มันเป็นความบังเอิญชนิดเอาหินขว้างกะหัวหมาระยะ 200 เมตร แล้วเผอิญโดนกลางแสกหมาพอดีเอ๋ง เปรียบเปรยแบบนี้กับจังหวะที่ผมกำลังลุ้นตัวโก่งว่า ผมจะไปช่วยอะไรกิตินนท์ เรื่องการล่อสาวมาเปลี่ยนเซลล์ เปลี่ยนนิสัย จะให้เราไปเป็นเสือผู้หญิง จะให้วิ่งล่าแต้มเพื่อปลดปล่อยเธอน่ะเหรอ เฮ้อ จะดีเหรอว้า  ก็เผอิ๊ญเผอิญนะ เพื่อนผม 2 คน ที่ไม่น่าจะมาแถวนี้ เดินเฉี่ยวเข้ามาในร้านผ่านที่นั่งผมพอดี๊พอดี

“กิตินันท์...ธีรดม”...ผมโบกมือหยอยๆ ตะโกนหน่อยๆ  เรียกชื่อเพื่อนทั้ง 2  ซึ่งที่จริงควรเรียก ไอ้ต้อง กะไอ้ธี ตามชื่อที่มีมาตอนมัธยม แต่ไม่ได้เจอกันนาน  รู้สึกห่างเหิน  เลยเรียกชื่อจริงให้ดูเป็นพิธีการ

“ไอ้ปั๋ม”.. อ้าว มันดันเรียกผมแบบสนิท “เฮ้ย ไม่เจอกันแพล็บเดียว ทำไมอ้วนแบบนี้วะ ไม่ทำไรมา แหม่มดูแก่ไปเยอะเลยอ้ะ” ...อ้าวๆๆ ไอ้ธี ทำไมเมิงทักกันเป็นอัปมงคลแบบนี้วะ .. เอ้อ จริงซินะ ผมแว่บนึกได้ ผมนี้ไซร้มาจากปี 2561 นี่หว่า !  มิน่าไอ้โนก็ทักว่าอ้วน นี่ธีก็บอกว่าแก่ ก็แน่ละ นี่คือกรูในอีก 17 ปีข้างหน้า  ยังดีที่พวกมันยังจำผมได้....เอ้ แต่ไอ้ธีดูๆ มันเหมือนแข็งแรงขึ้นมากนะ ผมจินตนาการเหมือนออกมาจากคลิปพวกเล่นบาร์เดี่ยวโชว์เลยทีเดียว...

ผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจในความอ้วนแก่  “นี่กิตินนท์ น้องวิศวกร พึ่งรู้จัก”...ผมแนะนำเพื่อนๆ  “หวัดดีครับ แหมชื่อคล้ายผมม๊ากมาก  ผมกิตินันท์  เรียกพี่ต้องดีกว่า”..ไอ้ต้องเค้าเป็นมนุษย์สุภาพ หล่อรวย แต่ไม่ค่อยฉลาด อุ๊บ ...”ผมพี่ธี นะ” ธีรดมตามเข้ามาทัก “เอ้อ พอดีกรูจะคุยธุระก่อน” ผมรีบตัดบทเพื่อน “ไม่เป็นไรครับ นั่งทานด้วยกันดีกว่า หลายคนสนุกดีนะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง” อ้าว...!! แล้วเรื่องสำคัญของผมล่ะ นี่กรูหลงยุคอยู่นะโว้ย  กิตินนท์ไม่พูดมาก โบกมือสั่งเบียร์ดำทันที เพื่อน 2 คนก็ลงนั่งทันทีอย่างรวดเร็วเมื่อมีของฟรี

.
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปกับวงสนทนาสัพเพเหระ แต่ผมนี่อึดอัดๆ  ด้วยความอยากรู้สิ่งที่ผู้ชายในอดีตจะเฉลย เอาเว้ย ต้องหาทางไล่เพื่อนไปไกลๆ  และผมก็เดาใจผู้อ่านคงจะอึดอัดไม่น้อยเหมือนกัน ว่าเมื่อไหร่มันจะเฉลยสักทีวะ ยืดเยื้ออยู่นั่นหละ เดี๋ยวไม่อ่านซะละนี่.... (ผมเดาถูกมะ...มะ)

(อย่าพึ่งเบื่อ วรรณกรรมสไตล์แร็ฟ อ่านตามจังหวะ จะได้ Rhythm ตามจังหวะแร็ฟ)

.

มองไปรอบๆ ร้าน ปี 2544  เฮ้อ กรูอยู่สมัยนี้  ใจพาลลอยมองสาวมองหนุ่ม ยังเป็นสาวจริงๆ เป็นหนุ่มจริงๆ ... 2561 คนมีกี่เพศละเนี้ยะ ทั้งตุ๊ด  เกย์  ทอม ดี้ หญิงกะหญิง ชายกะชาย ตุ๊ดกะทอม ทอมกับเกย์  เกย์กะดี้  ดี้กะตุ๊ด    โอ๊ย.. นี่มันเกิดไรขึ้นกับมนุษย์ ... เฮ้ย เลิกคิดๆ เอาเรื่องชีวิตเราก่อนดีกว่า...

ก่อนที่ผมจะอ้าปากพูดตัดบท จู่ๆ  ผมก็เห็นว่าหลังมือซ้ายของไอ้ธีก็มีรอยสักที่ค่อยๆปรากฏขึ้น ค่อยๆ ชัดขึ้น ประหลาดขึ้น  มันเป็นลายที่ดูคล้ายปีกนกสีเขียว ผมเห็นเชียวว่า กิตินนท์เขากำลังจ้องรอยสักเขม็ง  ไอ้ธีเริ่มรู้ตัวมองหลังมือตัวเอง แล้วเงยมาสบตากิตินนท์ ตาประสานตาดูสายตาไม่เป็นมิตร...แล้วจู่ๆ ก็เกิดสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด กิตินนท์หยิบท่อนกระบองเหล็กสปริง แบบของตำรวจที่ยืดได้ ไว้ตีผู้ร้าย ออกจากเป้ลาย ยืดสบัดแล้วง้างหวดสุดแรงหมายตีกะบาลไอ้ธี แต่ไอ้ธีก็ไวหลาย หงายหลังหลบพร้อมเทเก้าอี้ล้ม กลับม้วนหลังแบบวิชายืดหยุ่น 101 ม้วนขึ้นมานั่งยองๆ  กระบองเหล็กฟาดพลาดไปโดนโต๊ะ เสียงดังสนั่นกระจรประสาท จนคนสะดุ้งพรวดพราดหันมามองกันทั้งร้าน  กิตินนท์ กระโจนตามจนชนโต๊ะกระเทือนแก้วเบียร์ล้ม หกใส่ผมกับไอ้ต้อง  ภาพที่ฟ้องตอนนี้ คือทุกคนกระเด็นกระดอนไปคนละทิศ  ผมกับไอ้ต้องเบี่ยงตัวหลบเบียร์กับแก้วกลิ้ง  ”ว๊าย” ไอ้ต้องเผลอตัวร้องแต๋วแตก กิตินนท์โดดตามพยายามไปฟาดกะบาลไอ้ธีซึ่งหันรี หันหลัง วิ่งหนีแล้วเผอิญพลั้งลื่นจะล้มตะเกียกตะกาย...

.

ก่อนที่กระบองเหล็กสปริงเงาวับ จะประทับหัวไอ้ธี   กิตินนท์ก็โดนผมจัด เถรกวาดลานไป 1 ที  เตะตัดขาด้วยวิชามวยโบราณ จนเสียหลักพาลล้มตุ้บ  ฟาดเหล็กวืดไป ดีไม่ไปโดนใครที่นั่งอีกโต๊ะ  ส่วนไอ้ต้องยืนนิ่งอึ้งงงลืมเช็ดเบียร์ที่เปียกเป้ากางเกงลีวายริมแดง  บรรยากาศโกลาหลคนแตกฮือ  ไอ้ธีลุกขึ้นได้ก็วิ่งกระพือ ก้าวกระโดดพุ่งชนกระจกร้านเพล้ง เสียงอุทาน “ว๊าย” ดังอีกครา  ไอ้ธีหนา มันพุ่งหลาวแบบโดดน้ำจากชั้น 2  กระจกกะจัดกะจาย นี่ผมตาไม่ลายแน่ๆ ธีมันตีลังกากลางอากาศควงซัมเมอร์ซ้อล งอตัวกลับแล้วยืด เอาเท้าแตะพรึ่ดที่ขอบหลังคารถโตโยต้ารุ่นสามห่วงสีม่วง ขับผ่านมาพอดี ดีดตัวหนี แล้วม้วนตัวเฉียงอีกทีลงพื้นแบบนิ่มนวลสุดๆ ราวกับขนนกตกพื้นหญ้า  ชนิดถ้าเฉินหลงมาเห็นคงอาย !! ไม่ใช้สตั๊น ไม่ใช้เอ็ฟเฟค  ไม่มีสลิง พลันวิ่งหายไปจากคลองสายตาผมกะไอ้ต้องที่ตามมาโผล่มองปริบๆ

 “มันเป็นนักรบกริเลซ” กิตินนท์หันมาบอกผมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในขณะยันตัวลุก  “ไอ้ธีเนี้ยะนะ”.. ผมไม่รู้จะอธิบายความงงยังไงแล้ว  “เพื่อนพี่ถูกมันสิงร่างแล้วล่ะ นอกจากนี้นะ มันคงจะผ่าตัดใส่เครื่องเพิ่มพลังทางชีวภาพ”... ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละครับ  ไอ้ธีรดมเพื่อนผม แต่ก่อนแค่เดินขึ้นบันใดชั้นเดียว ก็หอบลิ้นห้อย  หนอย ไม่ต้องพูดถึงท่ายากโดดตีลังกาอะไรนั้นหรอก ...และเราทั้งสามคนก็ควรรีบเผ่นออกจากร้าน เอาตัวรอด ก่อนอะไรๆ จะวุ่นวายไปกว่านี้  ไอ้ต้องนิสัยดี ควักเงินวางไว้ห้าร้อยเป็นค่าอาหารก่อนวิ่งออกมา ไม่ลืมจะหยิบทิชชู่มากำใหญ่ แต่วิ่งมาได้ 2 ก้าว ก็ย้อนกลับไปหยิบเอาไม้จิ้มฟันติดมือมาด้วย...วิ่งไปก็เอาทิชชู่เช็ดรอยคราบเบียร์ไป แคะฟันไป...

 ผมหนีมาด้วยความรู้สึกหดหู่ เพื่อนที่คบๆ กันอยู่ แต่ไม่นานก็เปลี่ยนไปได้ ความรู้สึกที่สนิทยังติดอยู่ในใจ แต่มันไม่ใช่อีกแล้ว... มนุษย์ต่างดาวจริงเหรอ  ผมว่าเวลาทำให้คนเปลี่ยนไป คนที่เราเคยสนิทกับกลายเป็นคนที่คิดไม่ดีกับเรา ก็เป็นได้  .... เตือนตัวเองว่า  อย่ายึดติดกับอดีต...อย่ายึดติดกับอดีต  จงอยู่กับปัจจุบัน   จงอยู่กับปัจจุบัน  ...เอ แต่นี่เรากำลังติดอยู่กับอดีตจริงๆ นี่หว่า...

.
.

ตอนอื่นๆ  อ่านได้ที่   https://www.gotoknow.org/blog/...