ชีวิตที่พอเพียง 3240. พระสงฆ์กับสุขภาวะ



การประชุมกลุ่มสามพรานเช้าวันที่ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ เป็นเรื่องการสร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์และองค์กรพุทธศาสนา   

สช. ร่วมกับ สสส.,สปสช. และมหาเถรสมาคม ได้ร่วมกันยกร่าง ธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ ()  และมีการประกาศใช้แล้ว    โดยสาระมี๕ หมวด ได้แก่ (๑) ปรัชญาและแนวคิดหลัก  (๒) พระสงฆ์กับการดูแลสุขภาพตนเองตามหลักพระธรรมวินัย  (๓)ชุมชนและสังคมกับการดูแลสุขภาพพระสงฆ์ที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย  (๔)บทบาทพระสงฆ์ในการเป็นผู้นำด้านสุขภาวะของชุมชนและสังคม  (๕) การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ 

จะเห็นว่าขบวนการนี้มีเป้าหมายทั้งสุขภาวะของพระสงฆ์ และของคนทั่วไป

ผมได้ความรู้จาก นพ.พลเดช ปิ่นประทีป เลขาธิการ สช. ว่าธรรมนูญสุขภาพพระสงฆ์แห่งชาติ เริ่มในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๕๕   แล้วค่อยๆ พัฒนาขึ้น  

ในประเทศไทยมีพระสงฆ์๓ แสนรูป  เณร ๖ หมื่น    มองเป็นพลังร่วมสร้างสุขภาวะของผู้คนในสังคมได้    ผมเคยเล่าเรื่องพระสงฆ์กลุ่มอาสาคิลานธรรมที่   วันนี้มาพบคำว่า พระคิลานุปัฏฐาก 

ศ. นพ. ประเวศ วะสีแจกหนังสือ พระพุทธศาสนากับชุมชนเข้มแข็ง คู่แฝดแห่งอาริยพัฒนา   จัดพิมพ์โดยสถาบันวิจัยพุทธศาสน์  มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย  น่าเสียดายที่ค้นโดย กูเกิ้ล ไม่พบ

 นพ. ชาญวิทย์ วสันต์ธนารัตน์ ผอ.สำนักสนับสนุนสุขภาวะองค์กร สสส. เสนอเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาวะพระสงฆ์ และองค์กรพระพุทธศาสนา   มีข้อมูลเพียบที่น่าตกใจคือพระติดบุหรี่ถึงร้อยละ ๔๓   ชายไทยทั่วไปติดบุหรี่ร้อยละ๓๙

ผมได้รู้จัก แผนยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนาพ.ศ. ๒๕๖๐ –๒๕๖๔ ()  ที่ระบุว่า ภารกิจของคณะสงฆ์มี ๗ ด้าน   ด้านหนึ่งคือ สาธารณสงเคราะห์   และอีกด้านหนึ่งคือ ศึกษาสงเคราะห์    ที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วยกับถ้อยคำ “สงเคราะห์” นัก   เพราะมันส่อความหมายไปทาง“ช่วยเหลือ”    ผมอยากเห็นการดำเนินการในท่าที engagement ที่เป็นความสัมพันธ์แนวระนาบมากกว่า     เมื่อสามปีที่แล้วผมได้บันทึกเล่าเรื่องโครงการ วัดบันดาลใจที่ ()

ผมเห็นด้วยกับมาตรการเปิดวัด  เปิดกิจกรรมของพระสงฆ์    เพื่อทำประโยชน์แก่สังคมมากขึ้นในมิติของสังคมยุคใหม่   ที่ต้องระมัดระวัง การที่ชาวบ้านหรือฆราวาสไปสร้างปฏิสัมพันธ์แล้วเกิดผลลบต่อวัดและต่อพระ   จึงอยากเห็นงานวิจัยพฤติกรรมของชาวบ้านที่ไปวัด   เอามาวิเคราะห์บอกสังคม ว่าพฤติกรรมใดเป็นสิ่งที่เหมาะที่ควร   พฤติกรรมใดไม่เหมาะไม่ควร   ซึ่งทีมงานของมหาวิทยาลัยสงฆ์น่าจะทำวิจัยได้   

เมื่อคุยกันเรื่องมาตรการเชื่อมโยงพระกับสังคมคุณหมอกิตตินันท์ อนรรฆมณี ผอ. สรพ.ให้ความเห็นว่าควรถอดบทเรียนจากสำนักพุทธฉือจี้ ซึ่งเป็นมหายาน    เพราะวัดฉือจี้ทำงานสาธารณะส่วนที่เป็นยุทธศาสตร์สังคมอย่างเป็นระบบกว่าวัดในบ้านเรามาก   

นพ. วิชัย อัศวภาคย์ผอ. รพ. น้ำพอง เล่าการทำงานของตนว่ามีการประชุมกับเจ้าอาวาสวัดในอำเภอทุกเดือน   ทุกวัดประกาศเป็นเขตปลอดเหล้า   แต่ไม่สำเร็จเรื่องบุหรี่  เพราะเจ้าอาวาสมักติดบุหรี่   และพระจะช่วยทอดผ้าป่าหาเงินให้โรงพยาบาลได้มาก     นพ. ทวีเกียรติเสนอว่าน่าจะหาทางประกาศให้วัดเป็นเขตปลอดบุหรี่   

นพ. อภิสิทธิ์ธำรงวรางกูร บอกว่า พระสงฆ์มีพลังศรัทธา เชื่อมโยงกับแหล่งทุนได้ดีมาก    น่าจะเชื่อมโยงสู่ พชอ.   ในคณะกรรมการพัฒนาสุขภาพระดับอำเภอน่าจะเพิ่มฝ่ายพระสงฆ์   

คำอภิปรายของ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป ทำให้ผมเข้าใจว่า เรากำลังทำความเข้าใจปฏิสัมพันธ์ของ ๓ ระบบ คือศาสนจักร  อาณาจักร  และภาคประชาชน   

ศ. นพ. ประเวศ มองว่าเรากำลังคุยกันเรื่องการบูรณาการระบบสุขภาพ กับระบบพระสงฆ์   ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะ   ที่ต้องใช้ยุทธศาสตร์ “ก้าวข้าม”(transcending) ข้อขัดข้องต่างๆ    ที่เป็นยุทธศาสตร์เชื่อมโยง  ก้าวข้ามข้อจำกัดแห่งการแบ่งแยกทุกประเภท    ท่านเสนอ(ที่จริงสั่ง) ให้จัดสมัชชา พระสงฆ์กับการสร้างเสริมสุขภาพ ในระดับชาติ  และระดับจังหวัด     

นพ. สมชาย ศรีสมบัณฑิต() ผอ. รพ.ตากใบ เล่าว่าใน ๓ จว. ภาคใต้    รพ.หวังพึ่งเงินจากวัดไม่ได้   เพราะคนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม   ที่ตากใบวัดพึ่งโรงพยาบาล   หมอสมชายเล่าเรื่องการจัดมัสยิดส่งเสริมสุขภาพที่ได้ผลดีมาก  

นพ. สุวิทย์วิบุลผลประเสริฐ พูดเรื่องการส่งเสริมพระสงฆ์ให้สลายตัวตนได้    เพราะการปกครองคณะสงฆ์เป็นตัวสร้างตัวตน

วิจารณ์ พานิช

๑๓ ก.ค. ๖๑


หมายเลขบันทึก: 649740เขียนเมื่อ 15 สิงหาคม 2018 13:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 สิงหาคม 2018 13:30 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี