

อาจจะมีทางเลือกที่เหลือเพียง 2 ทางเท่านั้นคือทางที่ 1 ไปวัดคงเข้าใจนะคะว่าไปทำอะไรทางที่ 2 คือพิการหมายถึงเดินไม่ได้กินไม่ได้พูดไม่ได้ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ไปตลอดชีวิต ซึ่งถ้าหากญาติยอมรับข้อนี้ได้ยืนยันจะไม่ให้ผู้ป่วยอยู่รักษาที่โรงพยาบาลพยาบาลก็คงทำอะไรไม่ได้เพราะเป็นสิทธิ์ของผู้ป่วยว่าจะรักษาหรือไม่รักษาแต่หากเป็น 2 ทางเลือกที่เหลืออย่ายอมรับได้ใช่ไหม

กับการที่จะต้องให้คนไข้นอนโรงพยาบาลแค่ 2- 3 วันเมื่ออาการทุเลาลงสามารถกลับไปกินยารักษาต่อที่บ้านได้สามารถดูแลหลานคือลูกของคนต่อไปได้อีกหลายปีข้างหน้าหรือกับอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้าซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะตอนนี้สัญญาณมันเตือนมาแล้วหากญาติยอมรับได้ดิฉันก็โอเคนะคะจะเรียนคุณหมอให้ทราบว่าสรุปทั้งผู้ป่วยและญาติไม่ยินยอมในการรักษายินดีที่จะรับความเสี่ยงทุกประการที่จะเกิดขึ้นกับผู้ป่วยยอดโอเคตามนี้ไหมคะ ปลายสายเงียบไปอีกสักพักนึงที่ฉันต้องถามย้ำอีกว่าตกลงยอมรับข้อความเสียงนี้ได้ใช่ไหมคะ

มันรุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอคุณหมอแม่บอกแม่ไม่เป็นอะไรรุนแรงค่ะไม่เป็นอะไรไม่ได้เพียงแต่ ทนเท่านั้นเพราะห่วงหลานที่ไม่มีคนดูแลซึ่งจริงๆแล้วหาคนเข้ามีปัญหาเรื่องนี้จริงๆทางพยาบาลสามารถประสานงานกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านคุณหมอที่ประจำที่สถานีอนามัยให้เขาดูแลแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ก่อนเราไม่ได้คิดว่าให้คนไข้ต้องเผชิญปัญหาโดยลำพังเพียงแต่ให้คนไข้บอกเราว่ามีปัญหาอะไรที่ต้องการความช่วยเหลือ

ในระหว่างที่รอญาติกลับมาจากต่างจังหวัดมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ลำบากอะไรนะคะที่จะช่วยเหลือกันปลายสายตอบกลับมาว่าถ้าคุณหมอเห็นว่าเป็นอย่างนั้นดีที่สุดก็ให้แม่นอนโรงพยาบาลเถอะค่ะขอคุยกับแม่ค่ะ

ดิฉันบอกขอบคุณนะคะที่เข้าใจไม่ปล่อยให้คนไข้กลับไปเดี๋ยวไม่รู้ว่าจะมีความรุนแรงอะไรเกิดขึ้นอีกจากนั้นผู้ป่วยคุยกับญาติสักพักนึงก็ยินยอมนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลดิฉันได้ให้เบอร์โทรศัพท์ของดิฉันกับคุณป้าคนนั้นไว้แล้วบอกว่า ระหว่างนี้ป้าไม่ต้องกังวลอะไรนะ

หากมีปัญหาเรื่องใดติดขัดให้โทรหาดิฉันได้ตามเบอร์โทรศัพท์ที่จดไว้ให้นี้คนไข้ยกมือไหว้ขอบคุณสีหน้าลดความวิตกกังวลลงมากจากนั้นดิฉันจึงให้น้องเบนที่อยู่ต่อทำประวัติเพื่อนอนโรงพยาบาลต่อไป

ใจชื้นขึ้นมากับเรื่องนี้ที่ Happy Ending ได้ในคนไข้อีกหลายๆคนที่บางครั้งเราอาจไม่มีเวลาเพียงพอในการที่จะอธิบายให้คนไข้รู้ถึงความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่รุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาในระยะเวลาอันใกล้หรือใครก็ตามมันทำให้เราเสียโอกาสในการแก้ปัญหาเล็กๆแต่ต้องรอเผชิญกับปัญหาที่ใหญ่โตขึ้นมาตามหลัง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าปัญหาต่างๆนั้นไม่ได้จบเพียงแค่ว่าผู้มีปัญหาปฏิเสธการช่วยเหลือหรือผู้ช่วยเหลือหมดหนทางในการที่จะช่วยเหลือคนไข้นั่นเอง การให้เซ็นไปไม่ยอมรักษาในกรณีที่คนไข้ปฏิเสธไปทั้งๆที่ไม่เข้าใจว่าผลของการปฏิเสธนั้นมันมีผลกระทบที่ใหญ่โตตามมามากน้อยเพียงใดอยากให้ผู้ให้การช่วยเหลือแก่ผู้รับการช่วยเหลือพยายามช่วยกันคิดแก้ปัญหาด้วยความละมุนละม่อม และแนบเนียนที่สุดเพราะสุดท้ายแล้วหากไม่แก้ปัญหาแต่ต้นเราอาจต้องมานั่งแก้ปัญหาที่หนักหนักกว่าเดิมในตอนสุดท้ายนั่นเอง

ด้วยความห่วงใยชลัญธร

หมายเลขบันทึก: 650710เขียนเมื่อ 26 สิงหาคม 2018 21:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 26 สิงหาคม 2018 21:11 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (3)

สบายใจแล้วคร้าบท่านผอ.

ตั้งแต่ หยุดปรนนิบัตราชการงานสาสุขก็ห่างหายไปจากวงการ แต่ยังคงวนเวียน อยู่ในบ้านโกว์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี