๒๔๓. นักสู้ครูไทย..ทำไรได้..ต้องรีบทำ

“ครู” จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างสรรค์ มีช่องทางศึกษาความรู้จากเพื่อนร่วมงาน จากชุมชน หรือแม้แต่การศึกษาจากตัวเด็กเอง ซึ่งบางเรื่องราว..เด็กก็มีความรู้มากกว่าครู..ครูจึงควรใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ..

            “อย่ารีบเอ่ยคำว่าทำไม่ได้ ถ้าในหัวใจของเรามีคำว่าครู ที่ใดมีเด็กมีคนมีความไม่รู้ ที่นั่นจะต้องมีครูยืนสู้อย่างผู้ไม่แพ้”

            ส่วนหนึ่งของผลงานครูเพลง..สลา คุณวุฒิ ในบทเพลง “นักสู้ครูไทย ฟังคราใดใจฮึกเหิม มีพลังใจในการทำงาน แม้จะเป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็ตาม

            ในยุคที่ครูอยู่ยาก ดำรงชีวิตอย่างยากลำบาก “ปัญหา”ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสสังคม อีกส่วนหนึ่งเกิดจากตัวครูเอง

            มุมมองจากนักบริหารการศึกษา ที่ไม่เคยเชื่อมั่นและไว้วางใจครู คลิ๊ปวีดีโอที่ถ่ายทอดบอกเล่าเรื่องราวของระบบ “ที่ทำร้ายครู” อยู่เนืองๆ จึงนิ่งไร้เสียงสะท้อนตอบรับ..แม้กระทั่ง..ความเห็นใจ..

            ผมจึงพูดอยู่เสมอว่า..อย่าไปสนใจผู้บริหารระดับสูงและนโยบายรายวัน..ที่ไกลตัวมากนัก หันมามอง “เนื้องาน”ที่แท้จริง คือปัญหาผู้เรียน..ซึ่งแก้ไม่ยาก หากครูมีใจสู้ “คนชั้นครู” ต้องทำได้

            การทำโรงเรียนและนักเรียนให้มี “คุณภาพ”อย่าไปกลัวใคร ที่เราเกรงๆกันอยู่ เพราะเราขาดการลงมือทำ แต่ไปมุ่งเน้นการ “สั่งการ”

            นับวันการจะได้เป็น “ครู”มิใช่ง่าย ต่อเมื่อเป็นแล้ว ก็ควรจะรักษา”จรรยาบรรณและศักดิ์ศรี” ด้วยการคิดเป็น ทำเป็น ที่มุ่งเน้นการเรียนการสอน..

            หมั่นเรียนรู้และให้กำลังใจตัวเอง..ดีแค่ไหนแล้ว..ที่ครูมีโรงเรียนในสังกัด มีองค์กรวิชาชีพ ที่ช่วยบ่มเพาะประสบการณ์และเป็นเวทีสร้างสรรค์ความก้าวหน้า..

            “ครู” จึงเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างสรรค์ มีช่องทางศึกษาความรู้จากเพื่อนร่วมงาน จากชุมชน หรือแม้แต่การศึกษาจากตัวเด็กเอง ซึ่งบางเรื่องราว..เด็กก็มีความรู้มากกว่าครู..ครูจึงควรใฝ่รู้ใฝ่เรียนอยู่เสมอ..

            วันนี้..คุณอารดา หรือคุณยุ้ย จาก ธกส.สำนักงานใหญ่ ได้นำวัสดุอุปกรณ์การเรียน หนังสือห้องสมุด เสื้อผ้า และต้นไม้มามอบให้โรงเรียน..

            คุณยุ้ย..นำกากกาแฟประมาณ ๒ กก...มาฝากผมด้วย คุณยุ้ย ไม่ได้บอกอะไรมากนัก แต่ผมก็พอจะรู้ว่า..กากกาแฟ..ทำปุ๋ยหมักได้

            ผมรีบเปิดยูทูปทันที..พิมพ์ลงไปว่า..วิธีทำปุ๋ยจากกากกาแฟ..แป๊บเดียวก็ปรากฎเป็นคลิ๊ปวีดีโอ..บรรยายขั้นตอนวิธีทำราวๆ ๕ นาที พอเข้าใจดีแล้ว..ผมก็ไปโรงเรียน  

            เทกากกาแฟ..ใส่กาละมัง ..เทน้ำเปล่าและน้ำหมักชีวภาพ(หัวเชื้อ)ลงไปไม่ต้องมาก เอามือคลุกเคล้าให้ทั่ว พอกากกาแฟละลายเข้ากันดีแล้ว ผมก็ใส่น้ำเปล่าและน้ำหมักชีวภาพลงไปทั้งหมด...

            จากนั้น..ก็ใส่กากน้ำตาลลงไปประมาณครึ่งลิตร คนให้เข้ากัน รายการสุดท้ายผมใส่นมเปรี้ยวตามลงไป..คนให้เข้ากันอีกครั้ง เป็นอันเสร็จพิธี

            ผมนำ “น้ำหมักชีวภาพจากกากกาแฟ”สีดำเข้มข้น เทลงถังหมักแล้วปิดฝา ตั้งใจจะทิ้งไว้สัก ๗ วัน..จึงจะนำออกมาใช้

            จากการศึกษาคุณประโยชน์ก็พบว่า..น้ำหมักที่ผมทำในวันนี้ ใช้ได้กับพืชผักทุกชนิด อัตราส่วน ๕ ซีซีต่อน้ำ ๑ บัว จะช่วยปรับค่า PH ในดิน ซึ่งผมก็ยังไม่รู้ว่ามันคืออะไร?..คงเป็นเรื่องของความเป็นกรดเป็นด่างในดิน ก็เป็นได้

            แต่ที่แน่ๆ..จะช่วยเพิ่มมูลค่าไนโตรเจนในดิน..ซึ่งเป็นส่วนที่พืชต้องการ แต่อย่าใส่มาก มันจะเปลืองและพืชผักอาจตายได้ อาทิตย์ละครั้งก็พอ..

            ผมได้เรียนรู้แล้วลงมือทำ จะนำเอาไปใช้กับพืชผักสวนครัว ส่วนหนึ่งจะเก็บไว้แบ่งปันสำหรับผู้ที่สนใจ ใครมีกากกาแฟแวะมาก็ได้..ผมจะทำให้ไม่คิดตังค์..

ชยันต์  เพชรศรีจันทร์

๒๒  กรกฎาคม  ๒๕๖๑

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (0)